สาวใหญ่เหลือทน ขึ้นป้ายประท้วงวอนโจรเห็นใจ 2 ปีถูกขึ้นบ้าน 3 ครั้ง สูญเสียเกือบ 3 แสน แถมคดีเก่าใหม่ไม่คืบ

สาวใหญ่วัย 32 ปีสุราษฎร์ธานีซื้อบ้านหรูเกือบมูลค่า 4 ล้านอยู่ 2 ปีถูกโจรขึ้นบ้าน 3ครั้งสูญเสียเงินสดและทองคำรูปพรรณ ทรัพย์อื่นๆไปมูลค่าเกือบ 300,000 บาท ติดตามคดีแต่ไม่มีความคืบหน้าทั้งเก่าและใหม่ ถามความรับผิดชอบของบริษัท รปภ.โครงการ แต่ถูกปฎิเศษความรับผิดชอบ พร้อมระบุหากไม่พอใจให้ไปฟ้องศาลเรียกค่าเสียเอาเอง ล่าสุดหมดหนทางขึ้นป้ายประท้วงและวอนขอความเห็นใจจากคุณโจรผ่านสื่อว่า วันนี้หยุดขึ้นบ้านเสียที หมดตัวแล้ว ครอบครัวเดือดร้อนหนัก

 

 

นางอรวรรณ ศฤงคาร อายุ 32 ปี พร้อมนายยุทธนา ศฤงคาร สามี ได้นำผู้สื่อข่าวไปดูบ้านเลขที่ 99/11 ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านหรูแห่งหนุ่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่หน้าบ้านติดป้ายไวนิลขนาดใหญ่ที่มีข้อความว่า สุดจะทน!! โจรขึ้นบ้านในระยะ 2 ปี 3 รอบ โปรดเถอะ!..ขอความรับผิดชอบหน่อย หมดตัวแล้ว โจรขึ้นบ้าน 3 รอบ    หมดจริงๆ ค่าส่วนกลาง 13,000 จ่ายเพื่ออะไร? บริษัทยามหายไปไหน นิติบุคลหายไปไหน ขอความรับผิดชอบด้วยคะ

 

 

นางอรวรรณ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ซื้อบ้านหรูในโครงการดังกล่าวเป็นจำนวนเงินเกือบ 4 ล้านบาทมาเมื่อปี 2560 พร้อมเสียค่าส่วนกลางปีละ 13,000 บาททางโครงการได้เก็บรวดเดียว 2 ปีรวมเป็นเงิน 26,000 บาทตนก็ยอมเสียเนื่องจากไว้ใจและมั่นใจว่าหมู่บ้านระดับ 5 ดาวจะมีความปลอดภัยสูง ซึ่งครอบครัวตนอาศัยอยู่รวมกันจำนวน  4 คนประกอบด้วย พ่อ-แม่-และลูกชาย-หญิง ส่วนตนเองกับสามีไม่ค่อยอยู่บ้านต้องเดินทางข้ามไปดูและธุรกิจบนเกาะพะงัน แต่เมื่อซื้อบ้านมา 2 ปีถูกโจรขึ้นบ้านรวม 3 ครั้ง สูญเสียทรัพย์สินไปร่วม 300,000 บาท โดยในครั้งแรกก็ถูกโจรขึ้นบ้านเมื่อประมาณเดือนเมษายน 2560 โจรไม่มีทรัพย์สินอะไรสูญหาย ตนจึงไม่ได้แจ้งความ ส่วนแต่บ้านติดกันสูญเงินสดไปประมาณ 200,000 บาท สร้อยคอทองคำรูปพรรณหนัก 3 บาทไป 1 เส้น ต่อมาประมาณเดือนตุลาคม 2561 ถูกโจรขึ้นบ้านเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งครั้งนี้ตนสูญเงินสดไป 27,000 บาท ได้ลงบันทึกแจ้งความไว้ที่ สภ.กาญจนดิษฐ์แต่คดีใหม่และคดีเก่าไม่มีความคืบหน้าแถมอายุความคดีเก่าก็ใกล้หมดอายุความ

 

 

ซื้อบ้านหรูสุดแสนซ้ำขึ้นป้ายประท้วงวอนคุณโจรโปรดเห็นใจหมดตัวแล้ว2ปีถูกขึ้นบ้าน3ครั้งสูญเสียเงินทองและสมบัติชิ้นสุดท้ายของพ่อ

และล่าสุดเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2562 ถูกโจรขึ้นบ้านเป็นครั้งที่ 3 ตรวจสอบทรัพย์สินพบว่ามีกล้องถ่ายภาพยี่ห้อโอลิมปัสมูลค่า 26,900 บาท สร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท 1 เส้น สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท 1 เส้น กำไลข้อมือหนัก 2 สลึง 1 เส้น แหวน 1 สลึง 1วง รพระพ่อท่านคล้ายเลี่ยมทองคำน้ำหนัก 2 สลึง ส่วนพระพ่อท่านคล้ายมีมูลค่ากว่า 100,000 บาทซึ่งก่อนหน้านี้มีคนมาขอเช่า 80,000 บาทแต่ตนไม่ปล่อยเนื่องเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายที่พ่อมอบให้ก่อนท่านจะเสีย   นอกจากนั้นยังมี ทีวีติดฝาผนังถูกถอดออกมาแต่โจรไม่ได้เอาไป เนื่องจากทีวีตกลงมาจนจอแตกเสียหาย   ตนได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.กาญจดิษฐ์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาตรวจสอบพบว่าคนร้ายได้ปีนมาจากกำแพงข้างบ้านเข้ามางัดหน้าต่างบริเวณห้องรับแขกเข้าไปรื้อหาทรัพย์สินจนข้าวของกระจุยกระจาย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าเก็บพยานหลักฐานต่างๆในที่เกิดเหตุเพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

 

 

นางอรวรรณยังระบุอีกว่า หลังเกิดเหตุตนได้สอบถามจากทางโครงการและบริษัทรักษาความปลอดภัยของโครงการว่าจะรับผิดชอบอย่างไรบ้างเนื่องจากตนเสียเงินค่าส่วนกลางให้โครงการนั้นรวมค่าดูแลความปลอดภัยอยู่ด้วย แต่ได้รับคำตอบว่าไม่สามารถที่จะรับผิดชอบอะไรได้ เพราะโจรไม่ได้เข้าออกที่มีตู้ยาม พร้อมแนะนำให้ทางเจ้าของบ้านติดตั้งกล้องวงจรปิดดูแลทรัพย์เอาเอง และยังบอกอีกว่าภายในบ้านอย่าเก็บทรัพย์สินที่มีค่าไว้  หากเจ้าของบ้านไม่พอใจก็ท้าให้ไปฟ้องร้องต่อศาลเอาเอง เมื่อตนได้รับคำตอบอย่างนั้นจึงไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร จึงขอให้สื่อเป็นสื่อกลางนำเสนอข้อมูลความจริงออกสู่สาธารณะชน เพื่อหวังให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ตื่นตัวหันมาเร่งรัดติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป เนื่องจากคดีเก่ากำลังจะหมดอายุความแต่การติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดยังไม่คืบและทาง บริษัทรักษาความปลอดภัยจะออกมารับผิดชอบบ้าง หากไม่ออกมารับผิดชอบตนก็จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อไป.

 

 

พร้อมกันนี้นางอรวรรณได้ขอร้องคุณโจรผ่านสื่อว่า ขอความเห็นใจหยุดขึ้นบ้านมาลักทรัพย์สินเสียที  เพราะตอนนี้เจ้าของบ้านหมดตัว และครอบครัวกำลังเดือดร้อนอย่างหนัก 

 

 

 

 

ภาพ/ข่าว   ณัฐธิดา  เริ่มฤกษ์  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุราษฎร์ธานี

 

ซื้อบ้านหรูสุดแสนซ้ำขึ้นป้ายประท้วงวอนคุณโจรโปรดเห็นใจหมดตัวแล้ว2ปีถูกขึ้นบ้าน3ครั้งสูญเสียเงินทองและสมบัติชิ้นสุดท้ายของพ่อ

ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
น.ส. ณัฐธิดา เริ่มฤกษ์


HASTAG : สุราษฎร์ธานี 

ติดตามข่าวอื่นๆ