หัวใจแกร่ง!! หนุ่มน้อยยอดกตัญญู ทำงานเลี้ยง 6 ชีวิต หลังพ่อ!! เสาหลักของครอบครัว ประสบอุบัติเหตุต้องพิการนอนติดเตียง (คลิป)

เรื่องราวดังกล่าวถูกเปิดเผยหลังจากผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์จังหวัดนครปฐม และทีมตระเวนข่าว 123 คนดีมีน้ำใจ ได้ลงพื้นที่ เมื่อวันที่ 16 เม.ย.2562 ไปที่บ้านของน้องบีม เพื่อไปติดตามชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัว “น้องบีม” ไปยังบ้านเลขที่ 131 ม.1 ต.บางแก้วฟ้า อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ซึ่งเป็นบ้านไม้เก่าๆ 2 ชั้น ที่เริ่มทรุดโทรมไปมาก โดยพบกับ เด็กชายปิยวัฒน์ กิ่งแก้ว หรือ น้องบีม อายุ 14 ปี และนางระเบียบ กิ่งแก้ว อายุ 74 ปี ผู้เป็นย่า ซึ่งกำลังช่วยกันดูแล นายวิจินต์ กิ่งแก้ว อายุ 42 ปี หรือ พ่อของน้องบีม ที่นอนป่วยติดเตียง ด้วยอาการกะโหลกยุบ มีอาการตอบสนองการรับรู้ได้เพียงไม่มาก รวมถึง ร่างกายซีกขวาไม่สามารถขยับได้







ทุกวันนี้ จะมีน้องบีม ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการหาเลี้ยงคนในบ้าน ประกอบด้วยตัวเอง พ่อที่ป่วย ปู่ ย่า น้องสาว และหลานสาวอีก 1 คน รวม 6 คน โดยออกไปทำงาน ในสวนเกษตรปลอดสารพิษ ไม่ห่างจากบ้านพัก และเป็นที่ทำงานเก่าของนายวิจินต์ ผู้เป็นพ่อ ก่อนที่จะมาประสบอุบัติเหตุเมื่อ 10 เดือนก่อน หลังจากถูกชาวต่างด้าว สัญชาติกัมพูชา ขับขี่รถจักรยานยนต์ ย้อนศรเข้ามาพุ่งชนอย่างจัง ทำให้ใบหน้าเกิดบาดแผลฉกรรจ์ กระดูกที่ใบหน้าแตกหักหลายแห่ง และมีเลือดคั่งในสมอง มีโอกาสรอดชีวิตเพียง 2 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุ ศาลได้ตัดสินจำคุกชาวกัมพูชาเป็นเวลา 3 เดือน ก่อนจะถูกปล่อยออกมาแล้วเดินทางกลับประเทศไปแล้ว ส่วนนายจ้างของชาวกัมพูชาที่เคยรับปากว่าจะมาดูแล กลับไม่เคยมาดูแล ทิ้งให้ครอบครัวกิ่งแก้ว ต้องดำเนินชีวิตลำพัง ประกอบกับเมื่อผู้เป็นย่าของน้องบีมนั้น มีความชราภาพ และเป็นโรคเบาหวานด้วย ทำให้ไม่สามารถประกอบอาชีพทำนา หรือค้าขายได้เหมือนแต่ก่อน ซึ่งปัจจุบัน มีเพียงน้องบีม ที่ได้รับการช่วยเหลือจากเจ้านายเก่าของผู้เป็นพ่อ ให้ไปทำงาน เพื่อจะมีรายได้ในช่วงปิดเทอมมาเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว แม้จะมีญาติมาช่วยบ้าง แต่ก็ไม่เพียงพอ ซึ่งการกินยังต้องจำกัดเพียงมื้อและ 100 บาท กับ 6 ชีวิตในแต่ละวัน ไม่รวมการดูแลผู้เป็นพ่อ ที่ยังไม่รู้ว่าจะฟื้นกลับมาเหมือนเดิมได้เมื่อไหร่






 

น้องบีม อายุ 14 ปี บอกว่า ตนเองเรียนจบชั้น ม.2 และกำลังจะขึ้น ม.3 ในช่วงเปิดเทอมนี้ ซึ่งก่อนหน้า นายวิจินต์ บิดาจะเป็นหัวเรือหลังในการทำงานเป็นลูกจ้างในสวนเกษตรปลอดสารพิษ ที่อยู่ห่างจากบ้านพักไปไม่ไกล โดยมีรายได้จากการทำงานของพ่อวันละ 400 บาท ที่คอยดูแลพวกตนในบ้าน ซึ่งวันที่เกิดเหตุเมื่อเดือน สิงหาคม 61 ที่ผ่านมา ได้รับทราบเรื่องดังกล่าว คิดว่าพ่อไม่ได้เป็นอะไรมาก เพราะพ่อเป็นคนแข็งแรง แต่เมื่อไปถึงโรงพยาบาลอาการหนักมาก และเป็นตายเท่ากัน จากวันนั้นชีวิตของตนเองก็เปลี่ยนไป จากเงินที่เคยได้ไปโรงเรียนเพียงพอกับทุกวัน ก็ไม่พอเงินไม่มีเข้าบ้าน จนวันหนึ่งเจ้านายของพ่อ บอกว่าให้ไปทำงานที่สวนแทนพ่อ โดยจะให้รายได้เท่ากับที่พ่อทำงานได้ ซึ่งตนเองก็รีบรับปากว่าจะทำ และทำมาจนถึงทุกวันนี้ คือการไปตัดหญ้า ดูแลสวน และทำกล้วยตาก ตอนนี้เป็นช่วงปิดเทอมจึงได้ทำงานทุกวัน มีรายได้ เดือนละ 12,000 บาท เงินทั้งหมดก็ให้ย่าดูแลตนเองขอมาบางส่วนเพื่อใช้จ่ายเท่านั้น









ตั้งแต่เด็กพ่อของตนขยันมาก เวลาไปงานกับพ่อ พ่อจะบอกว่าถ้าเหนื่อยก็ให้นั่ง ถ้ายืนจะคิดว่ายังไม่เหนื่อย ก็จะใช้ทำงานต่อ พ่อเป็นคนขยันมาก หลังเสร็จงานก็จะเอาตาข่ายไปดักปลา เพื่อมาทำอาหารให้พวกเรากิน วันนี้มันไม่เหมือนเดิม ตนต้องทำแทน ชีวิตตนอยากจะเป็นช่างอีเล๊คโทรนิค แต่ไม่รู้จะได้เรียนสายช่างรึไม่ เพราะตนต้องทำงานไปด้วย เปิดเทอมก็ไม่รู้ว่าเงินจะพอรึเปล่า ชีวิตตนที่อยู่ทุกวันนี้ สิ่งที่มีค่ามากที่สุด คือพ่อ และย่า ทุกวันนี้ตนทำได้ เหนื่อย แต่ไม่ท้อ ไม่อาย และอยากทำงานเลี้ยงคนในบ้าน





ด้านผู้เป็นย่า บอกว่า หลังจากลูกชาย ประสบอุบัติเหตุ ทุกวันนี้เดือดร้อนมาก ไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะมาเกิดกับครอบครัวของเรา เงินทองที่เคยมีก็หมดลงไปทุกวัน การกินทุกมื้อก็ต้องประหยัด วันหนึ่งๆ ต้องจำกัดค่าอาหาร 6 ชีวิต ที่ต้องอยู่ด้วยกัน จะใช้เงิน 100 บาท เพื่อซื้อกับข้าวมาทำเก็บกินไว้ ให้ได้ครบทุกคน เปิดเทอมนี้ก็ไม่รู้ว่าจะมีเงินพอส่งหลานไปเรียนรึเปล่า

นางระเบียบ บอกอีกว่า ตั้งแต่เกิดเรื่อง เงินที่นายจ้างของต่างด้าวบอกจะช่วยก็ไม่เคยมีมา ไม่เคยมาถามไม่เคยใส่ใจ ภาครัฐก็ไม่เคยมาถามว่าเป็นยังไม่ ไม่นานเพิ่งมีเหล่ากาชาดมาถามและให้ข้าวของเครื่องใช้บ้าง แต่ก็ไม่พอ ตนเองก็ยังเป็นโรคเบาหวาน ร่างกายก็ไม่แข็งแรง โชคดีที่นายจ้างของลูกชายมารับหลานให้ทำงานไม่เช่นนั้นก็ไม่รู้ว่าจะหาเงินจากที่ไหน ตอนนี้รับแต่เบี้ยคนสูงอายุ แต่ไม่ได้เงินคนจน เพราะไม่รู้เรื่องว่าเขาทำกันยังไง ทุกวันนี้มีเพื่อนบ้างมาแบ่งปันบ้าง แต่ก็ตามกำลังของเขาที่ทำได้





“ฉันร้องไห้มาทุกวัน 10 เดือน ทุกข์ทรมานใจ เมื่อก่อนลูกชายอยู่ก็เป็นคนหาเลี้ยงพวกเรา แต่พอเขามาเป็นแบบนี้ก็ทุกอย่างเปลี่ยนหมดเมื่อก่อนลูกชายฉันขยันมาก เป็นห่วงฉันมาก ไปทำงานก็ซื้อข้าวขาหมูคากิมา 1 ถุง 60 บาท ก็จะไปตักข้าวมาให้แม่กิน หรือไม่ก็จะดูแล วันนี้หลานชายยังดีที่เขาไม่ดื้อ ขยัน เหมือนพ่อเขา สำหรับฉันถึงจะจนกัดก้อนเกลือกิน แต่ความหวัง คือ อยากให้ลูกชายหายกลับมาได้ จากที่มีความหวัง 2 เปอร์เซ็นต์ วันนี้เขาดีขึ้นทุกวัน ฉันมีกำลังใจ ก็คือเขา แต่วันนี้น้อยใจกับโชคชะตาเหลือเกิน นาก็ทำไม่ไหว ร้านขายของก็ทำไม่ได้ ฉันแก่มากแล้ว วันนี้ทุกวันน้องบีม หลังจากทำงานเสร็จ ก่อนนอนทุกคืนจะมานั่งนวดให้ฉันและปู่ของเขา เขากตัญญูมากๆ หลานชายคนนี้” นางระเบียบเล่าทั้งน้ำตา

จากการพูดคุยกับ เด็กชายปิยวัฒน์ หรือน้องบีม บอกว่า ไม่อายกับความจนในครอบครัว ทุกวันนี้มีเพื่อนให้กำลังใจแต่ว่าปิดเทอมครั้งนี้ก็ไม่ได้เจอเพื่อน เพราะต้องทำงานทุกวันเพื่อเอาเงินมาเป็นค่าใช้จ่าย และสะสมไว้สำหรับช่วงเปิดเทอม ซึ่งยังเป็นห่วงเรื่องคะแนนสำหรับจะใช้ไปเป็นเกรดสะสมเพื่อขอโควตาเข้าวิยาลัย เรียนต่อ เพราะต้องทำงานมากขึ้น 

เมื่อถามว่า เคยนอนร้องไห้หรือไม่ น้องบีมตอบทันทีว่าไม่เคย ทุกวันไม่เคยรังเกียจกับการเก็บปัสสาวะ อุจจาระ และการคอยล้วงเอาเสมหะออกจากหลอดลมของพ่อ ซึ่งต้องทำทุกวัน โดยมีย่าและน้องสาวกับหลานมาคอยช่วยอยู่ทุกวันด้วย



 


ศูนย์ข่าว 123 คนดีมีน้ำใจ

โปรดติดตามข่าวอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง ยูทูป ชาแนล ของสำนักข่าวทีนิวส์ www.tnews.co.th

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

-หนุ่มน้อยวัย 14 ช่วยพ่อแม่หาเลี้ยงตั้งแต่ป.1 ไม่เคยบ่น ทำด้วยใจ หวังแค่อยากเห็นพ่อแม่นอนสบายๆสักครั้ง

-หนักเอาเบาสู้ เด็กชายวัย14 กรีดยางช่วยพ่อแม่หาเงิน-ส่งตัวเองเรียน

-เจ้าหนูน้อยวิ่งเข้ามาถาม "พี่แอบถ่ายหนูหรอ" สุดท้ายดีใจ ได้คุยกับเพื่อนร่วมอาชีพเก่า พร้อมได้รางวัลแห่งคนขยัน ช่วยพ่อแม่ทำมาหากิน(คลิป)

-ด.ช.ต๋อง ชั้นป.4 ปั่นจักรยานวันละ10กิโลฯ "ขายน้ำช่วยพ่อแม่"...ที่สุดของความขยันและกตัญญู เด็กไทยควรยกย่องเป็นตัวอย่าง ! (มีคลิป)



ข่าวที่เกี่ยวข้อง
https://www.tnews.co.th/contents/495593
https://www.tnews.co.th/contents/483291
https://www.tnews.co.th/contents/480736


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
ยุพาพร ขาวสุทธิ์

ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : วอนช่วยเหลือ  ดช.กตัญญู  ยอดกตัญญู 

ติดตามข่าวอื่นๆ