"โหรฟองสนาน" ทายทักถือเป็นยุคโลกใหม่ ห่วงเกิดขบวนการสร้างอุดมการณ์ผิดๆ อาจนำต่อสู้ยาวนานในหมู่คนไทย

เมื่อพูดถึงเรื่องดวงชะตา ใครๆ ก็อยากจะโชคดี มีชีวิตสดใส ทั้งความรัก การงาน การเงิน เป็นไปตามใจปรารถนา รวมไปถึงลาภลอยต่างๆ ที่คุณอาจจะมีโอกาสได้รับทรัพย์ก้อนโต และวันนี้เราก็มีคำทำนายของโหรฟองสนาน จามรจันทร์ นักโหราศาสตร์สมัครเล่นมาฝากกัน โดยครั้งนี้เป็นการทำนายดวงเมืองและภาพรวมต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงปี 2562  มาในเรื่อง ดวงเมือง ยุคที่สิบสามของกรุงรัตนโกสินทร์
 

โดยในเฟซบุ๊กชื่อ Fongsanan Chamornchan ได้โพสต์ข้อความระบุว่า "แม่หมอสมัครเล่นตอนที่ 264 โดยฟองสนาน จามรจันทร์ ยุคที่สิบสามของกรุงรัตนโกสินทร์ปรากฏแล้วปลายขอบฟ้า-ในยูทูป-ฟองสนาน-มีรายละเอียดยุคที่สิบ-ชาววิไลสนุกมากค่ะ ภาพดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์ พระเสาร์จร(7)เดินอยู่ในราศีธนู พระพฤหัสบดีจร(5)เดินจากราศีพิจิกเข้าราศีธนูวันที่ 3 มีนาคม2562 เวลา 06.00 น."

 

"เริ่มร่วมราศีเดียวกับพระเสาร์จรรอบแรก เมื่อเดือนมกราคม2558 ผู้เขียนได้ออกหนังสือชื่อ ลอกคราบใหม่ประเทศไทย พิมพ์โดยสำนักพิมพ์กรีน ปัญญาญาณ อ้างอิงหลักจากหนังสือโหราศาสตร์ไทยในวรรณคดี ของอาจารย์เทพย์ สาริกบุตรถึงหลักคิดยุค-เปลี่ยนยุคของเมืองรัตนโกสินทร์ แล้วสรุปได้ความว่ายุคที่สิบสามของกรุงรัตนโกสินทร์จะเริ่มปรากฎขึ้นปลายขอบฟ้าครั้งแรกเช้าตรู่วันที่ 3 มีนาคม 2562 ซึ่งจะกินระยะเวลายาวนานไปอีกประมาณยี่สิบปี"


"หลักการดูยุคของเมืองจะเริ่มจากการที่พฤหัสบดีจร(5)หัวหน้าดาวดีหรือศุภเคราะห์ดวงใหญ่ที่สุดที่เดินอยู่ในราศีใดจะใช้เวลาประมาณหนึ่งปี-ไปร่วมราศีกับพระเสาร์จร(7)หัวหัวหน้าดาวร้ายที่เดินอยู่ที่ราศีใดจะใช้เวลาประมาณสองปีครึ่ง แล้วด้วยเวลาของความเร็วที่เดินไม่เท่ากันนี้เมื่อหัวหน้าดาวดี-ร้ายไล่ทันเริ่มแตะร่วมราศีเดียวกันจะเป็นจุดเริ่มยุค( แม้ระยะของการร่วมต่อจากนั้นจะเกิดกี่ครั้ง-ในกี่ราศีต่อจากนั้นที่ดาวสองดวงจะแยกกันจริงจังและกลับมาพบกันอีกครั้งในอีกยีสิบปีข้างหน้า)"


"โดยในอดีตชื่อยุคที่เรารู้จักกันคือยุคที่หนึ่งมหากาฬ กำเนิดยุคแรกของกรุงรัตนโกสินทร์วินาทีที่วางเสาหลักเมืองเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2325 เวลา 06.54. ขณะที่ดาวสองดวงนี้เดินร่วมกันในราศีธนู เป็นระยะเวลาของการปราบดาภิเษกจึงต้องริดรอนฝ่ายตรงข้ามอย่างเด็ดขาดพร้อมทั้งเอาชนะอริราชศัตรูคือสงครามเก้าทัพ ยุคที่สองพันธุ์ยักษ์ เริ่มยุคอีกประมาณยี่สิบปีต่อมาคือปี2345ดาวดวงสองดวงนี้ร่วมกันในราศีสิงห์ เหตุการณ์เด่นของยุคคือการปราบปรามบกฎวังหน้าในสมัยรัชกาลที่หนึ่ง และปราบปรามบรรดาเชื้อสายในพระเจ้ากรุงธนบุรีที่ริเริ่มจะกอบกู้ราชสมบัติคืนในสมัยรัชกาลที่สอง"

 

 

"ยุคที่สามรักบิณฑิต เริ่มยุคที่อีกยี่สิบปีต่อมาคือปี2364 ดาวสองดวงนี้ร่วมกันในราศีเมษ เหตุการณ์โดดเด่นคือเป็นช่วงปลายรัชกาลที่สองต่อเนื่องถึงรัชกาลที่สามที่ข้าศึกศัตรูข้างนอกไม่ก่อความยุ่งยากมากนัก ภายในราชสำนักและทั่วไปอบอวลไปด้วยปราชญ์ กวี วรรณคดีเฟื่องฟูเต็มที่รวมทั้งมหากวีสุนทร(ภู่) ยุคที่สี่สนิทธรรมเริ่มยุคที่ยี่สิบปีต่อมาดาวทั้งสองร่วมราศีกันอีกครั้งในราศีธนูเมื่อปี2384 ยุคนี้คาบเกี่ยวปลายรัชกาลที่สาม-ต้นรัชกาลที่สี่ เหตุการณ์โดดเด่นคือบำรุงวัดวาอารามเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา-กำเนิดพระสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติ"

 


"ยุคที่ห้าจำแขนขาด เริ่มยุคที่ยี่สิบปีต่อมาดาวสองดาวนี้ร่วมราศีอีกครั้งเมื่อปี2404อันเป็นช่วงปลายรัชกาลที่สี่ต่อรัชกาลที่ห้า เหตุการณ์โดดเด่นคือเมืองเริ่มเจอกับการล่าอาณานิคมของประเทศตะวันตกจนเราต้องยอมเสียดินแดนบางส่วนเพื่อรักษาเอกราชของชาติไว้ ยุคที่หกราชโจร เริ่มยุคที่อีกยี่สิบปีต่อมาดาวสองดวงนี้ร่วมกันในราศีเมษเมื่อปี2424เหตุการณ์โดดเด่นคือในสมัยรัชกาลที่ห้ามหาอำนาจบับบังคับเอาผลประโยชน์จากสยามอย่างหนักเปรียบได้กับโจรของพระมหากษัตริย์หรือราชโจร"


"ยุคที่เจ็ดชนร้องทุกข์ เริ่มยุคที่อีกยี่สิบปีต่อมาดาวสองดวงนี้ร่วมกันอีกครั้งในราศีธนูเมื่อปี2444เป็นช่วงปลายรัชกาลที่ห้าต่อเนื่องถึงรัชกาลที่หกที่โดดเด่นคือความสมบูรณ์พูลสุขของชาติลดลงเพราะบ้าแทงหวยกข.-ถั่วโปกันทั้งเมืองสิ้นเนื้อประดาตัวกลายเป็นกุ๊ยหน้าโรงหวยคล้ายประชาชนร้องว่าทุกข์ ยุคที่แปดยุคทมิฬ เริ่มต้นยุคที่อีกยี่สิบปีต่อมาดาวสองดวงนี้เดินร่วมราศีกันอีกครั้งในราศีกันย์เมื่อปี2464 เหตุการณ์ที่โดดเด่นคือการเปลี่ยนแปลงการปกครอง-ในหลวงรัชกาลที่เจ็ดสละราชสมบัติ-ในหลวงรัชกาลที่แปดเสด็จขึ้นทรงราชย์"


"ยุคที่เก้าถิ่นกาขาว เริ่มต้นที่อีกยี่สิบปีต่อมาดาวสองดวงนี้ร่วมราศีอีกครั้งในราศีเมษเมื่อปี2483 เหตุการณ์โดดเด่นยุคนี้คือมีกษัตริย์ที่ทรงพระราชสมภพต่างประเทศถึงสองพระองค์คือรัชกาลที่แปดและเก้า ส่วนอีกมติหนึ่งบอกว่าชาติอื่นตบเท้าเข้ามาเต็มประเทศคือญี่ปุ่นเพราะสงครามมหาเอเชียบูรพา และคนไทยเองก็วิ่งหนีระเบิดสัมพันธมิตรเหมือนคนตาขาว ยุคที่สิบยุคชาววิไล หรือราชวิไล เริ่มยุคอีกยี่สิบปีต่อมาเมื่อดาวสองดวงนี้ร่วมราศีกันอีกครั้งในราศีธนูเมื่อปี2503ในรัชสมัยรัชกาลที่เก้า ที่แม้อาจารย์เทพย์ สาริกบุตรจะไม่ให้ความหมายไว้แต่ผู้เขียนพบว่าเหตุการณ์โดดเด่นคือแม้เมืองจะมีทั้งทุกข์-สุขตามธรรมดาของโลกแต่กลับเจริญก้าวหน้ามากมายแบบก้าวกระโดดทั้งด้านการศึกษา เศรษฐกิจ สังคมและการเมือง เช่นตั้งมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ตั้งสถานศึกษาสำคัญ ไทยได้แชมป์มวยโลกคนแรกคือโผน กิ่งเพชร ได้นางงามจักรวาลคนแรกคือคุณอาภัสรา หงสกุลฯลฯ"

 

 

"ยุคที่สิบเอ็ดโชติช่วงชัชวาล ที่เริ่มยุคเมื่ออีกยี่สิบปีต่อมาดาวสองดวงนี้ร่วมราศีกันอีกครั้งในราศีสิงห์ปี2523ที่นำก๊าซธรรมชาติอจากอ่าวไทยที่พบตั้งแต่ปี2516ขึ้นมาใช้เป็นครั้งแรกในยุครัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ คือการเกิดของโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ยุคที่สิบสองโทรศัพท์มือถือ-อินเทอร์เน็ทและสังคมออนไลน์ ที่อีกยี่สิบปีต่อมาดาวสองดวงนี้ร่วมราศีกันอีกครั้งในราศีเมษเมื่อปี2542 สิ่งที่โดดเด่นในยุคนี้คือการเกิดของโทรศัพท์มือถือที่มาแทนโทรศัพท์บ้าน อินเตอร์เน็ทและสังคมออนไลน์ต่างๆในระดับ3G รวมทั้งWI-FI โซลเชียลมีเดียทั้งหลายในระดับที่พอขยับจะเข้าใกล้ยุคที่สิบสามคนเกิดหลังสงครามโลกครั้งที่สองหรือGEN-Xอย่างผู้เขียนปรับตัวไม่ค่อยจะทันเอาเสียเลย"


"และแล้วเมื่อผ่านจากยุคที่สิบสองมาประมาณยี่สิบปี ครั้นวันที่ 3 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 06.00น.เมื่อพฤหัสบดีจร(5)เดินข้ามจากราศีพิจิกเจ้าราศีธนูที่พระเสาร์จร(7)เดินรออยู่ก่อนแล้ว จุดเริ่มแตะของดาวทั้งสองดวงนี้(ที่จะแตะและร่วมราศีกันอีกหลายรอบหลังจากนี้)น่าจะถือได้ว่าจะเป็นจุดเริ่มของยุคใหม่ของกรุงรัตนโกสินทร์-ยุคที่สิบสามที่จะกินเวลาไปอีกยี่สิบปี"

 

"ส่วนอาการของยุคที่ 13 นี้ถ้าจะให้ผู้เขียนคาดหมายตามกรอบจินตนาการและความรู้จำกัดก็น่าจะเป็น 1.เป็นยุค4Gขึ้นไป- หุ่นยนต์-สมองกล-ค้าขายออนไลน์-สังคมไร้เงินสด-บล็อคเชน(ที่ใครอธิบายอย่างไรผู้เขียนก็ไม่เคยเข้าใจ)- การสื่อสารที่ล้ำสมัยรวมทั้ง การขนส่ง โลจิสติกส์ระบบราง ถนน การบินและการจราจรทางอากาศที่ทันสมัย ที่เข้ามาและเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนฯลฯตัวอย่างที่เห็นๆคือ สื่อสิ่งพิมพ์ปิดตัวเพราะไม่มีคนซื้อหันมารับข้อมูลข่าวสารทางโทรศัพท์มือถือแทน 2.น่าจะเป็นยุคใหม่ทางการแพทย์-สาธารณสุขที่-ศาสนาและความเชื่อ การศึกษา(ราศีธนูที่พฤหัสบดีจรและพระเสาร์จรแตะกันคือภพที่เก้า-ศุภะ)เพราะคนสามารถเข้าถึงข้อมูลแบบไร้ข้อจำกัด"

 

"3.อีอีซี.ที่เริ่มต้นไว้แล้วในยุคที่สิบสองคงจะได้เห็นผลและใช้ต่อไปในยุคใหม่ 4.ให้น้ำหนักไปที่การค้าชายแดน การค้าระหว่างประเทศที่แทบจะไม่มีพรหมแดนอีกแล้วเนื่องจากความทันสมัยทั้งการเดินทาง และการติดต่อสื่อสาร 5.สิ่งที่ผู้เขียนเป็นห่วงคือราศีธนูที่พฤหัสบดีจรแตะร่วมราศีกับพระเสาร์จรครั้งแรกนี้เป็นภพที่เก้า-ศุภะดวงเมืองอันหมายถึงอุดมการณ์-ความเชื่อ ที่การเกิดของยุคเช่นนี้ในอดีตเคยเกิดขบวนการแบ่งแยกดินแดนภาคใต้ และลัทธิคอมมิวนิสต์มาแล้ว ฉะนั้นจึงควรจับตาเฝ้าระวังการเริ่มสร้างอุดมการณ์หรือความเชื่อบางอย่างที่หากจัดการไม่ดีอาจจะมีการต่อสู้กันยาวนาน ดังที่เริ่มเห็นการรบกันทางไซเบอร์อย่างรุนแรงระหว่างคนไทยที่ขัดแย้งกันขณะนี้เช่นประชาธิปไตย-ไม่เป็นประชาธิปไตย"

 

"และคำถามที่จะตามมาคือยุคใหม่นี้ดีหรือไม่ดี คำตอบคือมีทั้งเรื่องดีและไม่ดีเพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะดีหรือร้ายทั้งหมด แต่ไม่ว่าจะอะไรจะท้าทายแค่ไหนดีที่สุดคือคนในประเทศต้องปรับตัวกับโลกที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็วเช่นที่ผู้เขียนเคยใช้กระดานชนวนเป็นมาใช้จอกระจก อีกทั้งยุคนี้แม้จะสู้กันในเมืองแต่ไม่น่าจะร้ายแรงเหมือนคราวยุคทมิฬที่ดาวสองดวงนี้ร่วมกันในราศีกันย์ที่เป็นแดนแดนของอริ-ปัญหา-อุปสรรคของเมือง และในความสับสนวุ่นวายทั้งหลายจากความทัน-ล้ำสมัยที่เมืองกำลังเป็นอยู่ ถึงอย่างไรดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์ก็ถูกออกแบบมาเพื่อให้อยู่รอด เพียงแต่เมืองและคนในเมืองจะต้องปรับตัวกันไปตามยุค-สมัยเท่านั้น"

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"โหรฟองสนาน" ทำนายดวง 5 ราศี ปี 2562 "กรกฎ-เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ธนู-เอาตัวรอด มังกร-วิ่งสู้ฟัด เมษ-ร้ายกลายเป็นดี พฤษภ-งานโดดเด่น"    
"โหรฟองสนาน" ทำนายดวง 2 ราศี กันย์-สิงห์ กับภาพรวมทุกเรื่องตลอดปี 2562

"โหรฟองสนาน" ทำนายชะตาดวงเมืองจะหยุดร้าว หลังพระราหูจรให้คุณ มีการเปลี่ยนแปลงบุคคลสำคัญ น่าลุ้นเรื่องเสี่ยงโชค

ขอบคุณ Fongsanan Chamornchan

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
อุรัสยา มีมะแม

ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : รัตนโกสินทร์  โหรฟองสนาน  โหราศาสตร์  ดวงเมือง  ทำนายดวง 

ติดตามข่าวอื่นๆ