อย่าเหิมใจ! เหตุเกิดจาก "มอ.โพล" เผย อนาคตใหม่ ฟาดเรียบภาคใต้? ตีแผ่ข้อเท็จจริง ท้ายสุดอาจเป็นแค่ฝัน?

จะว่าไปแล้ว พรรคที่มาแรงแซงโค้งในตอนนี้  เห็นทีว่าจะเป็นพรรคที่มีภาพลักษณ์เป็นคนรุ่นใหม่ โดยมุ่งหวังคะแนนเสียงจากกลุ่มวัยทีน อย่าง พรรคอนาคตใหม่  หรือไม่? ซึ่งในขณะนี้เรียกได้ว่าเร่งเครื่องเดินหน้าออกหาเสียงกันอย่างเต็บสูบ

 

 

โดยเริ่มจาก เริ่มจากวันศุกร์ที่ 1 มี.ค. ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมทีมงาน เดินทางไปจังหวัดนราธิวาส โดยลงเครื่องบินที่ท่าอากาศยานนราธิวาส ปรากฏว่ามีนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายมารอต้อนรับและถ่ายรูปกับหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่จำนวนมาก แม้บางคนยังไม่สามารถใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรกได้ แต่ก็อาสาเป็นผู้สังเกตการณ์หน่วยเลือกตั้งให้กับพรรค เพื่อสกัดกั้นการทุจริต

 

 

จากการสอบถามบรรดานักศึกษาที่มารอต้อนรับธนาธร ทุกคนยืนยันตรงกันว่าไม่เห็นด้วยกับเสียงครหาว่ามาตามกรี๊ดหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ตามกระแส เพราะจริงๆ แล้วพวกตนพูดคุยกันเรื่องการเมือง และศึกษานโยบายของพรรค ตลอดจนติดตามการดีเบตเวทีต่างๆ มาโดยตลอด  ทั้งนี้ "ธนาธร" จัดใหม่งบดับไฟใต้ ชู 3 นโยบายแก้ขัดแย้ง     

 

 

จากนั้นธนาธรพร้อมทีมงานขึ้นรถแห่เข้าเมืองนราธิวาส เป้าหมายอยู่ที่หาดนราทัศน์ซึ่งเป็นจุดตั้งเวทีปราศรัย โดยมีประชาชนจำนวนมากไปรอต้อนรับ บนเวที หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ได้แนะนำตัวผู้สมัครของพรรคทั้ง 4 เขต และปราศรัยตอนหนึ่งว่า การเมืองคือเรื่องของอำนาจ เป็นอำนาจในการจัดสรรทรัพยากรของประเทศและบริหารจัดการงบประมาณว่าควรจะนำไปใช้อะไร เช่น จะเอาไปสร้างรถไฟฟ้าอย่างเดียว หรือจะนำมาพัฒนาพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้, จะนำไปซื้อเรือดำน้ำ หรือจะนำไปพัฒนาโรงเรียนทั่วประเทศให้ดีขึ้น

 

 

ช่วงค่ำวันเดียวกัน ธนาธร พร้อมแกนนำพรรคยังได้เปิดปราศรัยอีก 1 เวทีที่อำเภอเมืองปัตตานี โดยใช้พื้นที่ลานจอดรถของตลาดกรีนมาร์เก็ต ถนนเจริญประดิษฐ์ หรือถนนสาย ม.อ และเมื่อวันเสาร์ที่ 2 มี.ค. ธนาธร พร้อมแกนนำพรรค ลงพื้นที่พบปะประชาชนในเขตเมืองยะลา โดยแต่งกายตามอัตลักษณ์มลายู สร้างความสนใจให้กับผู้พบเห็น ตลอดจนนักเรียนนักศึกษาโบกมือทักทายเป็นจำนวนมาก

สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่พรรคอนาคตใหม่เสนอ

คือ 1.พัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ให้ดีขึ้น ส่งเสริมอุตสาหรรมผลิตนมแพะ และอาหารฮาลาล 2.การเจรจาทางการทูต และ 3.การยุติการรวมศูนย์อำนาจ แล้วใช้การเมืองนำการทหาร

 


อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าสนใจและจับตามอง คือ ผล 'มอ.โพล' ชี้ "ธนาธร" กวาดคะแนนภาคใต้เรียบ!  สืบเนื่องจากวานนี้ (12 มีนาคม) คณะทำงานโครงการ 'มอ.โพล' มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เผยผลสำรวจความคิดเห็นประเด็นเลือกตั้ง “ภาคใต้ 62” ซึ่งเป็นการสอบถามประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัด กระจายทุกพื้นที่ เพศ รายได้ ศาสนา และระดับการศึกษา จำนวน 1,431 กลุ่มตัวอย่าง จัดเก็บระหว่างวันที่ 1 - 28 ก.พ. พบประเด็นที่น่าสนใจหลายด้าน

 

 


เริ่มจากคำถาม ท่านจะไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 หรือไม่ พบว่า 92.10 เปอร์เซ็นต์ ตอบว่า ไป มีเพียง 1.20 เปอร์เซ็นต์ ตอบว่า ไม่ไป และอีก 6.70 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ  ส่วนคำถามว่า ใครบ้างที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของท่านว่าจะเลือกใคร/พรรคใดมากที่สุด พบว่า ส่วนใหญ่ 89.60 เปอร์เซ็นต์ ตัดสินใจด้วยตัวเอง รองลงมาคือ 8.20 เปอร์เซ็นต์ บุคคลในครอบครัว

 

 

เมื่อถามว่า ท่านจะใช้เกณฑ์หรือปัจจัยใดในการตัดสินใจเลือก ส.ส.ในการเลือกตั้งมากที่สุด พบ 55.30 เปอร์เซ็นต์ ตอบว่า พิจารณานโยบายพรรค ส่วน 33.70 เปอร์เซ็นต์ พิจารณาคุณสมบัติส.ส. และ 5.20 เปอร์เซ็นต์ ความผูกพันต่อพรรคเดิม, 4.00 เปอร์เซ็นต์ ผลงานที่ผ่านมา และ 1.70 เปอร์เซ็นต์ ความผูกพันต่อตัว ส.ส.เดิม 


ส่วนคำถามว่า ตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคการเมืองใดแล้วหรือยัง พบว่า ส่วนใหญ่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคการเมืองใด 66.00 เปอร์เซ็นต์ ตัดสินใจแล้ว 30.00 เปอร์เซ็นต์ พรรคที่คนใต้อยากเลือก มากที่สุดคือ พรรคอนาคตใหม่ 26.98 เปอร์เซ็นต์ พรรคประชาธิปัตย์ 24.19 เปอร์เซ็นต์ พรรคเพื่อไทย 19.30 เปอร์เซ็นต์ พรรคพลังประชารัฐ 11.86 เปอร์เซ็นต์ พรรคประชาชาติ 7.67 เปอร์เซ็นต์

พรรคภูมิใจไทย 3.72 เปอร์เซ็นต์ พรรครวมพลังประชาชาติไทย 2.56 เปอร์เซ็นต์ และอื่นๆ 1 เปอร์เซ็นต์ ส่วนคำถามว่า ท่านจะเลือกพรรคการเมืองเดิมที่เคยเลือกหรือไม่ พบว่า จะไม่เลือกพรรคเดิมสูงถึง 84.80 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่จะเลือกพรรคการเมืองเดิม มีเพียง 15.20 เปอร์เซ็นต์

 

 

ส่วนหัวข้อคนใต้อยากได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นพบว่า ส่วนใหญ่ 41 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่ตัดสินใจ ส่วนที่เป็นบุคคลพบว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งคือ 16.10 เปอร์เซ็นต์ รองลงมานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 12.00 เปอร์เซ็นต์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 10.30 เปอร์เซ็นต์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ บัญชีนายกฯ พรรคเพื่อไทย 8 เปอร์เซ็นต์ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ 0.9 เปอร์เซ็นต์


สำหรับ  ผล 'มอ.โพล' ชี้ "ธนาธร" กวาดคะแนนภาคใต้เรียบ! ยังคงแคลงใจใครหลายคน รวมถึงบรรดาเหล่าคนคอการเมือง จึงเกิดคำถามที่ว่าเป็นไปได้หรือไม่? 'มอ.โพล' ซึ่งทำด้วยความซื่อตรงต่อวิชาชีพ แต่มีความผิดพลาดบางประการเกี่ยวกับผลลัพท์นี้ หรือไม่? เพราะเมื่อดูจากผลสถิติที่ผ่านมา ประชาธิปัตย์ เป็คนเก่าคนแก่ ที่มีกลุ่มฐานเสียงหลักคือ 'ภาคใต้' แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ พรรคที่เพิ่งโผล่มาหาเสียงเพียงแค่ไม่กี่วัน จะชนะ และกวาดคะแนนเสียงอย่างถล่มทลายจากคนใต้ไปได้! 

 
ต่อกรณีดังกล่าว ล่าสุด 'นายนิพนธ์ บุญญามณี' รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เผยถึงผลโพลสำรวจของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ระบุว่าภาคใต้ 'พรรคประชาธิปัตย์' แพ้ 'พรรคอนาคตใหม่' ว่า"ผลโพลที่ออกมา น่าจะเป็นการไปสำรวจกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือคนที่มีสิทธิ์ลงคะแนนครั้งแรก เพราะคนรุ่นใหม่อาจรู้สึกว่าอยากได้คนรุ่นใหม่มาดูแล และเข้าใจว่าพรรคอนาคตใหม่ เป็นคนรุ่นใหม่

 

 

ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ก็เสนอ ดูอย่าง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อ 27 ปีที่แล้ว ก็เป็นคนรุ่นใหม่ในพรรค และคนรุ่นใหม่ในพรรคก็จะนำพรรคต่อไป ส่วนที่ผลสำรวจออกมาว่าคนใต้ไม่เลือกพรรคเก่า ก็ไม่มีเหตุผลว่าไม่เลือกเพราะอะไร

“เราไม่สนับสนุนในสิ่งที่พูดหวือหวา แล้วทำไม่ได้อย่างที่พูด ไม่ใช่พูดอะไรก็ได้ที่สังคมชอบ พูดแล้วสะใจ ประชาธิปัตย์ทำอย่างนั้นไม่ได้ พูดแล้วต้องรับผิดชอบ นี้คือความต่างกับพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเราพยายามทำความข้าใจกับผู้เลือกตั้งครั้งแรก ว่าเรื่องของประเทศ ไม่ใช่เรื่องของความสะใจ” จากผลโพลที่ออกมา เราไม่ได้กังวลอะไร เพราะประชาธิปัตย์ก็ทำโพลเหมือนกัน ผลที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจ โดยเราเชื่อมั่นว่า ใน 50 เขต ประชาธิปัตย์ต้องได้ 46-47 เขตแน่นอน

 

 

กรณีนี้ชี้ชัดขึ้นไปอีกเมื่อ ได้รับการยืนยันจาก ผศ. จุมพล ชื่นจิตต์ศิริ รองอธิการบดีฝ่ายกฎหมาย ศูนย์บริการวิชาการม.อ. ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand นำโดยพิธีกร อย่าง 'ดนัย เอกมหาสวัสดิ์' และ 'อมรรัตน์ มหิทธิรุกข์' เนื้อหาใจความว่า " อุณหภูมิการเมืองณ ขณะนั้น ข้อมูลที่สำรวจมา เริ่มตั้งแต่วันที่ 1-28 กุมภาพันธ์  ประจวบเหมาะกับที่พรรคอนาคตใหม่ลงมาหาเสียงที่ภาคใต้ช่วงเดือนกุมภาพันธ์พอดิบพอดี

 

 

รวมไปถึงแฮชแท็กฟ้ารักพ่อ ซึ่งเป็นที่นิยมในขณะนั้น อาจจะทำให้ผลคะแนนที่ออกมาณ ขณะนั้น เป็นเช่นนี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผศ. จุมพล กล่าวย้ำว่า ผลการสำรวจในลักษณะกังกล่าวไม่มีความแน่นอนเสมอไป และจะเปลื่ยนแปลงตามสถานะการณ์ตลอดเวลา เดือนนี้ใช่ เดือนหน้าอาจจะไม่ใช่แล้วก็เป็นได้

 

 

อย่างไรก็ตาม จากที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้น ด้วยปัจจัยบางประการที่ไม่ได้ถูกแทนค่าในผลสำรวจ สะท้อนให้เห็นว่า ข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับข้อมูลเชิงตัวเลขเสมอไป นั่นหมายถึงว่า การที่มีกระแสข่าวว่า นายธนาธร และพรรคอนาคตใหม่ จะกวาดคะแนนในภาคใต้นั้น มิได้เป็นไปตามนั้น และยิ่งไม่ต้องพูดถึงความเป็นไปได้ เพราะทุกคนต่างทราบดีว่า พื้นที่ภาคใต้นั้น ถือเป็นถิ่นเก่าแก่ และมีฐานเสียงหลักของพรรคประชาธิปัตย์ เห็นทีว่าจะเป็นฝันที่ลมๆแล้งๆของพรรคอนาตคตใหม่เท่านั้นเอง  ... 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
-“ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” อนาคตใหม่ หรือ อนาคตดับ ? หลังถูกชุดภาพ ร่วมชุมนุม ม็อบแดง 53 จนโดนกระสุนยาง
-คิดแบบ "ธนาธร" เป็นภัยกับ "ระบอบประชาธิปไตย" บทความพิเศษ :: ดร.เวทิน ชาติกุล
-"เพจดัง" ขยี้คลิปสัมภาษณ์ "ธนาธร-ทักษิณ" ตอกกลับ "เคยรู้ข้อกฎหมายหรือไม่" ซัด อย่าใช้วาทกรรม" ถูกกระบวนการยุติธรรมรังแก"


ติดตามข่าวสารทาง Line


ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
ธัญญา พัชรวงศ์ศักดา

ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : เลือกตั้ง62  พรรคอนาคตใหม่  ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  ผลสำรวจความคิดเห็น  ประชาธิปัตย์  ชนะ