บิ๊กโจ๊กลุยเอง!เรียกสอบปิยบุตรเผยต้องทำคดีรวดเร็ว สังคมกำลังสงสัย

จากกรณี นางสาวหฤทัย ม่วงบุญศรี หรือ อุ๊ นักร้องชื่อดัง พร้อมทนายความ นำหลักฐานหนังสือราชมัลลงทัณฑ์บัลลังก์ปฏิรูป และหนังสือรัฐธรรมนูญ เดินทางเข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนสน.ลุมพินี ให้ตรวจสอบข้อความในหนังสือทั้ง 2 เล่ม ที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เป็นผู้เขียนหนังสือดังกล่าว โดยพบว่า หนังสือดังกล่าวมีเนื้อหาที่อาจเข้าข่ายกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ก่อนจะมีการเลือกตั้งเพียง 2 วัน แล้วรู้สึกตกใจ จึงไปหาข้อมูลเพิ่มเติม และพบข้อความที่ไม่ควรเผยแพร่ และเปิดเผยกับสื่อมวลชนได้

 

ทั้งนี้เนื่องจากอาจจะเป็นการกระทำผิดซ้ำ แม้ว่าหนังสือดังกล่าวจะเขียนในเชิงวิชาการแต่มีเนื้อหาที่อาจกระทบกับระบบการปกครองไทย ซึ่งเป็นระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขได้ จึงอยากให้ตำรวจตรวจสอบว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ พร้อมย้ำว่า การร้องทุกข์ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของการเมืองหรือความรู้สึกส่วนตัว เพราะตนเองก็ชื่นชมแนวคิดของพรรคอนาคตใหม่ที่เหมาะสมกับยุคสมัย แต่เรื่องของชาติบ้านเมืองถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด และยังระบุว่า ผู้ที่ไม่หวังดีต่อชาติบ้านเมืองมีอยู่จริง และไม่ใช่เรื่องใหม่ นอกจากนี้ยังมองว่าเป็นโอกาสดีให้ทางนายปิยบุตรพิสูจน์หากไม่ได้กระทำผิด เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะสอบปากคำ และรวบรวมพยานหลักฐานว่าจะเข้าข่ายความผิดข้อกฎหมายใดหรือไม่

 

 

ร้องสอบปิยบุตร

 

 

ล่าสุดวันนี้(5 เม.ย.62) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.หฤทัย นำหลักฐานซึ่งเป็นหนังสือราชมัลลงทัณฑ์บัลลังก์ปฏิรูป และหนังสือรัฐธรรมนูญ เข้าร้องทุกข์ สน.ลุมพินี และนายมหัศจักร โสดี ตัวแทนกลุ่มคนไทยหัวใจรักกัน นำหลักฐานเข้าร้องทุกข์ให้ตรวจสอบคลิปของ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาพรรคอนาคตใหม่ที่กล่าวในงานเสวนา “การเมืองความยุติธรรมและกษัตริย์” ให้ตรวจสอบ

 

“เบื้องต้น การแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.ลุมพินี เป็นความรับผิดชอบของนครบาล ส่วนที่นายมหัศจักร มาร้องต่อตนเองนั้น เบื้องต้นได้สอบปากคำไว้แล้ว ส่วนการตรวจสอบว่ามีความผิดหรือไม่นั้นจะต้องเชิญ อ.ปิยบุตร มาพูดคุยก่อนว่า หลักฐานที่มีผู้มาร้องทั้งเป็นคนทำจริงหรือไม่ ต้องรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดรอบคอบรวดเร็ว เพราะเป็นคดีที่สังคมกำลังสงสัย ในส่วนของตำรวจทำหน้าที่ตามอำนาจหน้าที่ปกติ ส่วนไหนถูกก็ต้องให้ความเป็นธรรม ส่วนไหนผิดก็ต้องดำเนินการไปตามกรอบของกฎหมาย ของเวลาเจ้าหน้าที่ทำงาน”

 

 

นอกจากนี้พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ยังกล่าวอีกว่า การตรวจสอบก็ดูไปตามหลักฐานทั้งคลิปวีดีโอ และหนังสือ ต้องดูว่าการดำเนินการต่างๆมีความวุ่นวายสับสน บ้านเมืองวุ่นวายไหม จะเข้าข่ายยุยงปลุกปั่นหรือไม่ อยู่ระหว่างตรวจสอบ ขอเวลาอีกไม่กี่วันยังไม่ถึงกับการออกหมายเรียก เพียงแต่เชิญ อ.ปิยบุตร มาก่อนพูกดคุยก่อน ถ้าเป็นการออกหมายเรียกมาในฐานะพยานก่อน เพื่อสอบถามรายละเอียดก่อนยังไม่ถึงขั้นแจ้งข้อกล่าวหา ต้องให้ความเป็นธรรมทุกส่วน ทำให้สังคมหายสงสัย

 

“การทำงานของตำรวจที่คนมองว่าทำไมมาทำช่วงก่อนการประกาศผลการเลือกตั้งนั้น เราทำงานไม่ได้ว่าเราไปตรวจพบเอง แต่เพราะมีผู้มาร้องทุกข์ เมื่อมีคนมาร้องทุกข์เราก็ต้องตรวจสอบ ถ้าตรวจสอบแล้วไม่พบความผิดก็ไม่เป็นไรแต่ถ้าพบว่ามีความผิดก็ต้องดำเนินคดีกันไป ยืนยันไม่มีใบสั่งแต่อย่างใด การบังคับใช้กฎหมายเราทำอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน หลังจากได้รับคำร้องทุกข์ก็ต้องตรวจสอบก่อน ไม่ทำไปตามกระแสอะไรทั้งสิ้น ทำกฎหมายให้เป็นกฎหมาย”

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line


ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
กองบรรณาธิการข่าวการเมือง

ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : ปิยบุตร แสงกนกกุล  บิ๊กโจ๊ก  หมิ่นสถาบัน 

ติดตามข่าวอื่นๆ