เปลือยเปลือก“ณัฐวุฒิ"นักสู้เพื่อประชาธิปไตย หรือแค่นักโต้วาที..ผู้ติดอยู่กับ “ทักษิณ” ??

เป็นอีกผู้หนึ่ง ที่มีวาทศิลป์ในการพูดจนได้ดิบได้ดี อย่าง “เต้น-ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” ในหมวกประธานคณะทำงานรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ทษช. ดีกรีนักปราศรัย เติบโตมาจากสภาโจ๊ก ก้าวสู่เวทีเสื้อแดง -การเมืองระดับประเทศ ในช่วงสุดสัปหาด์ที่ผ่านมา แม้จะประกาศยุติการหาเสียง-กิจกรรมทางการเมือง อันเนืองมาจาก พรรคไทยรักษาชาติ พรรคการเมืองที่ถูกตราหน้าว่าเป็น “นอมินี ทักษิณ ชินวัตร” หลังจากได้เสนอแคนดิเทตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8ก.พ.  ต่อมาในค่ำคืนของวันเดียวกัน พระราชโองการประกาศ การนำสถาบันเบื้องสูง มาข้องเกี่ยวกับการเมือง ถือเป็นเรื่องที่ “มิบังควร”  ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของศาลรัฐธรรมนูไตร่สวนหาความจริง หลังจากที่กกต.มีมติเอกฉันท์ 7 เสียง ชงเรื่องยุบพรรคไทยรักษาชาติ  "เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข"

 

 

14 ก.พ.62 เฟสบุ๊ค “นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.)    ได้โพสต์ข้อความระบุเนื้อหาว่า งดเวทีปราศรัยใหญ่ระหว่างยังไม่ได้ข้อยุติยุบไทยรักษาชาติหรือไม่ 'ณัฐวุฒิ' ประกาศยืนหยัดอยู่กับพรรค ไม่ว่าผลจะออกมาทิศทางใด  บางช่วงบางตอนระบุว่า...

 

 

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า 'เนื่องจากว่าเป็นภารกิจที่อยู่ในความรับผิดชอบของผมโดยตรง ก็อย่างที่ท่านประธานกรรมการยุทธศาสตร์ได้เรียนนะครับว่า ตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ซึ่งลงสมัครรับเลือกตั้ง ในร้อยกว่าเขตขณะนี้

 

ถือว่า ยังมีสถานะของการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง และมีพันธะผูกพันในการที่จะทำงานร่วมกับพี่น้องประชาชนและทีมงานในพื้นที่ ในส่วนนั้นทางผู้สมัครก็คงจะดำเนินการกันไป

 

แต่ว่าในส่วนคณะกรรมการรณรงค์ซึ่งเวลาเคลื่อนไหวกิจกรรม ก็จะเป็นกิจกรรมในลักษณะของการตั้งเวทีปราศรัยใหญ่ หรือเคลื่อนไหวกิจกรรมที่มีการพบปะกับพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก ยกทีมไปจากส่วนกลาง

 

ตรงนี้ เราอยากจะให้ทางพรรคมีสมาธิ มีช่วงเวลาที่จะไปติดตามสถานการณ์ที่ศาลรัฐธรรมนูญหรือทางฝ่ายกฎหมายจะมีแนวทางอย่างไรก็คงจะได้ดำเนินการไปในส่วนนั้น

 

เราจะยุติภารกิจในส่วนคณะกรรมการรณรงค์ที่เป็นเวทีปราศรัย ที่เป็นการขับเคลื่อนจากส่วนกลางไว้ เพื่อให้สถานการณ์นี้เดินหน้าไปจนถึงจุดที่มีความชัดเจนว่า จะมีข้อสรุปอย่างไรจากศาลรัฐธรรมนูญ

 

ผมเป็นสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ แล้วตอนที่เดินเข้ามาก็กล่าวกับพี่น้องประชาชนและสมาชิกพรรค ว่าภารกิจของเราคือเจตนาดีเพื่อบ้านเมือง เพื่อนำพาบ้านเมืองกลับสู่ประชาธิปไตย และแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งเราเห็นว่าวิกฤตมาตลอดเวลาเกือบ 5 ปี ดังนั้นความรับผิดชอบนี้ยังคงอยู่

 

จะบทบาทหน้าที่ใดก็ตาม ผมก็จะขอยืนหยัดอยู่กับพรรค จนกว่าสถานการณ์จะได้ข้อยุติไปทางหนึ่งทางใด ไม่ว่าจะทางที่พรรคไทยรักษาชาติเดินหน้าหาเสียงเลือกตั้งได้ หรือเป็นแนวทางอื่นๆ สถานะในความเป็นสมาชิกพรรค ผมไม่สามารถที่จะละทิ้งไปในยามนี้ได้'

 

 

ประเด็นที่น่าสนใจก็คือเมื่อวันที่ 15 ก.พ. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โพสต์เฟซบุ๊ก บกเล่าเรื่องราว “ยุทธภพ” ที่ดูเหมือนว่าช่วงนี้จะอินเป็นพิเศษระบุว่า

 

... ฉากหนึ่งในยุทธภพ ... สุราอุ่นเต็มจอก ในจอกสุราอาจมีพิษ แต่ในใจ “เล่งฮู้ชง”ไม่มีพิษ จิตใจผู้คน แท้จริงเป็นเช่นไร ? บางคราอาจเปี่ยมด้วยพิษร้าย แต่บางทีบริสุทธิ์ไร้ริ้วรอยอันใด ใต้หล้า หากมีตัวยาป้องกันพิษในจิตใจ หนึ่งในนั้นย่อมเป็นคุณธรรมน้ำมิตรสัมพันธภาพมากมาย มิใช่เรื่องที่ผู้อื่นเข้าใจได้โดยง่าย เล็กเซียวหงษ์ กับ ไซมึ้งชวยเซาะ อิดเต็งไต้ซือ กับ จิวแป๊ะทง โป้วอั้งเสาะ กับ เอี๊ยบไค แม้เป็นไปด้วยความซับซ้อน แต่ทุกประการย่อมหล่อเลี้ยงด้วยคุณธรรมน้ำมิตร ข้าพเจ้ามิเคยทอดทิ้งสหาย ยามสำนักเผชิญสถานการณ์ยิ่งมิอาจละวางได้ ไม่มีผู้ใดทราบว่าเรื่องราวจะจบลงเช่นไร “เล่งฮู้ชง”ยิ่งมิอาจทราบ ไม่มีผู้ใดทราบว่า ในจอกสุรามีพิษหรือไม่ แต่”เล่งฮู้ชง”ดื่มลงไปแล้ว ที่ดื่มหมดจอกมิใช่สุรา หากแต่เป็นคุณธรรมน้ำมิตร

 

 

ทั้งนี้หากจะตีความ “สาร”ของนายณัฐวุฒิที่ส่งออกมานั้น แบบผิวเผิน ก็อาจจะมอง/ตีความได้ว่า นายณัฐวุฒินั้นยังจงรักภักดีอยู่ ไม่มีสร่าง พร้อมยืนหยัดสู้ไม่ถ้อย.. แม้ข้างหน้าจะมองไม่เห็นอนาคต  โดยสารที่ส่งออกมานั้น ถูกตั้งข้อสังเกตว่าแท้จริงแล้ว นายณัฐวุฒิต้องการที่จะบอกใคร ..มวลชนคนเสื้อแดง หรือ ใครอีกคน??

 

ที่ผ่านมาเป็นที่ทราบกันดีว่า ในบรรดาแกนนำเสื้อแดง- นปช. หรือชื่อเต็มว่า แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ นายณัฐวุฒิเป็นเพียงคนเดียวที่ได้รับตำแหน่ง “รัฐมนตรี”  และในการเลือกตั้งครั้งนี้ แม้เหล่าบรรดาแกนนำจะยกโขยงออกจากพรรคเพื่อไทย เข้าสังกัด พรรคไทยรักษาชาติ นายณัฐวุฒิ ก็เป็นอดีตแกนนำนปช.เพียงคนเดียว ที่ได้ลำดับปาร์ตี้ลิสต์ /ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับต้น คือ ลำดับ 7  ถือว่าเป็นลำดับดีที่สุด ขณะที่นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ ลำดับที่ 17 นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ ลำดับที่ 25   นายก่อแก้ว พิกุลทอง ลำดับที่ 29 นางระพิพรรณ พงศ์เรืองรอง ลำดับที่ 40   นายพายัพ ปั้นเกตุ ลำดับที่ 41  นายเหวง โตจิราการ (หมอเหวง) ลำดับที่ 55 และนาย วิภูมิแถลง พัฒนภูมิไท ลำดับที่ 56

 

 


ในขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตประธานนปช. ขณะนี้มีบทบาทเป็นกองเชียร์ “พรรคเพื่อชาติ” อีกหนึ่งพรรคที่ถูกมองว่า เป็นพรรคนอมินี ของทักษิณ ชินวัตร ตามกลยุทธ์ “แตกแบงก์พัน”  ซึ่งก็ดูเหมือนว่า พรรคเพื่อชาติ ไม่ได้การยอมรับเหมือน “พรรคไทยรักษาชาติ”

 

 

ที่ผ่านมาแม้นายจตุพรจะร่วมต่อสู้ไม่ต่างกับนายณัฐวุฒิ แต่สิ่งที่ได้รับเป็นการตอบแทนช่างแตกต่างกันเป็นอย่างยิ่ง นายจตุพร ไม่เคยได้รับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี มินำซ้ำยังต้องติดคุก ในคดีหมิ่นประมาท นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ผลพ่วงจากการชุมนุมของนปช. ที่มีวัตถุประสงค์ การพานายทักษิณกลับบ้าน  อีกทั้งแม้นายจตุพรจะพ้นโทษดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อย แต่ยังมาโดนเพิกถอนสิทธิ การลงสมัคร ส.ส. อีกด้วย

 

นี้หากว่ากันด้วยอุดมการณ์ ระหว่าง “นายณัฐวุฒิกับนายจตุพร” แม้ปากจะอ้างประชาธิปไตย แต่เส้นทางแตกต่างกัน  จากกรณีที่ นายจตุพร ให้สัมภาษณ์พิเศษแทบลอยด์หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ฉบับวันที่ 19 ส.ค.61  ถึงนำถามที่นายณัฐวุฒิ ให้สัมภาษณ์พิเศษใน เว็บไซต์ประชาไท  ในทำนองที่ว่าพรรคเพื่อไทยขาด”ทักษิณ  ชินวัตร”ไม่ได้  ด้วยเหตุผลที่ว่า ต้องยอมรับคุณูปการของการเป็น ทักษิณ ที่ทำให้พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง

 

โดยความคิดเห็นของจตุพร ค่อนข้างที่จะสวนทางกับนายณัฐวุฒิอย่างรุนแรง นับว่าเป็นการสวนที่น่าสนใจ ในหลักการที่ว่า พรรคการเมืองจะยึดติดกับตัวบุคคลไม่ได้ ควรจะเอาอุดมการปราธิปไตยเป็นตัวตั้ง ..โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว

 

นายจตุพรกล่าวบางช่วงบางตอนระบุว่า หากยังเป็นแบบเดิมคือมีคนในตระกูลชินวัตรขึ้นมาเป็นหัวหน้า นำพาพรรคเพื่อไทยต่อ ก็อาจเกิดปัญหาแบบเดิม นายจตุพรกล่าวว่าเขาต้องคิดเอง เราไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะไปสมัครรับเลือกตั้งได้ แต่เขาก็ควรจะคิด คือถ้าเป็นภาษาสื่อมวลชนก็คือ เราไม่ควรจะสะดุดหินก้อนเดิมถึงสองครั้งติดต่อกัน สะดุดครั้งแรกก็โอเคเพื่อให้รู้ว่ามันมีก้อนหิน แต่สะดุดครั้งที่สองมันคนละอย่าง ไม่ควรสะดุดหินก้อนเดิมถึงสองครั้ง แต่ที่ผ่านมาก็เกินสองแล้ว เพราะฉะนั้นมันต้องคิด และต้องคิดให้มาก คือต้องข้าม อย่าไปห่วงเรื่องการเลือกตั้ง

 

"คนบางทีไปคิดแค่การเลือกตั้ง การหาตัวบุคคล การจัดการเรื่องเกมแห่งการเลือกตั้ง ซึ่งควรที่จะคิดให้มากกว่านั้นเพราะมันอาจทำให้เดินอย่างยั่งยืนได้ เพียงแต่ว่าพร้อมจะเปลี่ยนจะปฏิรูปหรือไม่  เพราะว่าหลายเรื่องหากมีการปฏิรูปก็จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและสร้างให้ฝ่ายการเมือง ซึ่งผมก็เห็นว่าทุกพรรคการเมือง ไม่เว้นแม้กระทั่งฝ่าย นปช. กลุ่มการเมืองก็ต้องมีการปฏิรูปตัวเองที่ต้องมีการหารือกัน ยุค 4.0 มันไปไกลมากแล้ว หากเราไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงก็ไม่มีทางเดินได้ทันกับโลกปัจจุบัน"

 

ทั้งนี้นอกจากการที่นายจตุพรแสดงออก นอกจากการออกมาสวนทางกับนายณัฐวุฒิแล้ว วันนี้แสดงให้เห็นว่า นายจตุพร เดินตามหลักการที่ตนเองยึดมั่น ที่สำคัญไม่ได้ผูกติดกับทักษิณแล้ว ..ขณะที่ณัฐวุฒิยัง “ยึดจิดกับตัวบุคคล” เดินวนลูปกลับที่เดิมใช่หรือไม่?

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ณัฐวุฒิ” ไม่ตอบ แคนดิเดตนายกฯ ไทยรักษาชาติ ..พรุ่งนี้มีความชัดเจนทุกอย่าง    
หมายถึงใคร? "ณัฐวุฒิ"โพสต์ หยิบพลุสัญญาณจุดส่งถึงเพื่อนร่วมสำนัก- แต่มิอาจละวางความหวังของเหล่า"ชาวยุทธ์"?    
เปิดคลิปณัฐวุฒิ ปราศรัยทักษิณเกี่ยวทษช.หรือไม่ ทั้งลูกทั้งหลานอยู่เต็มพรรค

 


ติดตามข่าวสารทาง Line


ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
วิลาสินี แววคุ้ม

ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : พรรคไทยรักษาชาติ  ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ 

ติดตามข่าวอื่นๆ