จับตา! มิ่งขวัญร่วมพปชร.ตั้งรัฐบาล?พิสูจน์เนื้อไม่แท้พท. อดีตเคยขมขื่นนายใหญ่

จากกรณีผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ นับคะแนนไปและ 94%  ณ วันที่ 25 มี.ค.62 ปรากฏว่า อันดับ1 เป็นพรรคเพื่อไทย ด้วยคะแนน 7,423,361 คะแนน ส.ส.แบ่งเขต 135 เขต อันดับ 2 เป็นพรรคพลังประชารัฐ 7,939,937 คะแนน  ส.ส.แบ่งเขต 98 เขต อันดับ 3 พรรคอนาคตใหม่ ด้วยคะแนน 5,871,137 ส.ส.แบ่งเขต 29เขต  อันดับ 4 พรรคประชาธิปัตย์ 3,704,654  คะแนน ส.ส.แบ่งเขต 34 เขต และพรรคภูมิใจไทย ด้วยคะแนน 3,512,446 คะแนน ส.ส.แบ่งเขต 39 เขต

 

ทั้งนี้ท่ามกลางกระแสการจับมือกันตั้งรัฐบาลมีรายงานว่า แกนนำพรรคเพื่อไทย  ประกาศจัดตั้งรัฐบาล โดยพยายามรวบรวมเสียงให้ได้ถึง 250 เสียง โดยอ้างว่า เพื่อไทยได้จำนวน ส.ส. จากการเลือกตั้งมากที่สุดและทำตามความต้องการของประชาชนนั้น แหล่งข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ผู้บริหารจากพรรคเพื่อไทยได้โทรศัพท์ติดต่อมายัง นายกรณ์ จาติกวณิช รองพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อทาบทามให้มาร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลกับทางพรรคเพื่อไทย

 

ขณะ นายกรณ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Korn Chatikavanij ระบุว่า ..ช่วงนี้ข่าวปล่อย ข่าวลือจะเยอะนะครับ

 

อย่าไปให้น้ำหนักกับข่าวมาก ส่วนเรื่องการสนับสนุนเพื่อไทย ผมขอยืนยันว่าในส่วนของผม ใครจะติดต่อหรือไม่ติดต่ออย่างไรก็ตาม..คำตอบคือ ‘เป็นไปไม่ได้’

 

 


 

 

ล่าสุดวันนี้(26มี.ค.) นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ) ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งมีความน่าสนใจผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Paisal Puechmongkol ทำให้เห็นความคืบหน้าในเรื่องนี้ โดยข้อความทั้งหมดระบุว่า

 

การที่พรรคพลังประชารัฐ มีสส.เกิน 126คน เมื่อรวมกับสว. 250 คน ก็จะเกิน 376 คน

สามารถตั้งลุงตู่เป็นนายกได้แล้ว จึงมีความเหนือกว่าเพื่อไทย ที่ไม่มีทางรวบรวมเสียงได้เกิน 376!

 

ดังนั้น จึงเป็นที่แน่นอนแล้วว่า ลุงตู่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป! ส่วนการรวบรวมเสียงในสภาผู้แทนราษฎร ให้ได้เกิน 250 คน จึงเป็นจังหวะก้าวต่อไป! ซึ่งมีแนวโน้มสูงว่า จะมีคะแนนเสียงได้เกิน 250 เว้นแต่พรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยไม่ร่วมด้วย ก็จะเป็นเดทร็อค!

จึงต้องจับตาดูการจัดสรรตำแหน่งต่างๆ ว่า ใครจะได้นั่งกระทรวงไหน เพราะตรงนี้ จะยุ่งสักหน่อย

 

 

อย่างไรก็ตามยังมีความน่าสนใจในการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลว่าพรรคไหนจะมาร่วมกับพรรคพลังประชารัฐบ้าง ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า พรรคภูมิใจไทย ที่มี 51 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 53 เสียง พรรครวมพลังประชาชาติไทย 5 เสียง รวมทั้งพรรคชาติไทยพัฒนา 11 และพรรคชาติพัฒนา 3 จะมาร่วมกับพรรคพลังประชารัฐในการตั้งรัฐบาล ทั้งนี้สำหรับพรรคที่มีการตั้งข้อสังเกตุอีกพรรคที่อาจมาร่วมด้วยอีกพรรคคือ เศรษฐกิจใหม่ ของนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ที่มีจำนวนส.ส.6 คนซึ่งได้จากบัญชีรายชื่อทั้งหมด ซึ่งที่มองว่านายมิ่งขวัญอาจมาร่วมนั้น เพราะต้องไม่ลืมว่าพรรคเศรษฐกิจใหม่ไม่ใช่พรรคเนื้อแท้ หรือเครือข่ายทักษิณโดยตรง ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่าตัวหัวหน้าพรรคอย่างนายมิ่งขวัญเคยมีปัญหาอย่างไรกับนายใหญ่

 

 

ย้อนไปเมื่อปี2556 นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีต ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แถลงไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในวันที่ 2 ก.พ.57 และได้ลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยมาระยะหนึ่งแล้วโดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค. และไม่ได้ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด ส่วนเหตุผลเพราะต้องการเว้นวรรคทางการเมืองสักระยะหนึ่ง ยืนยันว่ายังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพรรคแม้ระยะหลังความเห็นทางการเมืองของตนกับพรรคจะไม่ตรงกันบ้างแต่ไม่ได้มีความขัดแย้งกัน แต่ทุกคนต่างรู้กันดีว่านายมิ่งขวัญถูกพักอนาคตบทบาททางการเมือง ถูกแช่บนที่นั่ง สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับ 6 มาช้านาน ซึ่งว่ากันว่าสาเหตุคือการไปวัดบารมีกับขั้ว “ชินวัตร” เแข็งข้อกับ “นายใหญ่”

 

ทั้งนี้หลังจากเหตุการณพลิกขั้วสลับค่าย เนวิน ชิดชอบ ขนลูกทีมร่วมจัดตั้งรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทยกลายเป็นฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนายมิ่งขวัญ มีบทบาทเด่น เป็นผู้นำการอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจมีรายชื่อเสนอแนบท้ายเป็นนายกรัฐมนตรี และได้ประกาศขออาสาเป็นนายกฯ คนถัดไปของประเทศ  แต่ต่อมาพรรคได้เสนอ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" น้องสาว นายทักษิณ ลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ อันดับ 1 เป็นนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้นมีกระแสข่าวว่านายมิ่งขวัญ ได้ชวนสมาชิกพรรคเพื่อไทยแยกตัวจากพรรค เพราะจากแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 28 ของไทย นายมิ่งขวัญ กลายเป็นแค่ สส.บัญชีรายชื่ออันดับ 6 ของพรรคทั้งยังถูกเขี่ยพ้นงานระดับยุทธศาสตร์ของพรรค กลายเป็นตัวเลือกนอกสายตาอีกด้วย

 

 

นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ที่สำคัญ หากยังจำกันได้สมัย นายสุพล ฟองงาม เป็นเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เมื่อปี 2553 เคยให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับจากเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อพบนายทักษิณ โดยกล่าวว่า เป็นเพียงการไปพบเพื่ออวยพรปีใหม่ และหารือกันในเรื่องทั่วๆไปและเรื่องการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งเท่านั้น แต่ในแวดวงการเมืองรู้กันดีว่ามีการไปเสนอนายมิ่งขวัญ เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งนายสุพล ยังกล่าวด้วยว่า บุคคลที่จะเป็นนายรัฐมนตรีนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นหัวหน้าพรรค เพียงแต่จะต้องมีคุณสมบัติ 3 ด้าน คือ ต้องชูเรื่องความปรองดองของประเทศเป็นหลัก และสามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ รวมทั้งต้องเป็นที่ยอมรับทั้งจากสมาชิกพรรคและประชาชน แต่ต่อมาหัวหน้าพรรคกลับไม่ใช่นายมิ่งขวัญ และก็มีเรื่องเล่าว่าทั้งตัวนายสุพลและนายมิ่งขวัญ ถูกนายใหญ่หมายหัวไม่พอใจในการสร้างบารมีภายในพรรคมากเกินไป ล่าสุดเป็นที่ทราบกันนายสุพล ได้ลาออกจากพรรคเพื่อไทย มาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ที่กำลังจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งจะด้วยสาเหตุนี้ด้วยหรือไม่ ยังไม่ชัดเจนว่านายมิ่งขวัญจะนำลูกพรรคเศรษฐกิจใหม่มาร่วมรัฐบาลที่มีนายสุพลเป็นแกนนำคนสำคัญคนหนึ่งด้วย

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่เอาเพื่อไทย! "ถาวร" เผย "บิ๊กตู่"อยู่ในอุดมการณ์ของพรรค แง้มโอกาสร่วม"พปชร." ได้ ?

"หญิงหน่อย" เหน็บ คสช. โอด กระเป๋าลุง มีเสียงตุนไว้แล้ว?..กางข้อเท็จจริง ส.ว. 250 คน โหวตนายกฯได้ แต่ไม่มีผลจัดตั้งรัฐบาล

"มาร์ค" แหว นโยบายไม่เคยลอกใคร? เมิน ทษช. โจมตี ฟุ้งหนักได้เป็นแกนนำตั้งรัฐบาลแน่!

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
กองบรรณาธิการข่าวการเมือง

ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์  เพื่อไทย  ทักษิณ 

ติดตามข่าวอื่นๆ