ครั้งยูเอ็นสดุดีในหลวงร.9 ทูตวีรชัย ขึ้นกล่าวปรัชญาศก.พอเพียง ของขวัญแด่โลกจากพ่อหลวง

จากกรณี นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตวิสามัญ ผู้มีอำนาจเต็มประจำสหรัฐอเมริกา ได้เสียชีวิตอย่างสงบ ด้วยโรคมะเร็งไขกระดูก ณ กรุงวอชิงตัน ซึ่งสำหรับ นายวีรชัย พลาศรัย เกิดเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2503 เป็นที่รู้จักในฐานะหัวหน้าคณะต่อสู้คดีปราสาทพระวิหารการชี้แจงต่อศาลโลกกรณีคดีปราสาทพระวิหาร สมรสกับนางอลิซเบธ พลาศรัย โดยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ (กรุงเฮก) 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 เอกอัครราชทูต คณะผู้แทนถาวรไทย ประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

 

ทั้งนี้หากย้อนไปเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2559 ที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) คณะที่ 36 ของสมัยประชุมที่ 71 ที่สำนักงานใหญ่ยูเอ็นในนครนิวยอร์ก ได้ประชุมนัดพิเศษเพื่อสดุดีและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยนายปีเตอร์ ทอมสัน ประธานสมัชชายูเอ็น เริ่มวาระด้วยการกล่าวสดุดีเทิดพระเกียรติว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงครองราชย์กว่า 70 ปี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมากมายต่อชาวไทย ยูเอ็นขอร่วมกับพระบรมวงศานุวงศ์ของไทย รัฐบาลและประชาชนชาวไทย แสดงความเสียใจต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9จากนั้นที่ประชุมได้ขอให้สมาชิกยืนสงบนิ่ง เพื่อแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

 

 


 

 

ขณะที่นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ณ นครนิวยอร์ก กล่าวแสดงความขอบคุณที่ได้มีการจัดประชุมสมัยพิเศษเพื่อถวายสดุดีแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมทั้งขอบคุณถ้อยแถลงของประธานแต่ละกลุ่มภูมิภาค รวมถึงผู้แทนสหรัฐอเมริกา

 

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นดั่งประทีปนำทางของไทย ที่ทรงนำพาประเทศผ่านพ้นวิกฤตการณ์และความท้าทายมากมายตลอด 7 ทศวรรษที่ผ่านมา พระองค์ทรงยืนหยัดอยู่เคียงข้างประชาชน ทรงอุทิศจิตวิญญาณและทรงเสริมสร้างความเข้มแข็งในทางสร้างสรรค์ และที่สำคัญเหนืออื่นใด คือทรงเป็นผู้นำทาง พระองค์ทรงเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นหนึ่งเดียวของคนในชาติ ทรงสร้างบูรณภาพทางสังคมและวัฒนธรรมที่ยั่งยืนของชาติ ทรงวางรากฐานทั้งทางกายและใจให้กับประชาชนทุกหมู่เหล่าเพื่อมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นับแต่ทรงครองราชย์พระองค์ทรงมีสายพระเนตรกว้างไกลในการพัฒนาประเทศโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลางและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ผ่านโครงการพัฒนาตามแนวพระราชดำริมากกว่า 4,000 โครงการ

 

พระองค์ทรงสร้างอำนาจให้กับคนยากจนและคนที่เปราะบางที่สุด ปรับปรุงคุณภาพชีวิตและให้โอกาสประชาชนได้มีความเจริญรุ่งเรือง ทรงส่งเสริมสังคมแห่งสันติสุขโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม พระองค์ทรงวางแนวทางเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยจากประเทศด้อยพัฒนาไปสู่ประเทศที่มีรายได้ปานกลางระดับบนเช่นในปัจจุบัน พระองค์ทรงไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับสหประชาชาติ ในทศวรรษ 1960 พระองค์ได้เสด็จเยือนสำนักงานใหญ่สหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ถึง 2 ครั้ง ทั้งยังร่วมแบ่งปันความเห็นในการจัดการกับประเด็นปัญหาระดับโลกกับเลขาธิการยูเอ็น

 

 

พระองค์ทรงเป็นผู้บุกเบิกการปลูกพืชทดแทนและการพัฒนาชนบทตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1960 ซึ่งได้รับการยกย่องจากสำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นโอดีซี) ว่าเป็นหนทางที่มีประสิทธิภาพในการกำจัดการผลิตยาเสพติดผิดกฎหมาย และได้รับการยอมรับทั่วโลกในปัจจุบันในฐานะทางเลือกในการพัฒนาซึ่งประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ปลูกฝิ่นในหลายประเทศกลายเป็นพื้นที่เกษตร ส่งเสริมงานหัตถกรรม การสร้างศูนย์พัฒนาอาชีพหรือแม้กระทั่งการทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ยูเอ็นและหน่วยงานในสังกัดต่างยอมรับว่าพระองค์ทรงเป็น”กษัตริย์นักพัฒนา” จากการที่พระองค์ทรงทุ่มเทพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน พัฒนาชนบท สร้างความมั่นคงทางทหาร

 

ทั้งยังทรงอุทิศพระองค์เพื่อทำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งทำให้องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ทูลเกล้าถวายเหรียญสดุดีพระเกียรติคุณในด้านการพัฒนาการเกษตรในปีพ.ศ. 2538 รางวัล UN-Habitat Scroll of Honour Special Citation Award ในปี 2546 จากบทบาทที่ทรงพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งในเมืองและในชนบท รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จากสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นดีพี) ในปี 2549 และรางวัลผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญาจากองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลกในปี 2552 นอกจากนี้ ในปี 2557 ที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติยังได้กำหนดให้วันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นวันดินโลก จากพระราชกรณียกิจทั้งในด้านการค้นคว้าและพัฒนาดินของพระองค์ด้วย

 

 

พระองค์ยังทรงงานเคียงข้างประชาชนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ไม่ว่าจะเป็นประชาชนระดับรากหญ้า เกษตรกร ชุมชนและโครงการในพระราชดำริต่างๆ ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งตกผลึกเป็นสิ่งที่เรารู้จักในนาม “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นสิ่งที่พระองค์พระราชทานแด่ประชาชนไทยให้ดำรงชีวิตอย่างรู้จักประมาณตน อย่างรอบคอบและระมัดระวัง ซึ่งถือเป็นแนวทางที่จะทำให้บรรลุผลสำเร็จของการพัฒนาที่ยั่งยืนได้ ปรัชญาดังกล่าวไม่เพียงประสบความสำเร็จในไทย แต่ยังถูกนำไปปรับใช้ทั้งภาคเกษตรและภาคธุรกิจ ซึ่งเราคนไทยรู้สึกยินดีที่ได้แบ่งปันของขวัญดังกล่าวกับมิตรประเทศของเราในยูเอ็นตลอด 1 ปีที่ผ่านมา

 

“เราเชื่อมั่นว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์จะยังคงเป็นแนวทางสำหรับประเทศไทยและเพื่อนของเราในการดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนค.ศ.2030 ในนามประชาชนและรัฐบาลไทย ขอขอบคุณอีกครั้งด้วยใจจริงสำหรับการแสดงความเสียใจในช่วงเวลาแห่งความเศร้าโศกเป็นที่สุด” นายวีรชัย กล่าว

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
ศิริพงษ์ หนูแก้ว

ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : ทูตวีรชัย  วีรชัยพลาศรัย  ในหลวง 

ติดตามข่าวอื่นๆ