"สนธิญาณ"จัดหนัก “ไทยรักษาชาติ” ยังไม่สำนึก !!- สื่อต่างชาติระบุชัด “ทักษิณ”อยู่เบื้องหลัง?

สื่บเนื่องจากกรณีที่ กกต.มีมติเอกฉันท์ 7 เสียง ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ยุบพรรคไทยรักษาชาติ หรือ ทษช. ในการเสนอแคนดิเดตนายกฯเข้าข่ายกระทำการเป็นปฏิปักษ์ ผิด ม.92 พ.ร.ป.พรรคการเมือง เมื่อวันที่13 ก.พ.62 ที่ผ่านมา

 

 

ในรายการ เที่ยงตรงสนธิญาณ ออกอากาศผ่านทางยูทูป   โดย สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม สื่อมวลชนอาวุโส ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นระบุว่า...

 

ในความเคลื่อนไหวของพรรคไทยรักษาชาตินั้น  ถึงวันนี้บอกได้แม้หัวหน้าพรรค ร้อยโทปรีชาพล พงษ์พานิช  จะออกมาย้ำว่า สำนึกและจะน้อมนำพระราชโองการ มาไว้เหนือเศียรเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมก็ตามแต่ แต่สิ่งที่กำลังดำเนินการอยู่นั้นถือว่ายังไม่สำนึกแต่อย่างใด แต่อย่างใด?

 

นั่นไม่ได้หมายความว่าการที่จะต่อสู้ไม่ให้ยุบพรรค แล้วตนจะกล่าวหาว่าพวกเขาเหล่านั้นไม่สำนึกในคำพูดของตัวเอง  เพราะดูจากการเคลื่อนไหวเมื่อวาน ร้อยโทปรีชาพล  พร้อมด้วยแกนนำของพรรค-ฝ่ายกฎหมาย  ได้ไปปรึกษาหารือกันที่พักถึงแนวทางจะต่อสู้แก้ไขปัญหาไม่ให้พรรคถูกยุบ น่าสนใจในประเด็นที่ว่าหลังจากได้ปรึกษาหารือกันที่ทำการพักแล้วปรากฏว่าบรรดาแกนนำของพรรครวมทั้งตัวหัวหน้าพรรค ร้อยโทปรีชาพล ได้เดินทางไปยังตึกชินวัตรสาม

 

 ใครๆก็ทราบว่า ตึกชินวัตรสามเป็นตึกเป็นฐานบัญชาการของ”ทักษิณ ชินวัตร” ของเครือข่ายตระกูลชินวัตร แน่นอนว่าต้องเกิดคำถามว่า ..ไปทำไม?? หรือจะไปหารือกับใคร ??  ทำไมถึงจะต้องไปที่ตึกชินวัตรสาม ความจริงเรื่องนี้ไม่ต้องตั้งคำถามแล้วเพราะมีคนออกมายืนยัน ออกมาฟันธงแล้ว ว่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้น “ทักษิณ ชินวัตร” เป็นคนอยู่เบื้องหลัง

 

 

เรื่องนี้ไม่ใช่คนไทยเป็นคนพูด แต่เป็นเรื่อง ที่สื่อต่างชาติที่ออกมายืนยัน  ในเว็บไซต์ของ Voice  of America ถือว่าเป็นสำนักข่าวที่ได้รับการเชื่อถือทั่วโลก ได้นำเสนอบทวิเคราะห์ว่า อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยที่ชื่อว่า ทักษิณ ชินวัตร นั้น ได้รับบทเรียนราคาแพงจากการเดิมพันทางการเมืองครั้งสำคัญ

 

Voice of America ได้ไปสัมภาษณ์นายจอร์จ แม็คคลาวต์ เป็นผู้เชี่ยวชาญทางการเมือง  เป็นที่ปรึกษาทางการเมืองของรัฐบาลหลายประเทศ ได้ให้ความเห็นกับ Voice of America ว่า   ความเสี่ยงทางการเมืองทั้งหลายที่เกิดขึ้นจากความเคลื่อนไหวของพรรคไทยรักษาชาติจบลงด้วยความล้มเหลว ถือว่าเป็นความผิดพลาดของอดีตนายกรัฐมนตรีที่ชื่อทักษิณ ชินวัตร เพียงผู้เดียว

 

จอร์จ แม็คคลาวต์  ได้บอกว่างานนี้ทักษิณ ชินวัตรทุ่มหมดหน้าตักในการเดิมพันทางการเมื่องครั้งสำคัญ. แต่ผลที่ตามมาคือความปราชัยอย่างย่อยยับ เป็นความพ่ายแพ้ราคาแพงที่ทำลายทุกความได้เปรียบทางการเมือง ที่ทักษิณ เคยมีอยู่ และนับจากนี้ไปทักษิณชินวัตรจะไม่เหลือเครื่องมือใดใดที่จะเดินหมากทางการเมืองต่อไปจากผลพวงแห่งความผิดพลาดครั้งนี้ ทำให้ความหวังที่จะกลับมาครองอำนาจทางการเมืองในประเทศไทยนั้นจบสิ้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

 

 

นี่เป็นบทวิเคราะห์ของนักวิเคราะห์ทางการเมือง ระดับโลก จริงหรือไม่เป็นเรื่องที่ประชาชนคนไทย ต้องไปพิจารณา

 


ดังนั้นต้องกลับมาดูความได้เปรียบทางการเมืองที่ จอร์จ แม็คคลาวต์  ระบุเอาไว้นั้นคืออะไร..? โดยตนจะขยายความให้ฟัง... ความได้เปรียบทางการเมืองของทักษิณ ชินวัตร นั้น ก็คือการที่ใช้ยุทธศาสตร์แตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อย นั่นก็คือแตกพรรคการเมืองของตัวเอง จากที่มีพรรคเพื่อไทย พรรคเดียวมาเป็นพรรคไทยรักษาชาติ พรรคเพื่อชาติ พรรคประชาชาติ

 

หากเลือกตั้งไปตามปกติทักษิณคาดการณ์ว่า ด้วยยุทธศาสตร์การแตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อย วางตำแหน่งการเลือกตั้งให้กับบรรดาส.สแต่ละคนในการที่จะกวาดพื้นที่ส.ส.เขต กวาดคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ออกมา จะทำให้ได้กว่า 200 ที่นั่ง. เพื่อที่จะไปร่วมกับพรรคการเมืองอื่นๆในการจัดตั้งรัฐบาล นี่คือความได้เปรียบทางการเมืองที่ทักษิณ ชินวัตร วิเคราะห์ และเดินมาตลอดภายใต้กฎเกณฑ์ของรัฐธรรมนูญ

 

 

แต่ทันทีที่พรรคไทยรักษาชาติได้เสนอพระนามของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯเป็นนายกรัฐมนตรี. แรงเหวี่ยงทางการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างมากมายในการเล่นเกมส์ครั้งนี้ของทักษิณ ชัดเจน ในทันทีที่มีการยุบพรรคไทยรักษาชาติเมื่อไหร่แผนการของทักษิณที่วางไว้จะจบลงทันที นั่นก็คือความหมายที่ว่าหมากทางการเมือง. ของทักษิณ ทุกตัวตามที่จอร์จ แม็คคลาวต์ วิเคราะห์เอาไว้จบสิ้น

 

ถึงนาทีนี้ก็อยากจะเตือนไปถึง ร้อยโทปรีชาพล หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติและเด็กๆทั้งหลายที่ถูกชวน มาเป็นนอมินี กรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ พวกคุณอาจจะภาคภูมิใจ ที่อายุเพียงเท่านี้ ได้เป็นหัวหน้าพรรค เป็นรองหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค กรรมการบริหารพรรคการเมือง แต่คุณอย่าลืม ว่าสิ่งที่ได้มานั้น ไม่ได้มา จากความสามารถของตัวคุณ แต่มาจากการที่คนที่ขักใยอยู่เบื้องหลัง ให้คุณมาไม่ใช่เรื่องที่น่าภาคภูมิใจ. การที่เขาให้ตำแหน่งนี้กับคุณมา จะเป็นการหลอกใช้ หรือปรารถนากับคุณ เวลานี้เป็นเรื่องที่คุณน่าจะคิด ได้แล้ว. ที่สำคัญอย่าลืมว่าการที่คุณแถลงว่า.. คุณจะน้อมรับพระราชโองการมาไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม แต่คุณยังดิ้นลิ้นที่จะสู้เพื่อคนที่บงการอยู่เบื้องหลังคุณต่อไปนั้น เป็นเรื่องที่ต้องคิดใคร่ครวญ ว่าคุณควรกระทำหรือไม่ ?

 

ตนอยากจะย้ำพระราชโองการให้ฟังอีกครั้ง เพื่อคุณจะได้เอาไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อมของคุณ โดยเฉพาะช่วงที่สำคัญ ซึ่งมีใจความว่า...

 

“..การนำสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์มาเกี่ยวข้องกับระบบการเมือง ไม่ว่าจะโดยทางใดก็ตาม จึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อโบราณราชประเพณี ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมของชาติ ถือเป็นการกระทำที่มิบังควรไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง..”

 

ถ้าคุณรับพระราชโองการ มาไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อมจริงๆ คุณจะต้องทบทวนบทบาทที่คุณกำลังเดินอยู่ว่าผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำของคุณที่ทำให้เกิดความระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท และ กระทบกระเทือนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นคุณยังจะเดินหน้าต่อภายใต้การบงการของคนที่อยู่ข้างหลังคนที่ต้องการได้อำนาจกลับคืนคนที่ต้องการทำอะไรก็ได้ให้เกิดประโยชน์แก่ตัวเองหรือไม่

 

และสุดท้ายอยากจะฝากถึงคุณระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช ว่าคุณระเบียบรัตน์ได้ออกมาสั่งสอนลูกคนอื่นอย่างมากมายเวลากระทำการไม่เหมาะสม ในเรื่องอันเกี่ยวเนื่องกับความประพฤติส่วนตัวหรือเรื่องในครอบครัวอยากให้คุณระเบียบรัตน์ออกมาสอนลูกตัวเองเพื่อที่จะทำให้สังคมได้เรียนรู้ว่าสิ่งที่ร้อยโทปรีชาพล กระทำการอันมิบังควรต่อสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นเป็นเรื่องที่ร้ายแรงและรุนแรงกว่าเรื่องปัญหาในครอบครัวของเด็กเด็กเหล่านั้น

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
-"สนธิญาณ"จัดหนัก “ไทยรักษาชาติ” ยังไม่สำนึก !!- สื่อต่างชาติระบุชัด “ทักษิณ”อยู่เบื้องหลัง?


ติดตามข่าวสารทาง Line



ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
วิลาสินี แววคุ้ม

ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : ปรีชาพล พงษ์พานิช  พรรคไทยรักษาชาติ  ทักษิณ ชินวัตร  สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม 

ติดตามข่าวอื่นๆ