ซุกหุ้นหลาน โอนไปโอนมา คนดีๆไม่ทำกัน ทำไม ธนาธร ??

ในรายการเที่ยงตรงกับ สนธิญาณ คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ได้นำเสนอตอน ซุกหุ้นหลาน โอนไปโอนมา คนดีๆไม่ทำกัน ทำไม ธราธร ?? โดยระบุว่า  ยังจะต้องพูดกันเรื่องธนาธรทักษิณ สองคนนี้นะครับมีความใกล้เคียงกันมากมายเหลือเกินและจุดจบจะจดลงแบบเดียวกันหรือไม่นั้นเป็นเรื่องที่น่าสนใจต้องติดตามและสังคมไทยต้องถือเรื่องนี้เป็นบทเรียนนะครับ

ท่านผู้ชมครับทักษิณ  ชินวัตรก่อตั้งพรรคไทยรักไทย  นะครับผู้คนทั้งประเทศต่างร่วมกันเชียร์เบื่อหน่ายพรรคประชาธิปัตย์พูดได้อย่างนั้นจริงๆนะครับผมเองก็เหมือนกับคนหลายคนที่เชียร์ทักษิณ ชินวัตร นะครับถึงขนาดเค้าไปร่างนโยบายบางเรื่องบางราวคาดหวังว่าทักษิณจะเป็นความหวังของประเทศ

เมื่อ “ธนาธร” ตั้งพรรคใหม่นะครับกระแสก็มาในทิศเดียวกันทั้งประเทศแต่สำหรับคนรุ่นใหม่นะครับก็เชียร์และคาดหวังว่าธนาธร คนรวยที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจ  ครอบครัวมีเงินเป็นหมื่นล้านแสนล้านจะโดด  เข้ามาเล่นการเมืองและเป็นความหวังของสังคม

ทักษิณเริ่มต้นนะครับก็เจอกับคดีซุกหุ้นนะครับเอาหุ้นไปฝากไว้กับคนขับรถ คนรับใช้ จนเรื่องขึ้นสู่ศาลรัฐธรรมนูญกระแสสังคมเหมือนจะบีบคั้นศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าทักษิณไม่เจตนาทำไปด้วยความสุจริต ท้ายที่สุดทักษิณก็รอดมติที่เฉียดฉิววันนี้ธนาธรกำลังเดินตามรอยของทักษิณ  ชินวัตรอีกครั้งหนึ่งนะครับโอนหุ้นไปซุกไว้ที่แม่ จากแม่ไปที่ร้านจากร้านรับโอนกลับนะครับในช่วงระยะเวลาเพียงแค่ 10 วันโอนไปโอนมา  ไม่มีเหตุผลนะครับ  วิญญูชน โดยทั่วไปรู้ได้มันเป็นเรื่องผิดปกติ

มาดูข้อเท็จจริงก่อนนะครับว่าเหตุผลที่ ธนาธร ต้องโอนหุ้นนะครับไปมาก็เพราะว่ามาตรา 98 วงเล็บสามของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยห้ามผู้สมัครรับเลือกตั้ง ถือหุ้นในสื่อหรือเกี่ยวข้องกับกิจการสื่อ

ธนาธรรู้กฎหมายข้อนี้ไหมรู้ดีครับเพราะก่อนหน้านี้ธนาธรเป็นกรรมการของบริษัทมติชน ธนาธรได้เปรียบการล่วงหน้ามาหนึ่งปีในการตั้งพรรคการเมืองคือลาออกจากกรรมการของบริษัทมติชนบริษัทมติชน แม่ของธราธรเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นอันดับสองถืออยู่ 35,800,000 หุ้นหรือเป็น 19% ของหุ้นทั้งหมด ต้องถือว่าเป็นที่สองของหุ้นทั้งหมด

แต่สำหรับหุ้นเวลามีเดียนะครับซึ่งเป็นบริษัทที่ทำนิตยสารนะครับเน้นไปในทางสาระบันเทิงบุคคลไม่มีพลังหรืออำนาจต่อสังคมเหมือนมติชนนั้น ทำไมธนาธรถึงไม่จัดการให้เรียบร้อย แน่นอนครับน่าจะมาจากความหลงลืมเพราะเป็นบริษัทเล็กๆและเป็นบริษัทในเครือข่ายธนาธรเนี่ยมีมากมายหลาย 10 บริษัทเหลือเกินจึงน่าจะเป็นเรื่องที่หลงหูหลงตา

แต่กฎหมายไม่มีข้อยกเว้นว่าจะลืมหรือไม่ลืมเมื่อผลแห่งการกระทำผิดขึ้นแล้วก็จะต้องรับผลทางกฎหมายและเหตุผลที่ธนาธรจะต้องดิ้นรนเรื่องนี้มากนะครับก็เพราะว่าหากการกระทำนี้เข้าข่ายว่าเป็นความผิดก็จะต้องมีความผิดที่จะต้องถูกลงโทษตามพระราชบัญญัติเลือกตั้งมาตรา 151

ซึ่งจะต้องถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 20 ปีมีโอกาสที่จะติดคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึง 10 ปีปรับ 20,000 ถึง 200,000 บาทจึงไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกที่ธนาธรต้องดิ้นรนมาก

เรื่องของเรื่องที่เกิดขึ้นก็เพราะว่าสำนักข่าวอิศรานะครับเอาเรื่องมาเปิดเผยสำนักข่าวอิศรานะครับไม่เหมือนกับสำนักข่าวทีนิวส์ซึ่งถือว่าเป็นคู่ปรับที่ตามแฉเปิดโปงธราธร  แต่สำนักข่าวอิศรารายงานข่าวไปตามปกติว่าธนาธรเนี่ยเพิ่งโอนหุ้นของตัวเองให้กับนางสมพรผู้เป็นแม่นะครับและแม่ได้เอาไปจดแจ้งต่อกระทรวงพาณิชย์เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2562

หลังจากที่ธนาธรไปลงสมัครรับเลือกตั้งแล้วเท่านี้การดิ้นรนของธนาธรก็เกิดขึ้นอย่างสุดเหวี่ยงและธาตุแท้ก็ปรากฏขึ้นจากคำชี้แจงเพราะธนาธรอ้างว่าได้โอนหุ้นไปให้ใหม่เรียบร้อยแล้วนะครับตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2562   เราก็ต้องถามกันไปทีละข้อนะครับจะเลิกว่าจะโกหกก็ว่าได้ว่าทำไมว่าธนาธรโอน หุ้นให้แม่ไป 8 มกราคม 2562

ทำไมคุณสมพรผู้เป็นแม่ทำไมถึงไม่จดแจ้งเรื่องนี้กับกระทรวงพาณิชย์เลยทนายก็มีอยู่เยอะทนายฝ่ายกฎหมายก็มีอยู่เยอะไปแจ้งให้เรียบร้อยไปมอบอำนาจนะครับก็เรียบร้อยแต่หรือเพราะเป็นการทำเอกสารย้อนหลังนี่เป็นคำถามแรกแล้วนะครับสิ่งที่ทำให้เป็นข้อสงสัยมากขึ้นว่าเป็นการทำเอกสารย้อนหลังเพราะ ไปวันที่ 8 มกราคม 2562นั้นนะครับ

มีภาพปรากฏขึ้นหลักฐานชัดว่าธนาธรหาเสียงอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์หลังจากที่ธนาธรที่จะออกมานะครับสำนักข่าวอิศราจึงรวบรวมหลักฐานต่อไปว่าผู้ถือหุ้นของบริษัทวิลักษณ์มีเดียนะครับมีอยู่ 10 คนถ้าธนาธรและภรรยารับโอนหุ้นไปให้นางสมพรเป็นแม่แล้วทำไมในการประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 19 มีนาคมผู้เข้าร่วมประชุมและผู้มอบอำนาจการประชุมผู้ถือหุ้น10 คนเหมือนเดิมทำไมไม่เหลือแค่แปดล่ะเพราะธนาธรกับภรรยาโอนไปแล้วธนาธรก็แถต่อไปเลยนะครับ

แต่ก็ยิ่งชัดเจนครับว่าในวันที่ 19 มีนาคม 2562มุกกลานั้นตนเองจะไปประชุมผู้ถือหุ้นได้อย่างไรยังปรากฏภาพตัวเองเลยว่าไปหาเสียงอยู่แต่ในวันที่แปดมกรานะครับที่ตัวเองหาเสียงอยู่ที่บุรีรัมย์ผู้สื่อข่าวถามไม่ตอบแถไปเรื่อยเหตุผลก่อนนะครับปรากฏว่ายังผู้ถือหุ้นอยู่ 10 คนนั้นธนาธรก็อ้างว่ามีหลักฐานมันชัดเจนครับว่าว่านางสมพรผู้เป็นแม่นะครับได้โอนหุ้นไปให้หลานสองคนชื่อเอกับบีซึ่งไม่ยอมบอกชื่อจิงว่าเป็นใครชื่ออะไรอายุเท่าไหร่บรรลุนิติภาวะแล้วหรือไม่

ทำธุรกรรมเพลงได้แล้วหรือไม่และถ้าเป็นผู้ใหญ่แล้วทำทุรกรรมเองได้แล้วทำไมถึงต้องปกปิดชื่อหุ้นนี้นะครับธนาธรกลางวันนางสมพรโอนให้กับหลานไปตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคมดังนั้นในการประชุมผู้เริ่มวันที่ 19 มีนาคม 2062หลักฐานที่ปรากฏชัดครบ 10 คนไม่เหลือเพียงแปดเพราะธนาธรกับภรรยาได้โอนบุญให้แม่ไปแล้วก็เพราะว่าได้มีการโอนหุ้นให้กับร้านสองร้านพี่กับร้านวีโดยนางสมพรจึงรุ่งเรืองกิจนะครับเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2562 นะครับ

ผู้ถือหุ้นในวัน 19 จึงครบ 10 คนเหมือนเดิมแต่โปรดสังเกตนะครับว่าธนาธรไม่ยอมเปิดเผยว่าหลานทั้งสองคนที่ชื่อเคกระบี่นั้นชื่อจริงชื่ออะไรอายุเท่าไหร่บรรลุนิติภาวะหรือไม่ยังเป็นผู้เยาหรือเป็นผู้ใหญ่มากกระทำการแทนการให้ให้ด้วยความเสน่หาหรือด้วยการขายนะครับถ้าให้โดยเสน่หาเนี่ยบริษัทมันจะเจ๋งอยู่แล้วนะครับ

จะโอนไปให้หลานทำใหม่แต่ปรากฏว่านะครับหลักฐานนี้ก็ต้องมาชนกับทางจิตใจต่อกระทรวงพาณิชย์ว่า ทำไมชื่อผู้ถือหุ้นจุงเหลือแปดคนเท่านั้นธนาธรก็อ้างว่าอ้าวก็หลานโอนกลับมาให้นางสมพรผู้เป็นแม่ก็เกิดคำถามต่อไปเดี๋ยวจะโอนไปโอนมาทำไมนะครับโอนเพื่อเหตุผลอะไรหรือเป็นการทำนิติกรรมอำพรางเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์หรือการโอนหุ้นของธนาธรว่าไม่ให้ผิดกฎหมายนะครับในวันที่ 19 มีนาคม 2562 ยังมีผู้ถือหุ้น 10 คนเลยสองวันก่อน


แจ้งหลังจากนั้นก็เหลือแปดคนเหมือนเดิมเป็นการสุดหุ้นที่ทำแล้วไม่แนบเนียนหยาบมากนะครับ ผู้คนโดยทั่วไปใช้สามัญสำนึกปกตินะครับก็รู้ได้ว่าเป็นการเล่นเกมส์ทั้งเอกสารของธนาธรด้วยเอาหุ้นมาซุกไว้ที่ร้านแต่งานนี้นะครับท่านผู้ชมไม่ว่าธนาธรจะเล่นเกมส์ทำเอกสารอย่างไรทำเรื่องขี้เจ๋งอย่างไรก็ตามแต่นะครับแต่กฎหมายกำหนดไว้ชัดว่าการโอนหุ้นที่จะต้องอ้างกับบุคคลภายนอกนั้นจะต้องจดเจอกับกระทรวงพาณิชย์

งานนี้นะครับก๊อปก็ต่อถือว่าเป็นบุคคลภายนอกหลักฐานมันชัดเจนนะครับที่กระทรวงพาณิชย์ไม่ว่าธนาธรจะสร้างหลักฐานหลักอย่างไรไม่น่าที่จะมีผลนะครับนี่จึงเป็นเหตุผลที่ธนาธรปลุกเราผู้คนอ้างว่ามีคนหลาย 1,000,000 คนยืนอยู่ข้างต้นพฤติกรรมแบบนี้ใครทักษิณชินวัตรนะครับทำผิดกฎหมายเอามวลชนมาคมกูมาอ้างนะครับจุดจบของธนาธร

วันนี้นะครับจะอยู่แค่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 20 ปีหรือติดคุกด้วยเรื่องที่น่าสงสัยเป็นอย่างยิ่งและถ้าจะต้องติดคุกสงสัยว่าเจนนี่แบตทักษิณหรือไม่ก็ต้องติดตามกันต่อไปครับสวัสดีครับ


ติดตามข่าวสารทาง Line


ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
ปวีณ์รัตน์ วีระบัวพา

ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : พรรคอนาคตใหม่  ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  ธนาธร  ระบอบทักษิณ  สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม 

ติดตามข่าวอื่นๆ