“โอ๊ค” สลัดคราบผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน! นำทัพ “พรรคเพื่อไทย” เยือน “ขอนแก่น” ขอพรศาลหลักเมือง หวังชนะศึกเลือกตั้ง?

 

มิได้เป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย นับแต่การประกาศกร้าวของ โอ๊ค พานทองแท้ เมื่อปีกลาย หลังจากย่างก้าวลงบันไดศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ข้างกายพร้อมด้วย คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร และน้องสาวหัวแก้วหัวแหวนอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ที่กำลังจะได้ฤกษ์ลั่นละฆังวิวาห์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ครานั้นหาได้เป็นการพบปะพร้อมหน้าพร้อมตาในยามปกติ หากเป็นการให้ปากคำในคดีร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน จากการทุจริตปล่อยกู้แบงก์กรุงไทยฯ กับกลุ่มกฤษดามหานคร เป็นเงิน 10 ล้านบาท

เหตุการณ์ในวันดังกล่าวจะเป็นเพียงการชดใช้กรรมตามกระบวนยุติธรรม ของครอบครัวที่มีพันธะความผิดเป็นชนักติดหลัง หากไม่มีความตอนหนึ่งที่น่าสนใจเผยอเผยออกจากปากบุตรชายของนายทักษิณ ที่สร้างแรงกระเพื่อมจนแทบทุกสายตาและทุกโสตต้องสะดับตรับรับฟัง ว่าเป็นเพียงเสียงแว่วลอยลมดุจเดียวกับเสียงนกเสียงกา หรืออย่างไรไม่ 

"ตนนั้น พร้อมลงการเมืองตั้งแต่เกิดเป็นลูก ทักษิณ" ประโยคที่กระชับรวบรัดชัดถ้อย ที่อาจเป็นเพียงความคิดอุตรินึกแผลงหรือคะนองตามประสา อันเป็นปกติวิสัย จึงไม่สำคัญเพียงพอที่จะนำไปคิดเป็นจริงเป็นจังไปได้ หากทว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาภายหลังนายทักษิณ หมดสิ้นบารมีทางการเมือง ก็ดูเสมือนว่าโอ๊คจะยังดื้อดึงทุรังเคลื่อนไหวเกาะติดทุกกระแสที่คาบเกี่ยวสัมพันธ์กับสถานการณ์บ้านเมือง คล้ายความปรารถนาอย่างยิ่งยวดหมายมีบทบาทปรากฏบนหน้าฉากบนถนนการเมืองไทย

กระทั่งล่าสุด 4 ก.พ. 2562 ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของนายทักษิณนำว่าที่ผู้สมัครรับการเลือกตั้ง ส.ส.พรรคเพื่อไทยทั้ง 10 เขตของ จ.ขอนแก่น ไหว้ขอพรศาลเจ้าพ่อหลักเมืองและสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยรอบพื้นที่ศาลหลักเมืองขอนแก่นเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนนำพาผู้สมัครทุกคนเดินทางมาลงทะเบียนและลงเวลาการสมัครรับการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่ง กกต.ขอนแก่น ได้กำหนดเลือก หอประชุม อบจ.ขอนแก่น เป็นสถานที่ของการรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.ในช่วงระหว่างวันที่ 4-8 ก.พ. 2562

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง     
3 ศรีพี่น้อง "ชินวัตร" โชว์รูปสวมหน้ากากกันฝุ่นพิษ จับตา "โอ๊ค" หลังศาลไฟเขียวบินร่วมงานแต่งน้องสาว ไปแล้วอย่าไปลับ...กลับมารายงานตัวด้วย!

การปรากฏกายของโอ๊คนั้น ได้กลับมาสร้างแรงกระเพื่อมอีกครั้งหลังจากที่ก่อนหน้าพรรคเพื่อไทยได้มีมติเลือก คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และนายชัยเกษม นิติสิริ เป็น 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ซึ่งต่างทราบกันดีว่าบุคคลทั้ง 3 เป็นทั้งมือไม้ให้นายทักษิณ ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่างตัวของโอ๊คกับบุคคลเหล่านี้จึงสนิทชิดเชื้อสมัครสมานกลมเกลียวกันเป็นอย่างดี แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็ยังนำมาซึ่งคำถามที่ว่า อิทธิพลของโอ๊คที่มีต่อสมาชิกพรรคเพื่อไทยและมวลชนผู้ภักดิ์ดียังคงโหยหาถึงนายทักษิณอยู่เนืองๆ อยู่ในระดับที่มากน้อยเพียงใด

คล้ายว่าจะเป็นคำตอบต่อดังกล่าวให้กลายเป็นเรื่องชวนหัวเมื่อมีรายงานเพิ่มเติมว่า ผู้สมัครพรรคเพื่อชาติ นครราชสีมา เปลี่ยนชื่อเป็น "ทักษิณ" 6 คน และ "ยิ่งลักษณ์" 1 คน ด้วยให้เหตุผลว่าเพื่อให้จดจำง่าย ไม่อยากให้พี่น้องได้ลืมและอยากให้จดจำตลอดไป สะท้อนถึงความจงรักภักดิ์ดีและชวนให้ตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีความเป็นไปได้ที่สองอดีตนายกฯ ยังคงมีบทบาทหรือครอบงำพรรคเครือข่ายเช่นเดียวกับกับพรรคเพื่อชาติไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง 

อย่างไรก็ตามเมื่อกลับมามองที่ตัวของโอ๊คนั้น แทบจะเรียกได้ว่าเป็นบุคคลไร้ความสามารถทางการเมือง ไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะเป็นตัวตายตัวแทนของผู้เป็นพ่อได้แม้แต่น้อย ด้วยปูมหลังที่ปรากฏชัดเจนว่าไม่มีแม้ผลงานที่พอจะเชิดหน้าชูตาวงศ์ตระกูล ชนิดว่าผ่าเหล่าผ่ากอต่างจากพี่น้องอย่างสิ้นเชิง ในข้อนี้จึงกลายเป็นที่มาของคำกล่าวปรามาศอย่างรุนแรงว่าตัวของโอ๊คนั้นคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด หรือหากยังคงเหลือเรื่องน่าชื่นชมอยู่บ้างอาจเป็นความมานะอุตสาหะหรือเป็นความดันทุรัง ที่ไม่ดูกำลังตนว่าเพียงพอหรือไม่ที่จะให้ประชาชนมาฝากผีฝากไข้ในฐานะนักการเมือง

เพื่อให้ข้อสังเกตมีความชัดเจนและน้ำหนักที่มากขึ้น ต้องย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2561 โอ๊คได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Oak Panthongtae Shinawatra ที่คล้ายกับเป็นการส่งสัญญาณว่าตนนั้นพร้อมจะกระโจนลงสนามการเมืองเต็มตัว โดยระบุว่า

ใครย้ายขั้วไปอยู่กับเขา นอกจากจะได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้ว ผู้สมัครก็จะไม่โดนใบแดงใบส้ม มีงบลงพื้นที่อย่างล้นเหลือ ได้เป็นรัฐบาลไม่ต้องกลัวอดอยากปากแห้ง และคดีความทั้งหมดของตัวเองและครอบครัวก็จะหลุดพ้นด้วย..!!

สำหรับตัวผม..
- คุณพ่อโดนตัดสินจำคุกในฐานะคู่สมรส ที่เซ็นยินยอมให้คุณแม่ไปประมูลที่ดิน 
- ตัวผมเองกำลังโดนฟ้องคดีฯข้อหาฟอกเงิน 
- ญาติพี่น้องก็กำลังจะโดนยัดข้อหา โดยการกันคนไปเป็นพยานและปั้นหลักฐานเท็จ เพื่อที่จะหาเรื่องโยนความผิดให้ได้... 
- แต่ละเรื่องที่โถมเข้ามา รุนแรงและหนักที่สุดเท่าที่ครอบครัวผมเคยเจอมา

แต่การเป็น "ลูกทักษิณ" การจะท้อหรือกลับไปกลับมามันเป็นไปไม่ได้ เพราะทางเลือกมีแค่ 2 ทางคือ อยู่เงียบๆ รอเขาไล่ล่า หรือเดินหน้าต่ออย่างมีศรัทธาและอุดมการณ์เท่านั้น..!!
ในวันที่หลายคน มีความจำเป็นที่จะต้อง "ไหลออก" เพื่อรักษาอนาคตของตัวเอง และชีวิตครอบครัวเอาไว้ ในวันที่บางคน เห็นอามิสสำคัญกว่าศรัทธาและอุดมการณ์
ผมคงทำได้แค่เดินไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย แบบประชาชนธรรมดาๆ คนหนึ่ง

เพื่อที่หลังจากนี้ ผมจะได้เดินทางในฐานะสมาชิกพรรคไปทุกทิศทั่วไทย ไปพบพี่น้องเพื่อจะเชิญชวนทุกท่าน ที่ศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย และรักในความถูกต้องเป็นธรรม เข้ามาร่วมในอุดมการณ์เดียวกัน
ออก 1 เข้าใหม่ 10 ออก 10 เข้าใหม่ 100 เราจะทำให้ฝ่ายปล้นประชาธิปไตย รวมถึงพวกที่ตีจากเพราะเห็นแก่อามิสทั้งหลาย ได้รู้!! และเข็ดหลาบ!! ว่าการปล้นประชาธิปไตยอาจทำได้แค่ชั่วคราว แต่เมื่ออำนาจกลับคืนสู่มือของประชาชนเมื่อไหร่ เตรียมตัวได้ยินคำว่า "มันจบแล้วครับนาย" ได้เลย เคารพในการตัดสินใจของทุกท่าน ทั้งผู้ที่จากไป และคนใหม่ที่จะเข้ามา ใครตัดสินใจผิดถูกอย่างไร บัตร 40 ล้านใบในหีบ จะเป็นตัวตัดสินครับ..

Cr. "ศรัทธาคือบันไดขั้นแรก แม้คุณไม่อาจมองเห็นขั้นบันไดทั้งหมด" 
Martin Luther King, Jr นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน


สัญญาณลั่นกรองรบครานั้น สร้างสมมติฐานบางประการถึงกลยุทธ์ของพรรคเพื่อไทย ประการแรกคือในเวลานั้นสถานะของพรรคเพื่อไทยไม่ต่างอันใดกับทัพที่ขาดขุนพล เสถียรภาพของพรรคค่อนไปทางระส่ำระส่าย ในช่วงหัวเลี้ยงหัวต่อที่สมาชิกต่างสาละวนหาหัวหน้าพรรคคนใหม่นั้น จึงจำเป็นต้องมีบุคคลที่เสมือนตัวแทนของนายทักษินมารวมศูนย์ในแง่ของจิตใจ เพื่อให้ประชาชนผู้สนับสนุนรับรู้ได้ว่าพรรคยังไม่ถึงคราวต้องมีอันเป็นไปทางการเมือง หน้าที่จึงตกเป็นของทายาทคนโตวัย 38 ที่ดูจะเหมาะสม (ในเวลานั้น) มากที่สุด 

นอกจากนี้ยังเป็นการทำให้วาทกรรม "นอมินีทักษิณ" หรือ "โคลนนิ่งทักษิณ" มีความชัดเจนมากขึ้น ด้วยเพราะการก้าวสู่เก้าอี้นายกฯของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในการเลือกตั้งปี 2554 นั้น ประชาชนที่ยังสนับสนุนนายทักษิณเชื่อกันว่าการบริหารประเทศของนายกฯหญิงรายนี้ จะถอดแบบมาจากพี่ชาย เหตุที่เชื่อเช่นนั้นเพราะนายทักษิณเคยกล่าวไว้ตอนหนึ่งก่อนการเลือกตั้งว่า "ผมบอกเลยว่าไม่ใช่นอมินี แต่เรียกได้เลยว่าเป็นโคลนนิงของทักษิณเลย ผมโคลนนิงการบริหารให้ตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ สไตล์การทำงานเหมือนผม รับการบริหารจากผมได้ดีที่สุด อีกข้อสำคัญหนึ่งก็คือ การที่คุณยิ่งลักษณ์ซึ่งเป็นน้องสาวผม มานั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรค สถานะนั้นสามารถตัดสินใจแทนผมได้เลย เยส ออ โน นี่พูดแทนผมได้เลย"

ส่วนในกรณีของโอ๊ค อาจต่างกันไปในบางประการเพราะภายหลังประกาศตัวแคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทย ข้อสังเกตที่ว่านายทักษิณ อาจดำเนินกลยุทธ์ครอบงำพรรคผ่านทางบุตรชายตนเช่นเดียวกับสมัยยิ่งลักษณ์นั้น ต้องมีอันตกไป แต่บทบาทของโอ๊คภายในพรรคเพื่อไทยก็หาใช่เพียงหัวหลักหัวตออย่างใดไม่ เพราะจะมีความเป็นไปได้กี่มากน้อยที่โอ๊คจะเป็นเสมือนตัวเรียกคะแนน "ความสงสาร" ของพรรคเพื่อไทย ผ่านวาทกรรมใหม่ที่มวลชนผู้สนับสนุนยังคงนำมาใช้เช่นว่า "รังแกลูกทักษิณ" ด้วยหวังนำความเห็นอกเห็นใจผันมาเป็นคะแนนเสียงสนับสนุนในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้? 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"โอ๊ค" ขุดปมรอยร้าวรันเวย์สนามบินสุวรรณภูมิ หวังซัด "แปปซี่" ...จำได้ไหมผลงานใครทำ "งามหน้า" ... "มรดกบาป" ยุครัฐบาลพ่อตัวเอง    
“สุดารัตน์”เข้าทาง “โอ๊ค-พานทองแท้” ..อาจเป็นโอกาสสุดท้ายขว้าง ชัชชาติ ขึ้นเบอร์ 1 ลิสต์ นายกฯเพื่อไทย???   
"โอ๊ค" กลัวไม่ได้เลือกตั้ง ? สอด อย่าออกไปไล่นายกฯ เดี๋ยวจะอ้างความวุ่นวาย...ใครก็รู้เลือกตั้ง 24 มี.ค. !


ติดตามข่าวสารทาง Line


ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
เอกชัย เรืองฉาย


HASTAG : โอ๊ค พานทองแท้ ชินวัตร  ชินวัตร  การเมือง  ทักษิณ ชินวัตร  พรรคเพื่อไทย 

ติดตามข่าวอื่นๆ