ครม. ลุงตู่ ใจดี ปรับเพิ่มขยายอายุ - ฐานรายได้ อุดหนุนเด็กแรกเกิด 0 - 6 /ปี เดือนละ 600 บาท

   โครงสร้างประชากรของไทยกำลังเปลี่ยนแปลงเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยคาดการณ์ว่าจำนวนผู้สูงอายุจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จำนวนเด็กและวัยแรงงานจะลดลงอย่างต่อเนื่องสัดส่วนประชากรสูงอายุจะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 17 ในปี 2561 เป็นร้อยละ 31 ในปี 2563 หรือประมาณ 20.5 ล้านคน ในขณะที่สัดส่วนประชากรเด็กจะลดลงจากร้อยละ 19 ในปี 2563 เป็นร้อยละ 14 ในปี 2582 กระนั้นก็ตาม...เด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปี ถือเป็นช่วงวัยที่สำคัญที่สุดของการเจริญเติบโตทั้งทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา 

     โดยเฉพาะพัฒนาการด้านสมอง โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดเกิดขึ้นเมื่อปี 2558 เพื่อจัดสวัสดิการพื้นฐานและสร้างระบบการคุ้มครองทางสังคมให้เด็กแรกเกิดได้รับการเลี้ยงดูที่มีคุณภาพ รวมทั้งยังเป็นมาตรการจูงใจให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง นำเด็กเข้ารับบริการสาธารณสุขอย่างเป็นระบบ ในระยะแรกได้ให้เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดถึง 1 ปี เดือนละ 400 บาทต่อคน โดยเฉพาะครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่า 3,000 บาทต่อคนต่อเดือน หรือ 36,000 บาทต่อคนต่อปี และให้เฉพาะผู้ที่อยู่นอกระบบประกันสังคม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : มติครม.ปรับเกณฑ์รายได้พ่อแม่ จ่ายเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด-6ปี บวกให้ 1,500 ต่อไร่ ช่วยชาวสวนปาล์ม
 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ครม.ใจดี! ไฟเขียวให้อีก 3.79 หมื่นล้านใส่บัตรคนจน ช่วยค่าไฟฟ้าเพิ่มด้วย

ต่อมารัฐบาลได้เพิ่มเงินอุดหนุนเป็นเดือนละ 600 บาทต่อคน และขยายอายุเด็กแรกเกิดจนถึง 3 ปี พร้อมทั้งยกเลิกเงื่อนไขที่ให้เฉพาะผู้ที่อยู่นอกระบบประกันสังคม และเชื่อมโยงฐานข้อมูลผู้มีรายได้น้อยตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้เข้าถึงผู้มีสิทธิได้อย่างแท้จริง จากการประเมินผลโครงการ โดยได้รับความร่วมมือจากองค์การยูนิเซฟและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพพบว่า การให้เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า และการอุดหนุนแบบถ้วนหน้าจะขจัดปัญหาการเข้าถึงเด็กในครอบครัวยากจนได้

นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2564) และแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2560 - 2564)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ชาวประมงเฮ ครม.อนุมัติเงินชดเชยเรือประมงกว่า 300 ลำทั่วประเทศแล้ว
 


 

ล่าสุดรัฐบาลได้เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการให้เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ตั้งแต่แรกเกิด – 6 ปี และขยายฐานรายได้จากเดิม 36,000 บาทต่อคนต่อปี เป็นไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี ซึ่งสอดคล้องกับการใช้ฐานเกณฑ์รายได้ของผู้มีรายได้น้อยตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับครัวเรือนที่มีรายได้น้อย โดยเด็กที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 ที่มีคุณสมบัติและไม่เคยรับสิทธิ จะได้รับสิทธิตั้งแต่ปีนี้จนอายุครบ 6 ปี เด็กที่รับสิทธิในปี 2559 - 2561 ให้รับต่อไปจนอายุครบ 6 ปี และเด็กที่เกิดในปีนี้ให้รับสิทธิจนอายุครบ 6 ปี

คาดว่าจะมีผู้ที่ได้รับเงินอุดหนุนมากกว่า 1,400,000 คน โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ถือเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดต่อสังคมในระยะยาว เพราะจะช่วยให้เด็กมีทักษะที่สูงขึ้น มีผลการเรียนที่ดีขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้น การเจ็บป่วยลดลง อาชญากรรมลดลง ฯลฯ ไม่เพียงเท่านั้น...เด็กที่ได้รับเงินอุดหนุนยังมีภาวะโภชนาการดีกว่าเด็กที่ไม่ได้รับเงินอุดหนุนและได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียว รวมทั้งเด็กกลุ่มนี้ยังเข้าถึงบริการทางการแพทย์หลังคลอดมากกว่าด้วย ส่วนกลุ่มแม่ที่ได้รับเงินอุดหนุนก็มีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้จ่ายที่คล่องตัวมากยิ่งขึ้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : มติครม.อนุมัติปรับเพิ่มวงเงิน หนุนธอส.ขยาย "โครงการบ้านล้านหลัง" ตอบโจทย์ผู้มีรายได้น้อยฝันมีบ้าน
 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ครม.เพิ่มงบบัตรทอง เพิ่มบริการใหม่ให้ประชาชน!

ขอบคุณเพจ ไทยคู่ฟ้า 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
ไปรยา เปลี่ยนสมัย

ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : เด็กแรกเกิด  อุดหนุน  เงินช่วยเหลือ 

ติดตามข่าวอื่นๆ