เจ๊แดงเห็นภาพนี้รู้สึกยังไง? "ลูกบุญทรง" เดินหน้าชำระแค้นแทนพ่อ! ชาวเชียงใหม่แห่ต้อนรับ แม้ไม่ได้ลงสส.เขต แต่กำลังใจเพียบ

ศึกเลือกตั้งที่จะถึงนี้ คึกคักมากยิ่งขึ้น และในวันนี้ 4 กุมภาพันธ์ ถือเป็นการรับสมัคร ส.ส.เขตในวันแรก  อีกหนึ่งบุคคลที่หลายฝ่ายโฟกัสนั่นก็คือ เดชณัฐวิทย์ เตยาภิรมย์ บุตรชายของ บุญทรง เตยาภิรมย์ ที่ ลงในนามพรรคพลังประชารัฐ ที่สำคัญคือไปลงในเขต จ.เชียงใหม่  และนี้จึงเป็นศึกการเลือกตั้งที่ดุเดือด ในพื้นที่จ.เชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นบ้านเกิดของ อดีตนายกรัฐมนตรี มีความสำคัญเป็นสัญลักษณ์ทางการเมือง  การเลือกตั้งครั้งนี้แพ้ชนะ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนเฝ้าจับตาดู แต่ที่แน่ๆ การลงพื้นที่นี้ถือเป็นการเจาะกล่องดวงใจ “ทักษิณ ชินวัตร” และเพื่อให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เมื่อย้อนดูการลงสมัครรับเลือกตั้งของ เดชณัฐวิทย์ เตยาภิรมย์  และความสัมพันธ์กับตระกูลชินวัตร

 

 


เริ่มจากข้อมูลของ “พรรคพลังประชารัฐ” ที่มีเดชณัฐวิทย์ เตยาภิรมย์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ  ทายาท “บุญทรง” พยานปากเอก ในคดีจำนำข้าว เดินทางไปที่ จ.เชียงใหม่ให้กำลังใจ ผู้ สมัคร ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีประชาชน หลายร้อยคนร่วมให้กำลังใจ และลุ้นเบอร์ที่จะได้รับสำหรับการลงสมัครเลือกตั้งแต่ละเขต  

 

ขณะเดียวกันตัวแทนพรรคพลังประชารัฐ ได้กล่าวว่า  มั่นใจและพร้อมที่สุดในบรรดาพรรคการเมือง โดยพรรคจะส่งสส.เขตครบทั้ง 350 เขต และ ปาร์ตี้ลิสต์ครบ 150 คน โดยผู้สมัครแต่ละท่านมีคุณภาพคับแก้ว เป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถหลากหลายไม่ว่าจะเป็นด้าน เศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ทั้งคนรุ่นใหม่และผู้มีประสบการณ์การเมือง  พรรคมั่นใจว่าจะเป็นทางเลือกของประชาชนที่ต้องการให้ประเทศมีความสงบสุข เศรษฐกิจที่ไม่หยุดชะงักและผลิกฟื้นกลับมาดีขึ้นเรื่อยๆ

 

 

เหมือนกับในช่วง4ปีที่ผ่านมา โดยนโยบาย ก้าวข้ามความขัดแย้ง ไม่มีสี ไม่มีฝ่าย จะเป็นโอกาสของประเทศในการเดินหน้าต่อ  นอกจากนี้ นโยบายพรรคยังโดนใจ ตรงจุด และสามารถตอบโจทย์พี่น้องประชาชนทุกคน เช่น การขยายผลบัตรประชารัฐ ทั้งเพิ่มคน เพิ่มสิทธิ การพักหนี้กองทุนหมู่บ้าน 3 ปี การดูแลเรื่องที่ดินทำกิน สปก 4.0 และการดูแลราคาข้าวเปลือกอย่างน้อย 10,000 บาท  โดยก่อนหน้านี้ เดชณัฐวิทย์  เคยให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเอาไว้ว่า ได้วางอนาคตทางการเมืองไว้กับบ้านหลังใหม่-พลังประชารัฐ จะอยู่เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของพ่อในการลงเป็นผู้แทนฯจังหวัดเชียงใหม่ และ เข้ามาเพื่อต้องการสานต่อในสิ่งที่คุณพ่อทำไว้ โดยเริ่มจากจุดเล็ก ๆ เป็นเป้าหมายแรก คือ ดูแลพี่น้องของบ้านเราก่อน ส่วนเรื่องการขับเคลื่อนระดับประเทศก็ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ภายในพรรคจะให้โอกาส”

 

ไม่เพียงเท่านั้นหากไปตรวจสอบในเพจ พรรคพลังประชารัฐ ได้โพส์ภาพเดชณัฐวิทย์ เตยาภิรมย์  อยู่ที่ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งในภาพจะเห็นว่ามีพี่น้องประชาชน คนในจังหวัดเชียงใหม่ เข้ามาให้กำลังใจและให้ดอกกุหลาบ โดยให้การต้อนรับสวมกอดอย่างอบอุ่น พร้อมกับมีรายละเอียดว่า แฟนคลับเพียบ! นายเดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ ได้รับดอกไม้และความน่ารักจากพ่อแม่พี่น้องจำนวนมาก  ขณะเดียวกันหากย้อนไปดูคำให้สัมภาษณ์ของ “เดชณัฐวิทย์” ที่เคยระบุไว้ว่า  “สิ่งหนึ่ง คือ การเป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชนแทนคุณพ่อ อย่างน้อยเป็นการแก้ความเชื่อและกู้ศักดิ์ศรีให้กับคุณพ่อคืนมาจากการถูกประชาชนตีหน้าว่าเป็นคนผิด”

 

หากย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 ในวันที่ "เดชนัฐวิทย์" สวมเสื้อพรรคพลังประชารัฐ ได้เปิดใจในการย้ายพรรคว่า  อย่างที่ทุกคนทราบ และเห็นในข่าวได้ถูกโจมตีเสียๆ หายๆจากฝั่งทนายของอดีตนายกฯ "ยิ่งลักษณ์" ซึ่งตนมองว่าบทบาททางการเมืองของพ่อได้จบไปตั้งแต่วันที่ศาลตัดสินจำคุก ตลอดระยะเวลาที่ท่านติดคุก ไม่เคยมีข่าวว่าท่านออกมาเลย

 

 

"พอถึงเวลาที่ท่านเจ็บป่วยและได้รับการรักษา ก็ดันไปเอาข่าวท่านไปเชื่อมโยงกับคดีต่างๆ นานา ซึ่งส่งผลกระทบต่อท่านที่ต้องรับการรักษาตัว ถึงขั้นมีการพูดว่ามีการดีลวงในหรือเปล่า ทำให้คนอื่นที่ได้รับข่าวไม่อยากมาช่วย และเป็นการมองว่าป่วยจริงหรือไม่ เพราะเอาไปผูกกับเรื่องการเมืองไปหมด"

ก่อนการตัดสินใจครั้งสำคัญ ทายาทบุญทรงได้ปรึกษาหารือกับพ่อ และได้รับคำแนะนำให้ไปพูดคุยกับ "เพื่อนร่วมพรรคไทยรักไทย" ของพ่ออย่าง สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และสมศักดิ์ เทพสุทิน สาเหตุของการย้ายพรรคและ คำพูดของ "เดชนัฐวิทย์"  เกิดขึ้นหลังจาก นรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความของยิ่งลักษณ์ ผู้หลบหนีคดี ออกมาอ้างว่ามีป.ป.ช.บางคน เตรียมขุดคดีทุจริตจำนำข้าวมาเล่นงาน "นายใหญ่" และเครือญาติ โดยอ้างทำนองว่าหากผู้ต้องหาบางคนของคดีนี้ ยอมซัดทักษิณ ก็จะแลกกับสิทธิประโยชน์บางอย่าง มีหลายเหตุการณ์ที่สามารถสรุปได้ว่า พฤติกรรมของ นรวิชญ์ และ น.ส. ยิ่งลักษณ์ว่าจะเป็นการหลอกให้นายบุญทรงตายใจไม่ให้หนี

 

 

ต้องย้อนกลับไปในวันพิพากษาคดี จำนำข้าว 25 สิงหาคม 2560 ซึ่งเป็นวันที่ศาลฯนัดอ่านคำพิพากษาในวันนั้น “ยิ่งลักษณ” ไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาจนนำมาสู่การถูกออกหมายจับ ทิ้งให้ “บุญทรง” เผชิญชะตากรรม ทั้งที่ก่อนหน้านั้นนายนรวิชญ์เองเป็นผู้ยืนยันว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ จะต่อสู้คดีโครงการรับจำนำข้าวโดยไม่คิดลี้ภัย  ยกตัวอย่าง ก่อนวันพิพากษา 23 ส.ค. 60 นรวิชญ์ กล่าวว่า ..ไม่ว่าคำพิพากษาจะออกมารูปแบบใดตนในฐานะทนายความและน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เตรียมความพร้อมไว้ทุกช่องทางแล้ว และ   ยืนยันว่า 25 ส.ค.น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเดินทางไปฟังคำพิพากษาด้วยตัวเองอย่างแน่นอน

 

 

ขณะที่ตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์เองก็ประกาศมาตลอดยืนยันจะไม่หนีคดีอย่างต่อเนื่องอาทิ.. “จะไม่หนีไปไหนถ้าต้องการหนีดิฉันคงหนีไปแต่แรกแล้วจะไปขึ้นศาลทำไม ... และเมื่อถึงวันนัดฟังคำพิพากษาปรากฏว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มาตามนัด ทนายจำเลยนั่นก็คือนายนรวิชญ์ได้ยื่นคำร้องว่าได้รับแจ้งจากจำเลย(ยิ่งลักษณ์) ว่าป่วยด้วยโรคน้ำในหูไม่เท่ากันมีอาการวิงเวียนศรีษะอย่างรุนแรงไม่สามารถเดินทางมาศาลได้

 

นอกจากการย้ายพรรคของ “นายเดชนัฐวิทย์” ลูกชายนาย บุญทรง อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกพูดถึง “นายบุญทรง” เรื่องจำนำข้าวนั่นคือ คือตัวการว่าจะมีคนที่อยู่เบื้องหลังที่ยังไม่ได้รับโทษนอกเหนือจาก ยิ่งลักษณ์ และ ปริศนาที่เป็นโค้ดคำว่าพูดว่า “กูพูดไม่ได้” ของนายบุญทรงนั้น เป็นไม้เด็ดเชือดโกงข้าวล็อต 2”  สำหรับการทนทุกข์อยู่ในเรือนจำ พร้อมกับปริศนา “กูพูดไม่ได้” ที่สะท้อนถึงความอึดอัด คับข้องใจที่นายบุญทรงได้บอกเล่ากับ “สุรนันทน์ เวชชาชีวะ” เพื่อนสนิท ย้อนกลับไปอ่านอย่างละเอียด สำหรับข้อความที่คุย “นายสุรนันท์”โพสต์ถึง”นายบุญทรง” 

 

 

หากย้อนกลับไปอ่านอย่างละเอียด สำหรับข้อความที่คุย “นายสุรนันท์”โพสต์ถึง”นายบุญทรง” ข้อความดังกล่าวใจความว่า “วันหนึ่ง”นายสุรนันท์” ในฐานะเลขาธิการอดีตนายกรัฐมนตรีก็แวะไปคุยกับ “นายบุญทรง”เจอแฟ้มเต็มโต๊ะก็เลยพลิกดูแล้วถามว่าใครดูให้แต่ละเรื่องน่ากลัว “นายสุรนันท์” จึงตอบว่า กลัวอะไรถึงบอกว่าเรื่องที่น่ากลัว ... ขณะที่บุญทรงตอบว่า ตัวเขาเองมีทีม  ซึ่งการที่”นาย บุญทรง” สวนกลับเช่นนี้ แสดงถึง”นายบุญทรง” ครุ่นคิดอยู่ก่อนแล้วเหมือนกัน คำว่ามีทีมก็คงจะสาวเรื่องตรวจสอบได้  ไม่เพียงเท่านั้น “นายสุรนันท์” เขียนต่อไปอีกว่า “แต่เวลาคุณยิ่งลักษณ์ไปต่างประเทศบางทีมีการคุยกัน นายสุรนันท์บอกว่าคุณบุญทรงมีแววตาที่มีความกังวล

 

“นายสุรนันท์” ก็บอกต่อว่า “ในช่วงวิกฤตมีงานหลายด้านแต่ไม่วายห่วงเพื่อน ส่งเรื่องจากทำเนียบ ก็เคยเตือนว่าเลือกไปแล้วให้รีบจัดการ เราเป็นเพียงเสมียน ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางทั้งหมด แต่รู้สึกเสมอว่าเพื่อนไม่สบายใจ” ยังมีข้อความต่ออีกว่า “หลังพายุพัดผ่าน นั่งจิบไวน์คุยกันสองคน นายสุรนันท์ถามว่า เล่าให้เขาฟังหน่อยว่าเรื่องเป็นยังไง สุรนันทร์นับถือน้ำใจนายบุญทรงที่ตอบว่า “กูพูดไม่ได้” แล้วดื่มจนดึก ไม่แตะเรื่องนั้นอีกเลย ทางการเมืองบางเรื่องต้องตายไปกับเราพูดไม่ได้ ผมเข้าใจดีและผมเห็นใจเพื่อน...”  ทั้งนี้ “นายสุรนันท์ ”บอกตัวเองโชคดีที่ไม่ไปติดกับเงื่อนไข แต่ นายบุญทรงไม่ได้โชคดีแบบนั้น จึงต้องติดคุก 

 


ทั้งนี้ ทำความรู้จักกับนายบุญทรง  ก่อนหน้าที่จะมาเล่นการเมือง “บุญทรง” ดูแลธุรกิจโรงเลื่อยจักรไทยพม่า ซึ่งเป็นธุรกิจแรกของครอบครัว และในปี 2527 เขาเข้าเป็นสมาชิกของสภาอุตสาหกรรมในนามของโรงเลื่อยจักรไทยพนา จากนั้นในปี 2537 เขาก็ได้รับแต่งตั้งเป็นรองประธานสภาอุตสาหกรรม มีหน้าที่ดูแลงานด้านกิจกรรมพิเศษ ได้แก่ กิจกรรมการจัดงานแสดงสินค้า กิจกรรมการหารายได้พิเศษให้กับสภา และงานทางด้านต่างประเทศ

 

ในปี 2543 พรรคไทยรักไทย เพิ่งลงหลักปักฐาน “เยาวภา วงศ์สวัสดิ์” ได้รับมอบหมายดูแลภาคเหนือ แต่เวลานั้น “เจ๊แดง” ยังเป็นละอ่อนทางการเมือง ต้องอาศัยพี่ชาย-ทักษิณ ชินวัตร มาช่วยดึงนักการเมืองใหญ่ในภาคเหนือมาร่วมสร้างพรรคด้วยกัน  อีกทางหนึ่ง ทักษิณได้ดึงความร่วมมือจากธุรกิจตระกูลท้องถิ่น เวลานั้น “บุญทรง” เป็นตัวแทนของภาคธุรกิจเชียงใหม่ที่เข้ามาในยุคสร้างพรรคไทยรักไทย

 

 

ในปี 2544 เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แม้ไม่มีตำแหน่งในรัฐบาลทักษิณชุดแรก แต่นาย ทักษิณ ก็ให้บุญทรงมาตามช่วยเจ๊แดง ทำหน้าที่ประสานกลุ่ม ส.ส.สายเหนือ จึงเกิดเป็น “มุ้งวังบัวบาน” ในตอนนั้น จึงเป็นจุดเริ่มต้นของความเป็นเจ้าแม่พรรค ขณะที่นายบุญทรงก็อยู่เคียงข้าง และมีฐานะเป็นเลขานุการส่วนตัวของนางเยาวภา มายาวนาน จนกระทั้งปี2551 นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ขึ้นนายกรัฐมนตรี นางเยาวภายังให้ นายบุญทรงตามไปเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

 

ต่อมาในปี 2554 พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี จะด้วยการผลักดันของนางเยาวภา หรือไม่ก็ตามแต่  ทำให้นายบุญทรง ขึ้นเป็น รมว.กระทรวงเกรดเอ อย่างกระทรวงพาณิชย์ จนกระทั้งเกิดการตรวจสอบพบปัญหาทุจริตจำนำข้าว สนามเลือกตั้ง จ.เชียงใหม่ พื้นที่ซึ่งถือได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ ทักษิณ ชินวัตร  ต้องจับตาดูว่าพรรคเพื่อไทยและเครือข่ายจะยังสามารถรักษาฐานที่มั่นเชียงใหม่ไว้ได้อย่างเหนียวแน่นเช่นเดิมหรือไม่ สำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต ของจังหวัดเชียงใหม่ครั้งนี้มีเขตเลือกตั้งลดลงจาก 10 เขต เหลือ 9 เขต มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมด 1,300,000 คน จากประชากรทั้งจังหวัด 1.74 ล้านคน 

 

 


สำหรับผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดเชียงใหม่ 9 เขต ของแต่ละพรรคการเมืองนั้น  ... พรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ เขต1,นายนพคุณ รัฐไผท เขต2,นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม เขต 3,นายวิทยา ทรงคำ เขต 4,นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย เขต 5,นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เขต 6,นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เขต7,นายสุรพล เกียรติไชยากร เขต8 และนายศรีเรศ โกฏคำลือ เขต 9

 

พรรคพลังประชารัฐ ประกอบด้วย นายพจนารถ ศรียารัณย เขต1,นางศรีพรรณ เขียวทอง เขต 2,นายพรชัย อรรถปรียางกูร เขต 3,นางกิ่งกาญจน์ ณ เชียงใหม่ เขต 4, นางสาวเดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ เขต 5,นายสันติ ตันสุหัช เขต 6,นายบดินทร์ กินาวงศ์ เขต 7,นายนเรศ ธำรงทิพยคุณ เขต 8 และนายนรพล ตันติมนตรี เขต 9

 

และกับคำให้สัมภาษณ์ของฝั่งพรรคเพื่อไทย ที่ระบุชัดเจนว่า มีความกังวลในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้   4 กุมภาพันธ์ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย เขต 5 เชียงใหม่ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามในฐานะผู้สมัครที่ผ่านการสมัครมาหลายครั้งเราก็มีความกังวลเสมอ ยังคิดว่าเราพบปะพี่น้องประชาชนไม่พอก็ต้องพยายาม เชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะตอบรับพรรคเพื่อไทยอย่างมากและหวังเท่าเดิม มี 9 เขต ก็หวัง 9 เขต แต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับประชาชน “การเลือกตั้งก็ต้องจะบอกว่าไม่กังวลเลยไม่ได้ ไม่ว่าผู้สมัครพรรคไหนจะมีชื่อหรือไม่ก็ตาม เรามีความจำเป็นต้องกังวล ไม่ว่าพรรคพลังประชาชารัฐหรือพรรคอื่นๆ จะส่งผู้สมัครคนในพื้นที่ลงสู้ศึกก็ตาม การดำเนินการเรื่องเลือกตั้งต้องมั่นคงและให้ถึง 

 


หากดูตามนี้แม้ว่าจะไม่มีชื่อ “ลูกชายบุญทรง”  อย่าง “เดชณัฐวิทย์” แต่ประเด็นที่ไม่ควรมองข้ามนั่นก็คือ ภาพการลงพื้นที่ของ “เดชณัฐวิทย์” ที่เมื่อลงพื้นที่มีประชาชนมาให้กำลังใจอย่างอบอุ่น นี่ถือเป็นเจาะกล่องดวงใจตระกูล “ชินวัตร” อีกครั้งหนึ่ง ...

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"พลังประชารัฐ" นำทีมขึ้นรถบัส สมัครส.ส.กทม. "อุตตม" มั่นใจเขี่ยปชป.-พท.ชิง10เก้าอี้ "สนธิรัตน์" ลั่น รอ "บิ๊กตู่" ตอบรับ!

กลัวที่ไหน!?..."พรรคพลังประชารัฐ" ไม่หวั่นเจ้าที่ "พท.-ปชป." ผูกขาดฐานเสียง มั่นใจกทม.คว้า10 ที่นั่ง

ส่องโผ 10อันดับ ปาร์ตี้ลิสต์ พลังประชารัฐ - สุริยะมาเป็นอันดับ1!

- ประกาศศักดา! ประชาชนกว่า 5 พันร่วมฟังนโยบาย "พรรคพลังประชารัฐ" รวมพลังสร้างชาติให้ยั่งยืน

เต็งหนึ่ง! "พรรคพลังประชารัฐ" แย้ม จ่อเชิญ "บิ๊กตู่" ขึ้นบัญชีว่าที่นายกฯ !


ติดตามข่าวสารทาง Line



ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
ธัญญา พัชรวงศ์ศักดา


HASTAG : เดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์  พรรคพลังประชารัฐ  บุญทรง เตริยาภิรมย์  ทักษิณ  ทุจริตจำนำข้าว 

ติดตามข่าวอื่นๆ