ที่พึ่งของประชาชน!? สาวใหญ่ถูกโจรขึ้นบ้าน โร่แจ้งความกลับต้องตะลึงหนักหน้ามืด หลัง ตร.บอกให้ย้ายบ้านหนีคนร้ายแทน

 วันที่ 19 มี.ค.62 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อกู’เดะ ได้โพสต์ข้อความว่า ช่วยแชร์ด้วยค่ะ เก็บหลักฐานโจรขึ้นบ้าน มบ.พฤกษา13 คลองสามแหล่งโจร ขึ้นบ้านโน้น ขึ้นบ้านนี้ ขึ้นทุกวัน ไม่มีปัญญาจับได้สักที ขึ้นบ้านเรามาตอน 2ทุ่มครึ่ง แถมมีคนยู่ในบ้านด้วยนะ ขึ้นบ้านเราเสร็จไปขึ้นบ้านซอยถัดไปอีก ไม่เกรงกลัวอะไรเลย ไปแจ้งความตำรวจเหน็บมาว่า มีทางเดียว #ย้ายบ้านหนี คือเราซื้อบ้านหลังละ100 หรอ พูดมาได้ ประชาชนเดือนร้อน คุณเป็นตำรวจให้คำปรึกษาได้แย่มาก แถวบ้านนี้โดนขึ้นแทบทุกหลัง ไม่มีใครมาดูแล แจ้งความ ลงบันทึกประจำวันละก็จบ ทุกวันนี้เราต้องช่วยตัวเอง นอนหลับไม่เคยลง กลัวว่าวันไหนมันจะเข้ามาอีก #ประชาชนเดือดร้อนวอนผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลด้วยค่ะ

 

 

 ผู้สื่อข่าวจึงได้ไปพบผู้เสียหายซึ่งอยู่หมู่บ้านพฤกษา13 บ้านเลขที่37/1291 ทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้นซอยที่ 18 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อผู้สื่อข่าวไปถึงก็พบกับกลุ่มของชาวบ้านยืนคุยกันเรื่องที่มีคนร้ายเข้าไปไม่เว้นแต่วันซึ่งทำให้ชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านพฤกษา13ต่างก็นอนกันไม่หลับเพราะคนร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจยังจับไม่ได้ น.ส.ประภาพรรณ เก่งเขตรวิทย์ อายุ 30 ปี พบผู้สื่อข่าวไปดูที่ประตูห้องน้ำชั้นที่2 ที่ถูกคนร้ายเจาะฝ้าก่อนปีนลงมาลักทรัพย์ไอแพด 1 เครื่อง และ กระจกแต่งรถยนต์รวมมูลค่ากว่า 10,000 บาท ก่อนหลบหนีไปโดยเหตุการณ์เกิดขึ้น วันที่18 มีนาคม 2562 เวลา 20.30 น.ที่ผ่านมาโดยหลังเกิดเหตุได้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและมีเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้ามาเก็บพยานหลักฐาน ซึ่งเหนือฝ้าชั้น 2 พบว่าสามารถเดินทะลุกันได้ทุกหลังมีเพียงเหล็กตาข่ายบางๆกั้นอยู่โดยคนร้ายได้เจาะจนสามารถเดินทะลุได้ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนเองกลัวมากเพราะขณะเกิดเหตุแม่อยู่บ้านเพียงคนเดียวหากคนร้ายลงมาอาจจะได้รับอันตรายอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วเพราะนี่ไม่ใช่เหตุการณ์แรก เพราะบ้านฝั่งตรงข้ามก็ถูกคนร้ายที่คาดว่าเป็นคนๆเดียวกันก่อเหตุลักทรัพย์ภายในบ้านถึง 3 ครั้งแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถจับคนร้ายได้ถึงขนาดว่าคนร้ายนอนทิ้งร่องรอยการอาบน้ำปะแป้งโดยโจรได้เงินจำนวนหนึ่งและโทรทัศน์ไป

 

 


 ทางด้าน นาง ศิริเพ็ญ อุดมศรี อายุ 47 ปี เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุยังโชคดีที่ตนเองยืนคุยกับเพื่อนบ้านอยู่นอกบ้านสายตาได้หันไปเห็นว่าไฟห้องนอนลูกสาวชั้น2 เปิดไฟขึ้นมาทั้งที่ไม่มีคนอยู่ถึง2ครั้ง ตนจึงค่อยๆย่องเข้าไปเปิดไฟในบ้านก็พบว่าคนร้ายได้เจาะฝ้าห้องน้ำชั้น2และคนร้ายหลังก่อเหตุได้ปีนกลับขึ้นไปบนฝ้าแล้วกระทั่งไปปีนลงบริเวณบ้านหลังข้างๆซึ่งเป็นบ้านร้าง ก่อนที่จะวิ่งเข้าไปในสวนสาธารณะ และวิ่งหลบหนีไปโดยที่มีชาวบ้านวิ่งตามแต่ไม่ทัน     
   ทางด้าน นาง มาลัย สุวรรณคติ อายุ 60 ปี เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุตนเอง รปภ. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ไล่ติดตามคนร้ายโดยคนร้ายได้ปีนทะลุฝ้าเพื่อที่จะพยายามจะลงที่บ้านเลขที่ 37/1284 ในซอย20 ที่หลังชนกันแต่ไม่สามารถลงมาได้เพราะมีเจ้าหน้าที่ติดตามไป ทำให้คนร้ายกลับมาแอบอยู่ที่บ้านร้างข้างบ้านที่ก่อเหตุก่อนจะใช้จังหวะเผลอปีนออกไปโดยพบว่าเป็นชายอายุประมาณ 30 ปี ใส่เสื้อเชิ๊ตสีขาวกางเกงขาสั้นลายทหารได้วิ่งหลบหนีไปทุกคนพยายามไล่ติดตามแต่ไม่ทัน และกลุ่มผู้เสียหายยังบอกอีกว่าเมื่อไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.คลองหลวง แล้วทาง ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่ามีทางเดียวย้ายบ้านหนีโจรไปเลย ซึ่งตนเองก็รู้สึกว่าประชาชนมาพึ่งตำรวจก็ไม่น่าจะพูดแบบนี้

 

 

 

 

ภาพ/ข่าว : ประทีป ผ่องผุด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ปทุมธานี

 


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
นายอนันต์ วิจิตรประชา



ติดตามข่าวอื่นๆ