คิดแบบ "ธนาธร" เป็นภัยกับ "ระบอบประชาธิปไตย" บทความพิเศษ :: ดร.เวทิน ชาติกุล

ธนาธร​ จึงรุ่งเรืองกิจ​ และพรรคอนาคตใหม่​ ประกาศตนชัดเจนว่าจะสนับสนุนระบอบประชาธิปไตย​ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งคือ​ระบอบรัฐสภา​

 

ในนโยบายของพรรค​ ไม่ได้ใช้คำว่า​ "ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" เหมือนที่พรรคอื่นๆทั้งหมดใช้​ (แม้พรรคไทยรักษาชาติที่เพิ่งถูกยุบเพราะเป็นปฏิปักษ์การปกครองก็ยังใช้คำนี้)​ แต่พรรคอนาคตใหม่เลือกใช้คำว่า​ "ระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ" ซึ่งเป็นการซ่อนนัยความหมายไว้อย่างแยบยล​ และมีเจตนา

 

 

 

เพราะ​เมื่อกลับไปดูที่รัฐธรรมนูญแทบทุกฉบับ(น่าจะหลังปี​ 2495​ เป็นต้นมา)​ ก็ล้วนระบุเอาไว้ชัดว่า​การปกครองของประเทศไทยเป็นแบบ​ "ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" ซึ่งแปลว่า​ ใครจะมากล่าวหาว่าพรรคไม่สนับสนุนระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขไม่ได้​ เพราะนี่เป็นสิ่งที่ระบุเอาไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว​

และพรรคก็สนับสนุนระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ แต่ก็เปิดช่อง​ ถ้าต่อไปมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นอย่างอื่น... พรรคอนาคตใหม่ก็ไม่่ปฏิเสธ

 

นี่คือความแยบยล​ ซ่อนกล​ พูดซ่อนความ​ ไม่แสดงออกตรงไปตรงมา ที่ฝ่ายประชาธิปไตย​ ฝ่ายหัวก้าวหน้า​ดำเนินการเสมอมา​ ตลอดไปถึงการพูด​ เสนอความคิดแบบ​ "คาบลูกคาบดอก" เช่น​ จะสานต่อภารกิจคณะราษฏร์​ หรือล่าสุด​ จะเอาคุณทักษิณกลับ​ เป็นต้น

 

 

แต่ถึงอย่างไร​ ธนาธรและพรรคอนาคตใหม่จะพริ้วลิ้นไปอย่างไร​ สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธตัวเองไม่ได้ก็คือ​ การปกป้องและยืดหยัดเพื่อระบอบประชาธิปไตย​ หรือระบอบรัฐสภา​ ซึ่งถ้าจะมาพริ้วลิ้น​ในเรื่องนี้อีก​ ในทางความคิดก็คงจบเห่...จบสิ้นในทางอุดมการณ์

 

แต่การแสดงความคิดของธนาธรเรื่อง​ "พาทักษิณกลับบ้าน" นี่แหละที่อาจนำไปสู่จบสิ้นทางอุดมการณ์​ เพราะความคิดแบบธนาธรนี่เแหละที่อาจทำให้ระบอบประชาธิปไตย​ ระบอบรัฐสภา​ ที่ตนยึดถือพังครืน...

 

 

อย่างลืมว่าในระบอบประชาธิปไตย​ คนส่วนใหญ่เลือกผู้แทนเข้ารัฐสภา​ ระบอบนี้ถูกออกแบบไว้ให้มีการถ่วงดุลอำนาจกันเอง​ระหว่าง​ 3​ ส่วน​ คือ​ ฝ่ายบริหาร(รัฐบาล)​ ฝ่ายนิติบัญญัติ​(สภาผู้แทน)​ และฝ่ายตุลาการ(ศาล)​ ซึ่งอันนี้เป็นหลักการพื้นๆ​ ที่เด็กมัธยมถูกสอน​ ถูกให้จำ​ ที่ผ่านมาจะเป็นอย่างไรในทางปฏิบัติก็เรื่องหนึ่ง​ แต่หลักการ​ หลักคิดรวมๆไม่พ้นจากเรื่องนี้ และแก่นแกนความคิดที่ว่า​ แต่ละฝ่ายต้องถ่วงดุลกัน​ เป็นอิสระกัน​ ไม่แทรกแซงกัน ใครที่หัวใจเป็นประชาธิปไตยต้องให้ชัดในข้อนี้ก่อน​ และจำเป็นต้องปกป้องหลักการนี้เอาไว้ให้ถึงที่สุด

 

กลับมาที่คำพูดของธนาธร​ เขาอ้างว่าคดีทักษิณไม่ได้รับความเป็นธรรม​ เพราะดำเนินไปด้วนรัฐบาลทหาร​ ไม่เป็นประชาธิปไตย และเขาจะพาทักษิณกลับมารื้อฟื้นคดีเพื่อคืนความเป็นธรรมให้

 

อ่านข่าวประกอบ ถอดบทสัมภาษณ์เต็ม "ธนาธร" กรณี "ทักษิณ" ซัดผู้พิพากษาที่ผ่านมาไม่เป็นกลาง​ และใช้กระบวนการยุติธรรมทำลายทักษิณ  

 

สิ่งที่ธนาธรพูดออกมาว่า​ "ผู้พิพากษา(ใหม่)​ต้องเป็นกลาง" และ​ "ที่ผ่านมากระบวนการยุติธรรมถูกใช้เพื่อต่อต้านทักษิณ" แค่นั้นก็น่าจะเพียงพอที่จะบอกว่าธนาธรหมิ่นศาลได้แล้ว​ (ดูคำอธิบายของ​ อดีตท่านผู้พิพากษา​ ชูชาติ​ ศรีแสง​ ก็จะชัดเจน)


หรือที่ว่าทักษิณไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะรัฐบาลทหารแกล้ง​ แต่ธนาธรกลับลืมข้อเท็จจริงเรื่อง​ "ทนายถุงขนม​" ที่ถูกจับเพราะพยายามติดสินบนศาล​ หรือ​ไม่พูดถึงว่าเป็น​ ทักษิณ​ ยิ่งลักษณ์​ เองที่ไม่ยอมรับในกระบวนการยุติธรรมและหลบหนีไป​ หรือ​ มีคดีที่ทักษิณถูกฟ้อง​ และ​ศาลตัดสินให้ทักษิณชนะ​ เช่น​ คดีทีพีไอ​ ​(29​ ส.ค.2561​ สมัยรัฐบาล​ พล.อ.ประยุทธ์)​ ที่​ ศาลฎีกา พิพากษาลับหลัง​ให้​ ทักษิณในฐานะนายกฯถูกฟ้องใน​ ม.157 ชนะ แม้สำคัญผิดว่า คลัง มีอำนาจฟื้นฟูกิจการเอกชน แต่ทำเพื่อพยุงศก. ไร้เจตนาพิเศษที่จะทุจริต ไม่มีหลักฐานวางแผนยึดทีพีไอ​ เป็นต้น

 

เรื่องหมิ่นศาลนั้นก็เรื่องหนึ่ง​ แต่สมมุติถ้าธนาธรเกิดมีอำนาจ(เป็นฝ่ายบริหาร)​แล้วกลับมารื้อฟื้นคดีคุณทักษิณจริง​ตามที่พูด​ อันนี้ความพินาศก็บังเกิด เพราะจะทำแบบนั้นได้ธนาธรในฐานะฝ่ายบริหาร​ ต้องใช้อำนาจแทรกแซง​ฝ่ายตุลาการ​ เพื่อ​ "บังคับ" ให้ต้องรื้อคดีขึ้นมาใหม่​ด้วยเหตุผลตื้นเขินที่ว่าเพราะที่ผ่านมาดำเนินการโกยรัฐบาลทหารซึ่ง​=เป็นเผด็จการ​ ซึ่ง=ไม่เป็นธรรม​ (นั่นไม่นับข้อเท็จจริงร้อยแปดพันประการที่ต้องแสดงให้สังคมประจักษ์ชัดว่าที่ผ่านมาศาลไม่ยุติธรรม​ ตรงไหนอย่างไร​ ซึ่งจะนำไปสู่ความปั่นป่วนวุ่นวายแน่นอน)

 

 

อ่านข่าวประกอบ  "สมชาย"โพสต์รัวๆฝากถึง "ธนาธร" จะพาคนหนีคดีกลับไทย อาจเข้าข่ายหมิ่นศาล-ไล่กลับบ้านไปอ่านคำพิพากษาคดีที่ดินรัชดา!

 

ถ้าธนาธร​ เฉลียวใจสักนิด​ ก็คงรู็ว่า​ แม้สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่เป็นน้องสาวของทักษิณแท้​ ก็ยังไม่คิดอุกอาจถึงกับไปแทรกแซงฝ่ายตุลาการ แต่พยายามใข้อำนาจฝ่ายบริหารแทรกแซงฝ่านนิติบัญญัติ​ โดยการใช้เสียงข้างมากในรัฐสภาออกกฏหมายนิรโทษกรรมให้ทักษิณ​ แค่นั้นระบบรัฐสภาก็พัง​ จนเกิดเหตุการชุมนุมนอกรัฐสภาตามมา​

 

ธนาธรต้องไม่ลืมว่า​ ไม่ใช่ทักษิณเลือกที่จะไม่สู้ในกระบวนการยุติธรรมเพราะตนได้รับความอยุติธรรม​ นั่นนั่นเป็นเพียงข้ออ้าง​ เป็นมายาคติ​ ที่ฝ่ายทักษิณสร้างขึ้น​ เรื่อง​ "อำนาจพิเศษ" ต่างๆ​ขึ้นซึ่งจะมีอยู่หรือไม่​แต่เป็นที่ประจักษ์ว่า​ ที่ผ่านมาทักษิณเลือกที่จะใช้วิธี​ "ล้มกระดาน" มากกว่าการต่อสู้ในกระบวนการ​หรือในครรลองปกติ

 

ธนาธรและฝ่ายตนจะยังเชื่อเรื่อง​ "อำนาจพิเศษ" แค่ไหนก็สุดแล้วแต่​ แต่ถ้าหลักการประชาธิปไตยพื้นฐานการถ่วงดุลอำนาจ​ในระบอบรัฐสภา​ ถูกละเมิด​ ถูกทำลาย​ โดยคนที่ปากบอกจะยืนหยัดเพื่อประชาธิปไตยเสียเอง​ ด้วยเหตุผลตื้นเขินว่า​จะชำระประชาธิปไตยให้บริสุทธิ์ผุดผ่องโดยการกวาดล้าง​ "สิ่งที่ไม่เป็นประชาธิปไตย" ออกไปจากสารบบ ตรรกะ​วิธีคิดมันน่ากลัวเหมือนเห็น​ "สมัยปฏิวัติวัฒนธรรม" หรือ​ "อาณาจักรไรซ์ที่3" อยู่รำไรรำไร

 

คิดแบบนี้ไม่ใช่เป็นปีศาจที่จะตามล้างผลาญเผด็จการแต่เป็นความคิดที่เป็นภัยแม้แต่กับระบอบประชาธิปไตยที่ตัวเอง​ ยกย่อง​ บูชา​ กระทั่งเอาขึ้นมาอ้างเป็นธงนำเสียเอง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ธนาธรหาเสียง ฟุ้งไปทั่วชายแดนใต้ ใช้ทหารแก้ปัญหาไม่ได้ ต้องใช้ประชาธิปไตย
อนาคต...สุดซอย? ก้าวต่อก้าว "ธนาธร" ตามรอย "ทักษิณ" สุดท้ายจะพาแม้วกลับบ้าน​ ชนวนแตกหักรอบใหม่

เพจSavethanathron ประกาศยุติ!ซัดธนาธรผิดสัญญา เล่นการเมืองน้ำเน่า สุดท้ายยกพวกตีกัน

"เพจดัง" ยิง 6 คำถาม ข้อบกพร่องในคำชี้แจงของ "ธนาธร" กรณี "ทักษิณ" !!

ถอดบทสัมภาษณ์เต็ม "ธนาธร" กรณี "ทักษิณ" ซัดผู้พิพากษาที่ผ่านมาไม่เป็นกลาง​ และใช้กระบวนการยุติธรรมทำลายทักษิณ

 


ติดตามข่าวสารทาง Line


ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
วิลาสินี แววคุ้ม

ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : อนาคตใหม่  ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 

ติดตามข่าวอื่นๆ