Ep.1 ย้อนเหตุการณ์บุกล้มเวทีประชุมผู้นำอาเซียนพัทยา! "อภิสิทธิ์" อย่าทำเป็นลืม? ถ้าไม่มีเขาเหล่านี้ จะรอดถึงทุกวันนี้ไหม?

ติดตามกันต่อเนื่องกับประเด็นฮอตฮิตข้ามวันข้ามคืน! สำหรับการประกาศจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจนของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สืบเนื่องจากกรณีวันที่10 มีนาคม ที่ผ่านมา 'นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ' หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้อัดคลิป ลงแฟนเพจ Abhisit Vejjajiva โดยเป็นการประกาศจุดยืนชัดๆของตนเอง ที่จะไม่สนับสนุน 'พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา' เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ เพราะ การสืบทอดอำนาจ สร้างความขัดแย้ง และขัดกับอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ "ประชาชนเป็นใหญ่"

 

 

ต่อกรณีดังกล่าวเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ถึงขนาดที่ว่า คนเคยสนิทและผู้อยู่เบื้องหลังการผลักดันขึ้นนั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อย่าง 'นายสุเทพ เทือกสุบรรณ' แกนนำพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ประกาศกล่าวตอนหนึ่งระหว่างปราศรัยที่ สวนพระนารายนณ์ อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ระบุว่า

 

"ที่จริงผมไม่อยากพูดถึงเลยนะครับ ผมออกมาจากพรรคประชาธิปัตย์ ผมอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ 37 ปี ผมเป็นเลขาธิการพรรค เป็นผู้บริหารพรรคคนสำคัญคนหนึ่ง และผมบอกกับพี่น้องตรง ๆ ผมเป็นคนทำให้อภิสิทธิ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าไม่ใช่เพราะผม ผมไม่รู้ว่าชาติหน้ามันจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นี่แหลงกันตรง ๆ"

 

 

 "แต่วันนี้อภิสิทธิ์มาประกาศแล้ว ออกทีวีแล้ว ประกาศแล้วว่าเลือกตั้งคราวนี้เขาประกาศจุดยืนเลย เขาไม่สนับสนุนประยุทธ์ จันทรโอชา แน่นอน เขาไม่เอา ผมก็ข้องใจ อยากจะถามอภิสิทธิ์ว่า ตกลงอภิสิทธิ์ยืนข้างเดียวกับทักษิณเต็มตัวแล้วใช่มั้ย นี่แสดงว่าถ้าฝ่ายทักษิณเทคะแนนให้อภิสิทธิ์เป็นนายกฯ เอาทันทีใช่มั้ย นี่แสดงว่ามึงอาจอยากจะเป็นนายกฯจนลืมหัวกูแล้วใช่มั้ย" นายสุเทพ กล่าว
 

อย่างไรก็ตาม จากข้อเท็จจริงที่สำนักข่าวทีนิวส์เคยนำเสนอไปก่อนหน้านี้แล้วว่าเส้นทางการเป็นนายกรัฐมนตรีของผู้ชายที่ชื่อ 'นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ' นั้น ล้วนมีแต่ผู้อุปถัมภ์ค้ำชู เป็นแรงหนุน 1 คนสำคัญในนั้น คือ 'นายสุเทพ เทือกสุบรรณ' แต่ไม่ว่าจะอย่างไรจะขอทบทวนความจำคุณอภิสิทธิ์กันสักหน่อย เมื่อย้อนกลับไปเมื่อย้อนกลับไป วันที่ 11 เมษายน 2552 เป็นวันที่ยากจะลืมเลือนของคนไทย คงไม่ผิดอะไรนัก

เพราะวันนั้นเกิดการชุมนุมประท้วง นำมาซึ่งความล้มเหลวของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมระดับนานาชาติ ทำลายภาพลักษณ์ของชาติอย่างย่อยยับ ทุกฝ่ายต่างตราหน้าความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลในชุดนายกอภิสิทธิ์ และกล่าวหาความไร้ซึ่งอารยธรรมของกลุ่มคนเสื้อแดง ผู้สร้างความปั่นป่วนให้การประชุมครั้งสำคัญ

 

 

ทั้งนี้ ความตึงเครียดของสถานการณ์ เริ่มต้นขึ้น เมื่อฝูงชนที่ใช้เสื้อสีแดงเป็นสัญลักษณ์ หรือกล่าวง่ายๆ ว่าเป็น "ผู้สนับสนุน" ของ "อดีตนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันเป็นนักโทษหนีคดี อย่าง "ทักษิณ ชินวัตร" นับพันคน รวมตัวกันในวันที่ 10 เมษายน 52 แล้วเดินทางมุ่งหน้าไปยังโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งใช้เป็นสถานที่การประชุมสุดยอดอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของกองกำลังหลายฝ่าย หลังทราบข่าวความเคลื่อนไหวครั้งนี้

 

อย่างไรก็ดี ความพยายามสกัดกั้นขบวนชุมนุมของเจ้าหน้าที่ดูเหมือนจะสูญเปล่า เพราะ สุดท้ายกลุ่มคนเสื้อแดง นำโดย "นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง" ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ก็มาถึงหน้าโรงแรม รอยัล คลิฟฯ ปักหลักสกัดกั้นรถที่สัญจรผ่านไปมาไม่ให้เข้าในโรงแรม เว้นเพียงรถของเจ้าหน้าที่ทูตที่เข้าร่วมประชุมและเจ้าหน้าที่บางส่วนเท่านั้น พร้อมทั้งยื่นเงื่อนไขขอมีส่วนร่วมกับประชุมอาเซียนครั้งนี้ด้วย 

 

 
08.00 น. กลุ่มรถแท็กซี่หลายสิบคัน ใช้รถปิดถนนบริเวณแยกเขาพระตำหนัก ทางขึ้นโรงแรม รอยัล คลิฟฯ  สถานที่จัดการประชุมอาเซียน ก่อนเคลื่อนตัวไปชุมนุมต่อต้านนายกรัฐมนตรี ทว่าห่างออกไปไม่ไกล มีกลุ่มเสื้อสีน้ำเงิน จำนวนหลายร้อยคนปิดทางขึ้นโรงแรมเช่นกัน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหาร หลายกองร้อยตรึงกำลังเข้ม   09.00 น. กลุ่มเสื้อแดงประจันหน้ากับกลุ่มเสื้อน้ำเงิน บริเวณทางเข้าโรงแรม รอยัล คลิฟฯ ต่อมา เกิดการปะทะกลางแยกพระตำหนัก เมืองพัทยา เสียงปืน ระเบิดปิงปองดังลั่นขึ้น หลังเสียงสงบพบผู้บาดเจ็บหลายราย 

 


 


10.15 น. นายกรัฐมนตรีที่อยู่ในโรงแรม รอยัล คลิฟฯ ฯ เรียกประชุมด่วนฝ่ายความมั่นคง เพื่อประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง จากนั้นโฆษกรัฐบาล แถลงเลื่อนประชุมสุดยอดอาเซียนกับผู้นำจีน หลังม็อบเสื้อแดงป่วนหนักขัดขวางการเดินทาง  
                        
11.50 น. แกนนำคนเสื้อแดงกล่าวหาว่า รัฐบาลอยู่เบื้องหลังการปะทะกันของฝ่ายตนกับกลุ่มเสื้อน้ำเงิน จึงแถลงเรียกร้องให้ยุติการประชุมอาเซียน และให้นายกรัฐมนตรีลาออก เพื่อรับผิดชอบ กรณีความรุนแรงที่เกิดขึ้น 

12:30 น. กลุ่มเสื้อแดงระดมพลอีกครั้ง บริเวณทางขึ้นโรงแรม รอยัล คลิฟฯ พร้อมกระจายกำลังล้อมปิดเส้นทางขึ้นโรงแรมทุกเส้นทาง และแบ่งกำลังบางส่วนไปต้านกลุ่มเสื้อน้ำเงินในที่ปักหลัก ต่อมาได้ยกพลปีนกำแพงเข้าสู่สถานที่ประชุมอาเซียน โดยเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ไม่สามารถสกัดกั้นได้  

 

 

13.15 น. กลุ่มเสื้อแดงคลั่งทุบกระจกโรงแรมเสียหาย ก่อนบุกเข้ายึดและจัดโต๊ะแถลงข่าวเบ็ดเสร็จ โดย นายอริสมันต์ แถลงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี จับผู้ที่ทำร้ายกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อช่วงเช้าให้ได้ภายใน 1 ชั่วโมง ไม่เช่นนั้น เสื้อแดงจะตอบโต้อย่างรุนแรงทันที และไม่รับผิดชอบความปลอดภัยผู้ที่อยู่ในอาคารศูนย์ประชุม ฝ่ายผู้นำประเทศต่างๆ เร่งเดินทางออกจากโรงแรมหลังผู้ชุมนุมบุกรุกเข้ามา

 
13.26 น. รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ดร.ปณิธาน วัฒนายากร แถลงเลื่อนการประชุมอาเซียน ออกไปอย่างไม่มีกำหนด ขณะที่นายกรัฐมนตรี เตรียมแถลงมาตรการจัดการกลุ่มเสื้อแดง     


13.47 น. นายกรัฐมนตรีประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่เมืองพัทยา และ จ.ชลบุรี เป็นพื้นที่อันตรายขั้นร้ายแรง โดยมอบหมายให้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคงเป็นผู้กำกับดูแลสถานการณ์ เมื่อสถานการณ์วิกฤติขีดสุด มวลชนเสื้อแดงหักเข้าประตู หวังทำร้ายอภิสิทธ์ เพื่อสะสางความแค้น ด้วยวิธีปิดประตูตีแมว เข้าล้อมปิดกั้นทุกทางออก

 

 

โดยในขณะนั้นบุคคลสำคัญในรัฐบาลชุดของนายอภิสิทธิ์ ใช้กำลังพลของ ร.21.รอ หรือ ทหารเสือราชินี เป็นหน่วยอารักขา แต่ในครานั้นด้วยด้วยขีดความสามารถที่ไม่ได้ฝึกมาเพื่อรับมือสถานการณ์เฉพาะหน้าในเวลานั้น จำเป็นต้องขอกำลังสนับสนุนจากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ หรือ หน่วยซีล  6 นาย มาเสริมทีมอารักขา แต่เมื่อ พล.อ.ประวิตร และนายสุเทพ หารือกันเห็นว่า ควรให้หน่วยซีลไปคุ้มกัน'นายอภิสิทธิ์' ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของกลุ่มคนเสื้อแดง นั่นย่อมแสดงให้เห็นถึงความเสียสละของ  'พล.อ.ประวิตร' และ 'นายสุเทพ' ที่เห็นถึงชีวิตของ 'นายอภิสิทธิ์' สำคัญกว่า

 
สุดท้ายการประชุมระดับโลกก็ล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า   การที่รัฐบาลประกาศยกเลิกการประชุมอาเซียน ย่อมหมายความถึงเป้าหมายของกลุ่ม นปช.บรรลุแล้ว ดังนั้นจึงมีการฉลองประกาศชัยชนะไปตามถนนสายต่างๆ ทั่วเมือง แต่ความล้มเหลวครั้งนี้จะเรียกว่าชัยชนะได้อย่างไร เมื่อต้องแลกมากับความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ซึ่งต่างชาติเรียกว่าเป็น “โศกนาฏกรรมของไทยและอาเซียน”

เพราะการประชุมครั้งนี้มีความสำคัญมากกับวิกฤติเศรษฐกิจโลก ความหวังว่าข้อตกลงของผู้นำชาติต่างๆ จะช่วยแก้ปัญหา ค่อยๆ ปลิวหายไปกับเสียงการบุกรุกเข้ามาในโรงแรมของผู้ชุมนุม ทุกอย่างต้องชะงักงัน อาเซียนต้องหยุดกระบวนการทำงานที่สำคัญที่สุดในรอบ 42 ปี

 

 

อย่างไรก็ตาม จากข้อเท็จจริงทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมา ทำให้เห็นความไร้ศักยภาพของตัวนายอภิสิทธิ์? เป็นไปได้หรือไม่ว่า หากไม่มีผู้เบื้องหลัง และ1คนสำคัญ อย่าง 'นายสุเทพ' คอยผลักดัน นายอภิสิทธิ์ อาจจะไม่ได้มาถึงจุดนี้ก็เป็นได้ แล้วทีนี้ต้องย้อนกลับไปถาม อภิสิทธิ์ ว่า "ข้อเท็จจริงเป็นเช่นนี้ ที่มีทุกวันนี้เป็นเพราะใคร คุณอภิสิทธิ์ จำอะไรไม่ได้เลยหรอคะ ?

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถอดรหัสคำพูด "อภิสิทธิ์" เต๊ะท่า-วางมาด ถือว่าเป็นตัวแปรสำคัญ ตั้งรัฐบาล!    
ชัดพอไหม! งานนี้มีคนเงิบหนัก "กิตติธัช" เผย "บรรจง" ฉะ "อภิสิทธิ์" ปมประมงเถื่อนและการค้ามนุษย์บนเรือประมง   
ละเลงขนมเบื้องด้วยปาก? "อภิสิทธิ์" ลั่น ถ้าได้ต่ำกว่า 100 ที่นั่ง จะลาออก!

 

 

    
"บิ๊กตู่" ยืนกราน "ไม่ลาออก" แย๊บ "อภิสิทธิ์" มีอำนาจยังแพ้ "ยิ่งลักษณ์" คาเก้าอี้มาแล้ว!


ติดตามข่าวสารทาง Line


ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
ธัญญา พัชรวงศ์ศักดา

ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : บุกอาเซียน  สุเทพ เทือกสุบรรณ  อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 

ติดตามข่าวอื่นๆ