ศิษย์เก่า-ผู้ปกครอง บุกถึงหน้า ร.ร. หลัง ผอ.ฉาว ถูกสอบสวนไม่เป็นธรรม

    เมื่อวันที่ 26 ก.พ.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีเด็กนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.สระแก้ว รวมตัวประท้วงขับไล่ ผอ. พร้อมกับร้องเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เพื่อให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเอาผิด ซึ่งภายหลังเด็กนักเรียนที่เป็นแกนนำเดินทางไปร้องเรียนต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าว ที่มุ่งหาผู้บงการให้เด็กออกมาประท้วงมากกว่าจะมุ่งสอบสวนเอาผิดผู้ถูกร้องเรียนและประท้วงขับไล่นั้น

    ล่าสุด นายศิริศักดิ์ ศิริมังคะลา ปลัดจังหวัดสระแก้ว ประธานคณะกรรมการสอบสวนฯ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภิรมย์ จันทราภิรมย์ ผกก.สภ.เมืองสระแก้ว นายอำเภอเมืองสระแก้ว ปลัดอาวุโส นิติกร ตัวแทนศึกษาธิการจังหวัด และคณะกรรมการชุดดังกล่าว ที่นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วแต่งตั้งขึ้น  ได้เปิดชี้แจงกรณีนี้ที่ห้องประชุมสระแก้ว ศูนย์ราชการและศาลากลางจังหวัด โดยนายศิริศักดิ์ กล่าวว่า กรณีนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้หลังจากที่ได้มีหนังสือร้องเรียนจากผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นนักเรียนและผู้ปกครอง ยื่่นผ่านศูนย์ดำรงธรรมขึ้นมา ซึ่งเป็นปัญหามานานและยังไม่ได้ข้อยุติสักที ทางผู้ว่าฯ ได้ทำหนังสือแจ้งไปที่ สพม.7 ต้นสังกัด ซึ่ง สพม.ก็มีหน้าที่ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมาด้วย แต่ผู้ว่าฯ ต้องการให้เกิดข้อเท็จจริงที่ชัดเจนยิ่งขึ้น จะปล่อยให้ สพม.ทำฝ่ายเดียวก็จะล่าช้า จึงตั้งกรรมการชุดตนเองขึ้นมา โดยใช้อำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช. โดยกำหนดเวลาไว้ด้วยว่าภายใน 15 วัน 

    ปลัดจังหวัดสระแก้ว กล่าวอีกว่า หลังได้รับคำสั่งแต่งตั้ง ได้วางแผนตั้งคณะทำงาน โดยพุ่งเป้าไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน ใครที่เกี่ยวข้องก็จะเชิญเข้ามาให้ข้อมูล ซึ่งจะเรียนว่า ไม่ให้ความเป็นธรรมคงไม่ใช่ เป็นเรื่องที่ผู้ว่าฯ ให้ความสำคัญ ซึ่งพวกตนตั้งใจทำงาน อยากให้ความจริงมันปรากฎทุกเรื่อง ส่วนคำถามที่ชี้นำเด็กว่า ใครจ้างหรือบงการมา จนทำให้เด็กหวาดกลัวในการสอบสวนที่ไม่อนุญาตให้เอาผู้ปกครองเข้าฟังด้วยนั้น นายศิริศักดิ์ ชี้แจงว่า ไม่มีการซักถามในประเด็นต่าง ๆ เหล่านั้น และการให้ข้อมูลของเด็กก็ไม่ใช่ลักษณะของการหวาดกลัว และอยากเรียนว่า การที่เราไปสอบถามจากเด็ก เนื่องจากว่า เด็กนักเรียนคนนี้ ชื่อ พงศธร เขาเป็นคนยื่นหนังสือ เราก็ต้องเชิญเค้ามาเพื่อให้ข้อมูลเป็นคนแรกว่า หนังสือฉบับนี้เค้าทราบเนื้อหาสาระ มันเกี่ยวข้องกับใครบ้าง เพื่อที่คณะกรรมการเมื่อได้กล่าวอ้างต่อข้อกล่าวหา ผอ.โรงเรียน เราก็จะได้ดูว่า พยานหลักฐานอะไรต่าง ๆ เราจะไปเชิญใครมาให้ถ้อยคำ

    นายศิริศักดิ์ กล่าวอีกว่า จากการสอบถามว่าหนังสือฉบับนี้เค้ารู้ข้อมูลอะไรบ้าง ซึ่งตอนแรกเค้าบอกว่า ไม่รู้ ไม่รู้รายละเอียดอะไรของหนังสือทั้งสิ้น พอเค้าตอบในลักษณะว่าไม่ทราบรายละเอียด เราก็มีความจำเป็นที่จะต้องซักว่า เค้ารับหนังสือมาจากใคร เพื่อเราจะได้รู้ว่า ถ้าเกิดมีคนทำหนังสือมาให้เค้า คนที่ทำหนังสือเราจะได้เชิญเค้ามาถามอีก เพื่อที่เราจะได้สามารถเชิญพยานหลักฐานอะไรต่าง ๆ มาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ 

    "การไปถามว่า เค้าถูกใครจ้างมา ไม่มีครับ รับรองไม่มีแน่นอน เราก็สอบถามโดยเราก็รู้อยู่แล้วว่าเค้าเป็นนักเรียน และในการสอบถามนายพงศธร เราดูอยู่แล้ว เค้าอายุ 18 ปี ความจริงแล้วเค้าก็มีวิจารณญาณสามารถให้ถ้อยคำ และอีกอย่างไม่ได้สอบถามในลักษณะเค้าเป็นผู้ต้องหาอะไร มาในฐานะที่เค้าเป็นพยานที่เค้ายื่นหนังสือกับเรา เพื่อที่จะได้ข้อเท็จจริงให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้เท่านั้นเอง" นายศิริศักดิ์ กล่าวและว่า 

    การสอบสวนไม่ได้มีลักษณะของการกดดัน ซึ่งเด็กให้ถ้อยคำในวันนั้นเค้าบอกว่า เค้าไม่รู้ ไม่ทราบด้วยว่าเอกสารนั้นมีข้อความอย่างไร จึงถามว่า ตอนที่ยื่นหนังสือ ทำไมจึงกล่าวหา 1 ,2 ,3 ,4 ,5 ได้ เค้าก็บอกว่า เค้าฟังมาทั้งนั้น แต่เนื้อหาในหนังสือเค้าไม่รู้และยืนยันแบบนั้น  ส่วนการที่ไปยื่นต่อหน่วยเหนือขึ้นไปแล้วไปบอกว่า เค้ารู้เอกสารทั้งหมดซึ่งถ้อยคำที่บันทึกไว้ก็จะไม่ตรงกันมันก็จะกลายเป็นประโยชน์ต่อผู้ถูกกล่าวหาไปหรือเปล่า อ้างได้ว่าให้การไม่ตรงกัน จึงคิดว่าจะเชิญเค้ามาอีกซักรอบ ถ้าเค้าประสงค์จะให้ผู้ปกครองเข้ามา นักสังคมสงเคราะห์เข้ามาด้วยก็ได้ เพราะเราไม่ได้มีการไปซักไซร้ไล่เรียงหรือตั้งข้อกล่าวหาเค้า แต่เค้าเป็นพยานในการสอบข้อเท็จจริง

 

 

    ทั้งนี้ ประธานคณะกรรมการสอบสวนฯกรณีนี้ กล่าวอีกว่า ผลการสอบสวนในหน้าที่ของคณะกรรมการยังไม่เสร็จ เนื่องจากข้อกล่าวหามีด้วยกันประมาณ 10 หัวเรื่อง ซึ่งการเชิญพยานมาสอบถามก็จะถามว่าเค้ารู้หรือไม่ เค้าเห็นมั้ย เค้ารู้เรื่องที่เป็นข้อกล่าวหามั้ย เพื่อเราจะได้ชั่งน้ำหนักว่า ซึ่งจากการสอบถามและมาประมวลกันแล้ว มันมีน่าเชื่อถือแค่ไหน ส่วนการเป็นห่วงว่า เรื่องจะเงียบหายไป ไม่มีความคืบหน้าก็จะมีการไปร้องต่อหน่วยที่เหนือขึ้นไปเพื่อให้มีการเร่งรัด ซึ่งถ้าไม่เร่งรัดงานของเราก็ออกมาในลักษณะแบบนี้อยู่แล้ว 

    "กรณีร้องเรียนว่า ไม่ให้แม่เข้าไปรับฟังนั้น ทางคณะกรรมการจะเชิญเด็กมาสอบถามอีกครั้งว่า ถ้าเค้าจะเชิญผู้ปกครอง นักสังคมสงเคราะห์มาร่วมเรายินดีหมด เราไม่ได้ไปสอบเค้นในฐานะที่เค้าเป็นผู้ต้องหา แต่สอบเพื่อเป็นพยาน  ส่วนการสอบตั้งแต่เวลา 09.00-20.00 น.นั้น ตอนเชิญมา 09.00 น.แต่กว่าจะเริ่มสอบจริง ๆ ก็เกือบ 10 โมง" นายศิริศักดิ์ กล่าว 

    ล่าสุด เวลา 20.00 น.วันเดียวกัน ทางด้าน นายพงศธร กัลยา อายุ 18 ปี ตัวแทนนักเรียนที่ยื่นหนังสือและถูกเรียกตัวไปสอบสวนก่อนหน้านี้ เปิดเผยว่า วันที่ 12 ก.พ.62 ถูกคณะกรรมการสอบสวนฯเรียกเข้าไปสอบ ตนได้แนะนำแม่ให้คณะกรรมการได้ฟังทุกคนว่า นี่ครับแม่ผม ซึ่งตนเข้าไปห้องสอบสวนประมาณ 09.30 น.ถึงช่วงประมาณ 16.00 น.เค้าก็ให้ไปพัก หลังจากนั้นก็ให้มาสอบอีกช่วงประมาณ 19.00-20.00 น. ส่วนที่ระบุว่า ตนเองไม่รู้ข้อมูลในหนังสือร้องเรียนนั้น ตนทราบอยู่แล้ว เพราะมันเป็นนิสัยของท่านอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่ตนรู้คนเดียว นักเรียนทุกคนในโรงเรียนแทบจะรู้กันหมดว่า ท่านผู้อำนวยการเค้ามีพฤติกรรมตามที่ร้องเรียน 

    "ตัวผมเองอยากจะพูดจากความรู้สึกผมเองที่เรียกผมไปสอบ ตัวผมเองไม่ใช่นักโทษอาชญากรรมหรือว่าเป็นโจรแต่อย่างใด แต่ทำไมท่านถึงมาทำกับผมแบบนี้ ผมก็เลยต้องไปร้องเรียนต่อท่านนายกรัฐมนตรีครับ คือผมเองอยากขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ท่านวิชิต ชาตไพสิฐ ผมขอบคุณมากครับ ผมได้เห็นข่าวมาว่า จะได้รับความเป็นธรรม พร้อมทั้งขอบคุณศิษย์เก่า ผู้ปกครอง ป้า ๆ ยาย ๆ หรือ ส.ส. ผู้นำท้องถิ่นที่เป็นศิษย์เก่า จ.สระแก้ว ที่จะเดินทางมาให้กำลังใจในวันที่ 27 ก.พ.นี้ 

 

 


    ทางด้าน อ.บุณยดา สงวนวงษ์ อาจารย์โรงเรียนฯ กล่าวยืนยันว่า เค้าเป็นเด็กดี มีสัมมาคารวะ กล้าคิดกล้าทำ กล้าแสดงออก เป็นเด็กดีมีน้ำใจ และเค้าก็เป็นสภานักเรียน การที่เค้าออกมาขับไล่ ผอ.นั้น เค้ารู้จักเรียกร้องสิทธิหน้าที่ของเค้าที่เค้าพึงจะมีพึงจะได้ ในเรื่องการรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม เป็นเด็กน่ารัก เท่าที่สัมผัสกับเค้ามา ที่เค้าเป็นประธานนักเรียน เค้าเป็นเด็กที่ไม่เคยพูดโกหกกับครูบาอาจารย์ น่าเชื่อถือ  ทั้งนี้ ครูและมารดาได้มีการนำหลักฐานใบประกาศนียบัตร คัดได้รับคัดเลือกเป็น เด็กดีศรีสระแก้ว และอบรมโครงสำนักรักสามัคคีและเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ประจำปี 2561 มายืนยันให้ผู้สื่อข่าวดูด้วยเช่นกัน

    ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ขณะนี้คณะกรรมการสอบสวนชุดดังกล่าวได้ทำหนังสือสรุปผลการสอบสวนเบื้องต้นเสนอผู้บังคับบัญชาแล้ว โดยจากข้อร้องเรียนดังกล่าวมีประเด็นที่ต้องสอบสวนเพิ่มเติม คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ ได้ขอความเห็นชอบต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เพื่อขอขยายเวลาสอบสวนออกไปอีก 15 วัน พร้อมทั้งเสนอความเห็นไปยัง สพม.7 พิจารณาแต่งตั้งบุคคลที่เป็นกลาง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องที่เป็นคุณหรือโทษ และไม่มีความสัมพันธ์หรือประโยชน์เกี่ยวข้องกับผู้ถูกกล่าวหา เพื่อให้ได้ความจริงและความยุติธรรมทุกฝ่าย รวมทั้งได้จัดทำรายงานผลการดำเนินการส่งให้สำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อโปรดทราบด้วยแล้ว 

    อย่างไรก็ตาม มีรายงานแจ้งว่า ในช่วงเช้าวันพุธที่ 27 ก.พ.นี้ ได้มีการเชิญชวนให้นักเรียน ศิษย์เก่า และผู้ปกครองจำนวนมาก ให้ใส่เสื้อสีเขียวและสีเหลือง เดินทางออกมาร่วมกิจกรรมและให้กำลังใจกลุ่มนักเรียนที่ออกมาทำหน้าที่เพื่อปกป้องโรงเรียน โดยเตรียมการจัดอาหารและเครื่องดื่มมาสนับสนุนและทำกิจกรรมร่วมกันบริเวณด้านหน้าโรงเรียนด้วยเช่นกัน เพื่อรอฟังผลการสอบสวนของคณะกรรมการและเรียกร้องให้มีการย้าย ผอ.โรงเรียนอย่างเป็นทางการ 

 

----------------------------------
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

ผอ.ฉาว เข้ามอบตัว ศาลให้ประกัน 200,000 พร้อมปฏิเสธทุกข้อหา ด้าน คุรุสภา เร่งถอนใบครู!!! (มีคลิป)    
กรรมสนองโกง!!ฟันไม่เลี้ยง..ให้ออกราชการ"ผอ.ฉาว" ยัดเยียดนร.ตัวน้อยกินขนมจีนคลุกน้ำปลา สำนวนสอบผิด 5 ข้อหาร้ายแรงหนากว่า 500 หน้า!??

ลงโทษสถานหนัก ศาลบัวใหญ่พิพากษาจำคุก "ผอ.ฉาว" ชู้สาวลูกศิษย์ม.2

ข่าว-ภาพโดย /ยุทธนา พึ่งน้อย ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสระแก้ว

รายงานจาก ศูนย์ข่าวภาคตะวันออก (สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี)


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
นายยุทธนา พึ่งน้อย(เป๊ก)


HASTAG : ผอ.ฉาว  ผู้ปกครอง  บุก 

ติดตามข่าวอื่นๆ