ไอ้โม่งดำทำวุ่น?!? วิรัตน์เปิดความนัย ใครเบื้องหลังเกมสกัด...มันล่อกันเอง?

นี่น่าจะเป็นครั้งแรกๆ ที่ดูเหมือนว่าจะเกิดปัญหามากมายภายในพรรคประชาธิปัตย์ ที่ยังคงมีความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น นับตั้งแต่การเลือกหาหัวหน้าพรรค ล่าสุดในการสรรหาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ในการเลือกตั้งใกล้ที่จะถึงนี้ โดยเฉพาะสนามเลือกตั้ง จังหวัดสงขลา พื้นที่เขต3 โดยมีเจ้าของพื้นที่เดิมคือ นายวิรัตน์ กัลยาศิริ กับการเปลี่ยนตัวผู้สมัครในวินาทีสุดท้าย จึงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันลั่นตลาด บ้างก็ว่าเป็นการเอาคืนของฟากที่อยู่ตรงข้ามกลุ่มเพื่อนวรงค์ (นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม) และบางเสียงวิจารณ์ก็ว่านี่เป็นประชาธิปไตยแบบฉบับลูกแม่พระธรณีบีบมวยผม แต่เหนือใดนั้นก็ต้องยอมรับด้วยว่า ภายในพรรคประชาธิปัตย์มีปัญหาภายในที่คุกรุ่นมาโดยตลอด เพราะมีอะไรๆหลายอย่างที่คนนอกยังไม่รู้?!?

 

การที่พรรคประชาธิปัตย์ จะส่งตัว “นายไพร พัฒโน” ที่ลาออกจากเก้าอี้นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ เมื่อวันที่4ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อลงสมัคร ส.ส. แทนเจ้าของพื้นที่เดิมคือ นายวิรัตน์ ที่น่าแปลกใจก็คือการเปลี่ยนตัวว่าที่ผู้สมัครในครั้งนี้ ไม่ทำไพรมารี่โหวต หรือ หยั่งเสียง เหมือนกับอย่างพื้น เขต 1 สงขลา ที่ได้เลือก “นายสรรเพชญ บุญญามณี”ลูกชายนายนิพนธ์ บุญญามณี นายกอบจ.สงขลา ที่ชนะการหยั่งเสียง ลงสมัครแทนนายเจือ ราชสีห์ แต่สำหรับกรณีนายวิรัตน์ ทางพรรคกับอ้างเรื่องปัญหาสุขภาพไม่แข็งแรงเป็นเหตุให้ไม่ส่งชื่อ ต่อมาก็เตรียมจะส่งพล.ต.ท.สาคร ทองมุณี อดีตผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ลงแทนนายไพร ที่ขอถอนตัวลงสมัครส.ส. แล้วดันนายวิรัตน์ขึ้นระบบปาร์ตี้ลิสต์แทน

 

ขณะที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลภาคใต้ ออกมายอมรับ ด้วยการบอกว่า นายวิรัตน์ มีปัญหาสุขภาพ จึงไป ทาบทามนายไพร รวมทั้งยังเป็นคนทาบทามพล.ต.ท.สาคร เพราะเห็นว่า เป็นคนหาดใหญ่ เป็นนายตำรวจติดดิน ประชาชนรัก ไม่ใช้อำนาจ ส่วนกรณีของนายวิรัตน์ ทางกรรมการสรรหาได้ฟังความเห็นจากแพทย์ และมีมติให้นายวิรัตน์ พักรักษาสุขภาพเมื่อแข็งแรงแล้วค่อยสมัครใหม่ โดยนายวิรัตน์อยู่ในบัญชีรายชื่อ ทุกคนยืนยันอยู่ในลำดับที่จะได้เป็นส.ส.แน่นอน

 

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครโดยเชิญนายวิรัตน์มาชี้แจง สุขภาพ เพราะวันที่มีการประชุมกรรมการบริหารพรรค เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ได้ประเมินว่า หากนายวิรัตน์ลงสมัครน่าจะมีอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งเมื่อถามว่าปัญหานี้จะทำให้เป็นจุดแตกหักในพรรคหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีอะไรที่ต้องแตกหัก แต่อาจจะเกิดความเข้าใจผิดในการสื่อสาร

 

 


 

 

ขณะที่นายวิรัตน์ เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โดยยืนยันสุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้นหลังผ่าตัดได้พักรักษาตัว สามารถเดินได้ และลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งได้ตามปกติ อาจจะยังวิ่งไม่ได้ ตอนหาเสียงใช้การเดินและใช้รถ ยืนยันว่าจะขอลงสมัครส.ส.เขต 3 จังหวัดสงขลา ได้สอบถามแพทย์แล้วได้รับการยืนยันว่า สุขภาพเริ่มเป็นปกติ และไม่เป็นอุปสรรคในการลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้ง แต่ในช่วงแรกขอให้ใช้ไม้เท้าเพื่อความปลอดภัย ขอยืนยันว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ในระบบเขตเท่านั้น

 

ประเด็นเรื่องอาการป่วย สุขภาพไม่แข็งแรงของนายวิรัตน์ ยังมีน้ำเสียงจากเลขาพรรคอย่าง นายจุติ ไกรฤกษ์ ในฐานะกรรมการสรรหา ที่กล่าวภายหลังพิจารณาผู้สมัครส.ส.เขต 3 จังหวัดสงขลา ว่า คณะกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) มีมติเปลี่ยนตัวผู้สมัครในเขต 3 เนื่องจากนายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีตส.ส.สงขลา มาประชุมด้วยร่างกายที่ไม่แข็งแรงและอ่อนแอมาก เดินได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องนั่ง ที่ประชุมจึงได้มอบให้นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคใต้ ไปสอบถามแพทย์และประเมินว่านายวิรัตน์พร้อมลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งวันนั้นทุกคนเห็นว่าสภาพของนายวิรัตน์ไม่พร้อม จึงมีมติให้รับสมัครใหม่ ซึ่งเมื่อรับสมัครใหม่อีกครั้ง ปรากฏว่าก็ยังมีผู้สมัครเพียงคนเดียว ต่อมานายวิรัตน์ ได้มาชี้แจงต่อคณะกรรมการสรรหา โดยขึ้นบันไดมาเองได้และเดินคล่องแคล้ว ในขณะที่วันที่ 1 ก.พ. ต้องขึ้นลิฟต์

 

ทั้งนี้แม้ค่อนข้างแน่ชัดแล้ว นายวิรัตน์ จะกลับมาเป็นว่าที่ผู้สมัครส.ส. เขต3 จังหวัดสงขลา แต่ต้องไม่ลืมว่า นายวิรัตน์ นั้น ถือว่าเป็นคนสนิท “นายถาวร เสนเนียม” อดีตรองหัวหน้าพรรค ในซีกของกลุ่มที่เคยสนับสนุน “นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม” ครั้งลงชิงตำแหน่ง “หัวหน้าพรรค” เช่นนี้จึงทำให้หลายคนมองว่า ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในเรื่องของการเปลี่ยนตัวผู้สมัครอาจมีผลข้างเคียงมาจากเรื่องนี้หรือไม่??? ซึ่งโดยข้อเท็จจริงยากที่จะปฏิเสธ นั่นเพราะเรื่องราวทำนองนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วอย่างที่สังคมรับทราบกันมาก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามก็น่าจะลองไปฟังเรื่องนี้กันดูอีกสักครั้งว่า ทั้งหลายแล้วปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไรกันแน่ แม้หัวหน้าพรรคอย่างอภิสิทธิ์ จะออกมายืนยันว่า ไม่มีอะไรที่ต้องแตกหัก!!!

 

 

ล่าสุดนายวิรัตน์ ได้เปิดใจกับทีมข่าวการเมือง ของสำนักข่าวทีนิวส์ ถึงเรื่องราวความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ว่ามีอะไรแอบแฝง ใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่ และท้ายที่สุดแล้วเจ้าของพื้นที่เดิมอย่างทนายบ้านนอกที่นายวิรัตน์เรียกตัวเองจะได้กลับเข้าไปนั่งในสภาหรือไม่ ลองมาฟังกันดู

 

 

“ มันเล่นกันเอง กลัวจะไปแย่งเก้าอี้รัฐมนตรี ที่ผ่านมาผมล่อประยุทธ์ ออกมาท้วงติงรัฐบาลคสช.เพียงคนเดียวของพรรค ซึ่งแม้จะออกมาตำหนิรัฐบาลบ้างแต่ยืนยันว่า วันนั้นถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ออกมา มีคนตายเป็นพันแน่ และแน่นอนว่าผมไม่เอาทักษิณ ไม่เห็นด้วยกับทักษิณที่มีปัญหาเรื่องโกง นี่คือจุดยืนผม แต่วันนี้ผมก็นึกไม่ถึงว่าจะโดน ผมอยู่ในพื้นที่มานาน คะแนนก็ได้เยอะ ในเขตคะแนนสูง คงคิดว่าจะส่งใครก็ได้ คือได้เป็นส.ส.แน่ ถามว่าเรื่องนี้เป็นผลมาจากการตั้งกลุ่มเพื่อนหมอวรงค์ สนับสนุนหมอวรงค์ชิงหัวหน้าพรรคหรือไม่ ถ้าข้อ1คือใช่ ข้อ2คือไม่ใช่ ผมจะตอบข้อ1” 

 

นี่คือเสียงยืนยันอย่างชัดเจนของนายวิรัตน์ ที่วันนี้ฟังดูน้ำเสียงผ่อนคลายขึ้นหลังจากเดินทางเข้าชี้แจงกับกรรมการบริหารพรรคล่าสุด โดยมีการเดินให้กรรมการบริหารได้ดูด้วย เพื่อยืนยันว่า ตนเองนั้นมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้นแล้ว จนเกือบจะหายเป็นปกติ ซึ่งไม่มีปัญหาในการลงพื้นที่หาเสียง การปราศรัยต่างๆ ไม่ใช่เรื่องที่เป็นปัญหาสามารถทำได้ นอกจากนี้นายวิรัตน์ ยังกล่าวถึงความวุ่นวายในเรื่องนี้ซึ่งมองว่า เกิดมาจากภายในพรรคเอง เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นออกมาจากในพรรคจนเกิดความวุ่นวายขึ้น ถามว่าเกี่ยวข้องกับการไปสนับสนุนหมอวรงค์ เดชกิจวิกรมขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ เรื่องนี้ก็มีคำตอบอยู่แล้ว ไม่ว่า นายศุภชัย ศรีหล้า ที่อุบลราชธานี นายชุมพล จุลใส หรือ ลูกหมี ที่ชุมพรก็โดน กระทั่งเจือ ราชสีห์ ที่สงขลาก่อนหน้านี้

 

“โดนหมดศุภชัย ลูกหมี เรื่องนี้เป็นกระบวนการ แต่ผมนึกไม่ถึงว่าจะโดนแบบนี้ ทั้งที่ตลอดมาก็สู้เพื่อพรรคมาโดยตลอด ออกมาต่อสู้อยู่อย่างนี้ ซึ่งพอเรื่องออกมา คนก็เห็นใจมากมายเกิดปฏิกิริยา ว่าทำไมทนายบ้านนอกอย่างผมจึงเป็นแบบนี้ ตอนอยู่ในสภาก็ลุกขึ้นอภิปราย คัดค้านต่อต้านพวกทุจริต เรื่องนี้รับรู้กัน ผมเป็นคนไม่มีเรื่องไม่ดี ไม่มีมลทินจึงกล้าที่จะลุกขึ้นมา พวกที่ไม่ลุกขึ้นมาไม่ใช่ว่าคนพวกนี้ไม่มีข้อมูลอภิปราย แต่เป็นเพราะตัวเองก็มีแผล หากพูดไปก็เข้าตัว จึงไม่ทำอะไร สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากภายนอกพรรค ผมรู้ว่าเป็นใคร ยังไงที่ทำแบบนี้  ตอนนี้ก็ต้องรอหนังสือรับรองจากหัวหน้าพรรคอย่างเดียว จากนั้นก็นำไปแจ้งกับกกต.จึงสามารถลงพื้นที่หาเสียงได้”

 

สำหรับนายวิรัตน์ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา 4 สมัย จบโรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา ระดับปริญญาตรีที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และระดับปริญญาโท ที่คณะรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หลังจบการศึกษาได้เข้าทำงานในบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่งก่อนที่จะเปิดสำนักงานทนายความของตนเอง ที่มีชื่อว่า ทนายความวิรัตน์ กัลยาศิริ และเข้าสู่วงการการเมืองด้วยการเป็นสมาชิกสภาจังหวัดสงขลา ก่อนที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกในปี พ.ศ. 2547 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ โดยเป็นการเลือกตั้งซ่อม ซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็นครั้งแรก และได้รับเลือกตั้งเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามนายวิรัตน์ ได้ยืนยันอีกว่า การสนับสนุนหมอวรงค์ให้ขึ้นชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นการแสดงความคิดเห็น และการเคลื่อนไหวที่ปกติที่ทุกคนในพรรคสามารถทำได้ว่าจะสนับสนุนใคร ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเป็นความวุ่นวายที่เริ่มเกิดมาจากคนในพรรค เป็นการเล่นกันเองแบบที่ตนเองก็ไม่ได้คาดคิดว่าจะโดนแบบนี้ และจากนี้หากได้รับมอบหมายให้ลงสมัครส.ส.เขตเดิมก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด รอเพียงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคกลับมาจากจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อมาเซ็นหนังสือรับรองให้เท่านั้น

 

นี่คือคำตอบที่น่าจะชัดเจนที่สุดจากปากนายวิรัตน์ ว่าปัญหาทั้งหลายที่วุ่นวายอยู่ในขณะนี้เกิดจากอะไร ใครเป็นคนก่อ??? ที่แน่ๆคือ เรื่องราวเหล่านี้ออกมาจากในพรรคประชาธิปัตย์เอง ทั้งยิ่งชัดแจ้งเมื่อย้อนไปถึงกรณีคนอื่นๆที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มเพื่อนหมอวรงค์ ซึ่งก็ปรากฏเรื่องราวทำนองนี้ออกมาแล้วหลายคนตามที่ปรากฏเป็นข่าว และนี่อาจเป็นแค่ส่วนหนึ่งของเรื่องราว และปัญหาความวุ่นวายที่เกิดขึ้นที่คนนอกอย่างเรา ไม่ทราบมาก่อน ทั้งยังสะท้อนความจริงว่า สะตอนั้นมีหลายฝัก แต่ละเม็ดย่อมแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่ฝักใครฝักมัน!?!

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
-วุ่นวายจนวินาทีสุดท้าย!! ปชป. เปลี่ยนตัวผู้สมัครเขต 3 สงขลา- วิรัตน์ สู้สุดตัว..ไม่ขอลงปาร์ตี้ลิสต์!!

-ศึกในปชป.สงขลาเดือด!! อภิสิทธิ์ “ล้างบาง”..สายหนุนหมอวรงค์? หัก”วิรัตน์” ส่ง “ไพร” ชิงส.ส.แทน !!

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
ศิริพงษ์ หนูแก้ว


HASTAG : พรรคประชาธิปัตย์  นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ  วิรัตน์ กัลยาศิริ 

ติดตามข่าวอื่นๆ