"รุ่งเรือง พิทยศิริ" แจ้งกกต.ลาออกทษช. ตั้งแต่ 4 ก.พ. วันเดียวกับมติพรรคสรุปชื่อแคนดิเดทนายกฯ เพราะไม่เห็นด้วย!

ภายหลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นัดหมายเพื่อรับทราบพระราชโองการว่าด้วย สถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งมีความเชื่อมโยงการการดำเนินการทางการเมืองของพรรคไทยรักษาชาติ   เนื่องจากมีการเสนอพระนามทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมือง  ทั้ง ๆ ที่ไม่ทรงดำรงอยู่ในสถานะที่จะสามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้  และการเสนอชื่อทูลกระหม่อมฯถือเป็นการกระทำมิบังควรต่อสถาบันเบื้่องสูง
 

ล่าสุด  นายรุ่งเรือง พิทยศิริ   กรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ   และ อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง (ร้อยเอก สุชาติ เชาว์วิศิษฐ)  ในยุครัฐบาลพรรคไทยรักไทย   ได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อยื่นเอกสารการลาออกต่อกกต.

 

 

พร้อมระบุว่าการดำเนินการครั้งนี้เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมติของพรรคในการเสนอบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรี   ซึ่งตนได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค และกรรมการบริหารพรรค ต่อ น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนพรรคแล้ว ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา  ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ประชุมพรรคมีมติเสนอชื่อแคนดิเดทนายกรัฐมนตรี  เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการที่พรรคมีมติในลักษณะดังกล่าว

 

“ผมมาช่วยพรรคในฐานะนักวิชาการ ช่วยร่างนโยบายเท่านั้น ส่วนเรื่องรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ และรายชื่อผู้สมควรชิงตำแหน่งนายกฯ เป็นเรื่องที่ไม่มีความชำนาญ และไม่รู้จักตัวบุคคล จึงไม่ได้เข้าไปมีความเห็น รวมถึงไม่ได้เข้าร่วมประชุมในการลงมติของพรรค  สำคัญเลยคือ  ไม่ได้เป็นการชิงลาออกก่อนหลังจากที่มีปัญหา เพราะได้พูดคุยกับครอบครัวมาก่อนเรื่องการยุติบทบาททางการเมือง ดังนั้นการที่พรรคเสนอชื่อแคนดิเดทนายกฯจึงไม่เกี่ยวข้องกับการลาออก”
 

 


ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวก่อนการประชุมคณะกรรมการ กกต. ซึ่งประชุมคณะกรรมการพิจารณาคำร้องเรื่องพรรคไทยรักษาชาติ ที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ยื่นขอให้ กกต.วินิจฉัย

 

 

กรณีพรรคไทยรักษาชาติเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จะเข้าข่ายขัดต่อระเบียบ กกต. ว่าด้วยวิธีหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียง ส.ส.หรือไม่ โดยอ้างอิงข้อ 17 ลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งกำหนดห้ามผู้สมัครพรรคการเมืองหรือผู้ใดนำสถาบันพระมหากษัตริย์ มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง


โดย นายอิทธิพร ระบุว่า “ยืนยันจะศึกษาอย่างรอบคอบ รอบด้าน หลายมิติ ทั้งข้อกฎหมายและประเด็นที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับการพิจารณาคุณสมบัติแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรคการเมือง ภายหลัง กกต.ปิดรับสมัครไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่หากมีมติจะแถลงผลการประชุมอีกครั้ง

 


ทั้งนี้ในการประชุมใหญ่พรรคไทยรักษาชาติ ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันพุธที่ 7 พฤศจิกายน  2561  ที่ โรงแรมรามาการ์เดนส์  มีวาระสำคัญในการเลือก หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ รวมถึงเปลี่ยนแปลงภาพเครื่องหมายพรรค และสถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของพรรค ซึ่งที่ประชุมมีมติเลือก ร้อยโทปรีชาพล พงษ์พานิช เป็นหัวหน้าพรรค , นายฤภพ ชินวัตร    รองหัวหน้าพรรคคนที่ 1, นางสุณีย์ เหลืองวิจิตร    รองหัวหน้าพรรคคนที่ 2, นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์    รองหัวหน้าพรรคคนที่ 3 , นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล    รองหัวหน้าพรรคคนที่ 4  , นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรค  นายต้น ณ ระนอง    รองเลขาธิการพรรคคนที่ 1,  นายวิม รุ่งวัฒนจินดา    รองเลขาธิการพรรคคนที่ 2    , นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์รองเลขาธิการพรรคคนที่ 3    

 

และนอกจากนี้ยังมี นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ   โฆษกพรรค, นางสาวขัตติยา สวัสดิผล   รองโฆษกพรรค,  นางสาวชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนสมาชิกพรรค, นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์เหรัญญิกพรรค , รศ. ดร. รุ่งเรือง พิทยศิริ กรรมการบริหารพรรค, นายจุลพงศ์ โนนศรีชัย    กรรมการบริหารพรรค ตามลำดับ
 

 

นายรุ่งเรือง พิทยศิริ

 

ร้อยโทปรีชาพล พงษ์พานิช

 


    
 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

-ลุ้นระทึก!! กกต.นัดแล้ววันเวลาพิจารณา เหตุกระทำ"มิบังควร"ของพรรคไทยรักษาชาติ
-ผู้สมัครพรรคไทยรักษาชาติลงพื้นที่หาเสียงอย่างหนัก พบประชาชนแบบตัวต่อตัว


ติดตามข่าวสารทาง Line


ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์


HASTAG : พรรคไทยรักษาชาติ  คณะกรรมการการเลือกตั้ง  ลาออก  ตรวจสอบ