ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ อาถรรพ์เจ้าแม่ขุนเขานางนอนแดนใต้ พ่อตาลูกเขยพร้อมเพื่อนริลองดี สุดท้าย 4 วันระดมหาแต่ก็ไร้ร่องรอย

อาถรรพ์ขุนเขาเจ้าแม่นางนอนแดนใต้พ่อตาชวนลูกเขยและเพื่อนเข้าป่าตีรังผึ้ง-พ่อตาเกิดตกใจกลัวสิ่งเร้นลับวิ่งเตลิดหนีระดมค้นหาวันที่ 4 ไร้ร่องรอย -เชื่อเป็นอาถรรพ์เจ้าแม่เขานางนอน ที่คนทั้งสามคนหรือคนใดคนหนึ่งไปทำสิ่งไม่ดีลบหลู่เจ้าแม่จึงจับตัวพ่อตาและปิดบังอำพรางเอาไว้ไม่ให้ใครหาเจอ

                เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 15 เม.ย.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวบ้านในท้องที่ หมู่ 7 ต.กรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช  ได้ร้องขอความช่วยเหลือจากนายสิปปภาส สงทิพย์นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช รวมท้งเจ้าหน้าที่ฝ่าปกครอง เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยในพื้นที่ให้ช่วยออกค้นหานายสุขเกษม สอนเฒ่า อายุ 46 ปี อาชีพช่างก่อสร้าง บ้านเดินเป็นชาวจังหวัดอุดรธานี  และในช่วงเทศกาลสงกรานต์ไดที่เดินทางมาเยี่ยมภรรยาและลูกที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.กรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ก่อนจะชวนลูกเขยและเพื่อนบ้านอีกคนเข้าป่าเทือกเขานางนอน ก่อนเกิดอาการตกใจกลัวโดยไม่ทราบสาเหตุวิ่งหนีเตลิดหายไปในป่าทึบ ญาติ ๆ ระดมกำลังค้นหาแต่ไม่พบ เหตุเกิดมาตั้งแต่เย็นวันที่ 13 เม.ย. 2562 ที่ผ่านมาโดยค้นหาต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ยังไม่พบหลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่ อบต.กรุงหยัน เจ้าห้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยและเพื่อนชาวกว่า 30 คนระดมกำลังแยกย้ายเข้าไปค้นหาอย่างต่อเนื่อง

                นางลำไย สอนเฒ่า อายุ 48 ปี นางนฤทัย อันทาเกษ อายุ 34 ปี ภรรยาและลูกของนายเกษมสุข ที่หายไปในขุนเขานางนอน  เปิดเผยว่า ตามปกตินายสุขเกษม สามีจะทำงนอยู่ใน จ.พัทลุง และเมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา นายเกษมสุข เดินทางมาจาก จ.พัทลุง เพื่อมาเยี่ยมภรรยาและลูกสาวที่บ้าน ใน ต.กรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ ตกช่วงบ่ายวันที่ 13 เม.ย.นายป้อม อายุ 40 ปีลูกเขยได้ชักชวนนายเกษมสุข พ่อตาและไปชวนนายเล็ก อายุ 42 ปี เพื่อนบ้านคนสนิทพากันออกไปหาน้ำผึ้งบนเทือกเขานางนอนที่อยู่ห่างจากบ้านไปประมาณ 10 กม. ทั้งสามคนจึงพากันเดินขึ้นเขาไปหารังผึ้งที่ทำรังอยู่บนต้นไม้ใหญ่ โดยในขณะที่นายป้อมลูกเขยปีนต้นไม้ขึ้นไปเก็บรังผึ้งเอาน้ำหวานอยู่นั้น นายเล็กและนายเกษมสุขพ่อตานั่งเฝ้าอยู่ที่ใต้โคนต้นไม้คอยส่งอุปกรณ์ขึ้นไปช่วยเหลือ ทั้งสามคนก็ช่วยกันเก็บรังผึ้งเอาน้ำหวานรังแรกสำเร็จ จากนั้นก็พากันมาเก็บรับผึ้งรังที่สองบนต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ห่างจากรังแรก

 

 

 

 

จนกระทั้งมืดค่ำในระหว่างที่นายสอน ลูกเขยกำลังเก็บรังผึ้งอยู่บนต้นไม้  ได้มีฝูงผึงจำนวนมากที่แตกรังบินว่อนวนเวียนทั้งด้านบนและโคนต้นไม้ แต่ไม่ได้ทำร้ายนายเกษมสุข และนายเล็ก แต่อย่างใด แต่เมื่อนายสุขเกษมเงยหน้าขึ้นไปดูบนต้นไม้ นายสุขเกษม มีอาหารตกใจสุดขีด ตาค้าง และร้องเสียงหลงโอดโอย  ก่อนจะตะโกนว่า"กูไม่อยู่แล้ว"จากนั้นนายสุขเกษม ก็วิ่งหนีขึ้นไปบนเทือกเขานางนอนและหายตัวไปอย่างไร่องรอย ส่วนนายเล็กที่อยู่ใต้โคนต้นไม้ด้วยกันไม่มีอาการตกใจอะไรยังคงช่วยนายป้อมที่ขึ้นไปเก็บรังผึ้งอยู่บนต้นไม้ จนเก็บเอารังและน้ำผึ้งลงมาได้สำเร็จเป็นรังที่สองได้น้ำผึ้งจำนวนมาก จากนั้นทั้งสองได้ออกเดินช่วยกันหานายสุขเกษม อยู่พักใหญ่ท่ามกลางความมืดสนิท โดย มีเพียงแสงไฟจากไฟฉายที่คาดไว้ที่หัวของทั้งสองคน หลังค้นหาอยู่นานนับชั่วโมงและไร้ร่องรอยของนายสุขเกษม ทั้งสองคนจึงพากันลงจากเขาเดินทางกลับมาบ้าน และเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ญาติ ๆฟัง ทำให้ทุกคนเริ่มเป็นห่วงเพราะนายเกษมสุขไม่เคยมาอยู่ในพื้นที่ เพิ่งจะมาเยี่ยมภรรยาและลูกเป็นครั้งแรก  โดยรอจนกระทั่งเช้าจึงนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปเล่าให้เพื่อนบ้านฟัง ก่อนจะระดมกำลังช่วยกันค้นหาตังนายเกษมสุข 15 เม.ย.) ก็ยังไม่พบเจอตัว จึงแจ้งขอความช่วยเหลือจา นายสิปปภาส สงทิพย์ นายก อบต.กรุงหยัน ผู้รับผิดชอบพื้นที่ ประสานนายวรรณวุฒิ สมเชื้อ ปลัดป้องกันอำเภอทุ่งใหญ่ นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.ทุ่งใหญ่  ตำรวจ สภ.ทุ่งใหญ่ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิการกุศลต่าง ๆ ในพื้นที่รวมทั้งเพื่อนบ้านประมาณ 100 คนออกค้นหา จนไปถึงจุดที่นายป้อม ลูกเขยนายสุขเกษม ขึ้นไปตีรังผึ่งบนต้นไม้ใหญ่ แต่การค้นหาก็ยังไร้ร่องรอย

                นายสิปปภาส สงทิพย์ นายก อบต.กรุงหยัน กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จะเข้ามากางเต็นท์ ตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือค้นหานายสุขเกษม จนกว่าจะพบตัว โดยเจ้าหน้าที่จะตั้งแคมป์หุงหาอาหาร กินนอนอยู่ในพื้นที่ ตลอดเวลา และจะร่วมกันวางแผนในการแยกย้ายค้นหาจนกว่าจะเจอตัวผู้สูญหาย

                ทางด้านนางนฤทัย  ลูกสาวนายเกษมสุข กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ตนเชื่อว่าน่าจะมีสิ่งเร้นลับอะไรบางอย่างบนเทือกเขานางนอน  โดยเฉพาะเจ้าที่ เจ้าทาง เจ้าป่าเจ้าเขาหรือที่ชาวบ้านเขาเชื่อว่ามี “เจ้าแม่เขานางนอน” คุ้มครองดูแลป่าเทือกเขานางนอน  โดยเจ้าแม่เขานางนอนอาจจะแสดงอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์  มาปิดหูปิดตาหรือปิดบังอำพรางไม่ให้คนที่มาช่วยเห็นตัวพ่อ และไม่ยอมปล่อยพ่อให้ออกมา โดยอาจจะเป็นเพราะพ่อไปทำมิดีมิร้าย ลบหลู่เจ้าแม่นางนอนโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์  ตนจึงขอกราบเจ้าแม่เขานางนอนและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายช่วยเปิดทางแสงสว่างให้พ่อหรือปล่อยพ่อกลับออกมาอย่างปลอดภัย   สำหรับสิ่งที่พ่อหรือทั้งสามคนทำอะไรไม่ดี หรือลบหลู่ ก็ขอให้เจ้าแม่เขานางนอนได้โปรดอภัยให้คุณพ่อด้วยเถิด นางนฤทัย  ลูกสาวนายเกษมสุข กล่าวพร้อมยกมือท่วมหัวอย่างมีความหวัง

 

 

 

 


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับเทือกเขานางนอน เป็นเทือกเขาเล็ก  ๆ แต่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก และ เป็นป่าต้นน้ำของชาว อ.ทุ่งใหญ่ และ อ.บางขัน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และบางส่วนของ อ.ลำทับ จ.กระบี โดยความเชื่อชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่มีความเชื่อว่าเป็นเพราะอาถรรพ์ของเจ้าแม่เขานางนอน ที่มีเรื่องเล่าขานกันมานานนับหลายชั่วอายุคน โดยมีปรากฏการณ์หลาย ๆ ครั้งที่เกิดขึ้นให้ชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณเทือกเขานางนอนได้เห็นอยู่บ่อยครั้ง อย่าง  เช่น เมื่อเกือบ 40 ปี ที่ผ่านมา มีชาวบ้านในพื้นที่และเป็นคนท้องถิ่นพูดภาษาปักษ์ใต้เป็นประจำทุกวัน พากันมาขึ้นเขานางนอนพอกลับลงไปกลับไม่พูดภาษาใต้ แต่กลับพูดภาษากลางมาจนทุกวันนี้  และบางคนก็ยังมีชีวิตอยู่ แต่บางคนก็เสียชีวิตไปแล้ว นอกจากนี้พรานป่าที่ลักลอบมาล่าสัตว์ป่าบนเทือกเขานางนอน ก็เคยยิงกันเองจนเสียชีวิตมาหลายราย เพราะคิดว่าเพื่อนเป็นสัตว์ป่า จึงใช้ปืนยิงออกไป เมื่อพอเข้าไปดูใกล้ๆกลับเป็นพวกกันเองที่ถูกยิงตาย

                คนเฒ่าคนแก่ในพื้นที่คนหนึ่ง เล่าว่า เทือกเขานางนอนแห่งนี้ก็เคยมีปรากฏการณ์เหลือเชื่อเกิดขึ้นมานับครั้งไม่ถ้วน โดยคนพลัดหลงเข้าไปในป่าเทือกเขานางนอนกว่าจะระดมกำลังค้นหาพบเจอตัวในสภาพ ผอมหิวโซ เนื้อตัวมอบแมมและล้มป่วยเป็นไข้แทบจะเอาชีวิตไม่รอด และเมื่อหายป่วยก็เล่าให้ชาวบ้านฟังว่า ถูกผู้หญิงสาวท้องประมาณ 6 เดือนเป็นผู้ปิดพังอำพรางไม่ให้คนที่มาค้นหาหาเจอ ทั้งๆ ที่คนที่สูญหายก็มองเห็นคนที่ระดมกำลังมาช่วยค้นหา และพยายามจะตะโกนเรียกแต่ไม่มีใครได้ยินเสียง แม้แต่คนเดียว  จนเวลาพ้นไประยะหนึ่งอาจจะ 5 วัน 10 วัน หรือมากว่านั้นผู้หญิงคนดังกล่าว ซึ่งก็คือ“เจ้าแม่เทือกเขานางนอนก็จะยอมปล่อยให้กลับออกมาจากป่าชาวบ้านเชื่อว่าผู้หญิงคนดังกล่าวคือ “เจ้าแม่เทือกเขานางนอน หรือเจ้าเขานางนอน” และทุกปีจะมีคนที่อยู่บริเวณเทือกเขาจะนำสิ่งของเซ่นไหว้มากราบไหว้ บูชา ขอขมาเจ้าแม่นางนอน  เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมีทางเดียวก็ต้องหาหมอไสยศาสตร์มาทำพิธีเพื่อขอขมาต่อเจ้าแม่นางนอนโดยเร็ว หากล่าช้าอาจจะเสียชีวิตได้

 

 

 

 

                “ทางครอบครัวของนายเกษมสุขละเพื่อนบ้านได้เชิญหมอไสยศาสตร์ มาทำพิธีขอขมาบริเวณที่จุดนายเกษมสุข วิ่งหนีเตลิดหายไป  แต่ในขณะที่กำลังทำพิธีอยู่นั้นเกิดมีฝนตกลงมา ค่อนข้างหนัก และวิญญาณดวงหนึ่งเข้าสิงร่างของนางลำไย ภรรยานายเกษมสุข พร้อมกับพาวิ่งขึ้นไปบนภูเขาที่ค่อนข่างสูงและลาดชัน โดยมีหมอไสยศาสตร์และเจ้าหน้าที่วิ่งตามไปติด ๆ ระยะห่างจากจุดที่ทำพีปราณ 100 เมตรเศษ โดยนางลำไย ได้วิ่งไปหยุดอยู่ตรงเนินสูง และได้พบเสื้อผ้าของนายเกษมสุข ถอดทิ้งเอาไว้ พร้อมสิ่งของหลายชิ้น ประกอบด้วย รองเท้าบูทสีเขียว 1 คู่ ไฟฉายขาดศีรษะ 1 ชุด และเสื้อ 2 ตัว เจ้าหน้าที่กระจายกำลังค้นหาในละแวกใกล้เคียงอย่างละเอียดยิบแต่กลับไม่พบตัวนายเกษมสุข  จนเวลาใกล้ค่ำหมอไสยศาสตร์และเจ้าหน้าที่รวมทั้งชาวบ้านจึงพันกันเดินทางกลับออกมาจากป่าเทือกเขานางนอน”

                สำหรับเทือกเขานางนอนหากถ่ายภาพหรือยืนมองไกล ๆ จะมีลักษณะคล้ายผู้หญิงสาวสวยนอนหงาย  นับเป็นเรื่องอัศจรรย์อย่างมาก โดยตั้งแต่หน้าอก ทอดยาวเหยียดไปจนถึงปลายเท้าจะอยู่ในพื้นที่  ต.กรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ ติดกับ อ.บางขัน และ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ในขณะที่ส่วนของศรีษะของหญิงสาวจะอยู่ทางทิศใต้ติดต่อกับพื้นที่  อ.ลำทับ จ.กระบี่.

 

 

 

 

ภาพ/ข่าว  ยุทธนะ  เตมะศิริ สำนักข่าวทีนิวส์นครศรีธรรมราช             

 


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
ยุทธนะ เตมะศิริ



ติดตามข่าวอื่นๆ