"กิตติธัช" สวน "ชัชชาติ" ปมปราศรัยหาเสียง "ส่วนต่างราคาข้าว" งานนี้มีคนเงิบหนัก...ใครแน่รู้ไม่จริง

สืบเนื่องจากกรณีการลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงของพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมานำทีมโดยคุณหญิงสุดารัตน์เกยุราพันธ์ และนายชัชชาติสิทธิพันธุ์ โดยมีบางส่วนบางตอนกล่าวถึงเรื่องข้าวระบุว่า

"ทุกวันนี้รัฐบาลเลื่อนเลือกตั้งไปเรื่อยๆ เด็กที่เกิดปี 2557 ทุกวันนี้อยู่อนุบาล 2 แล้ว ไม่รู้ว่าจะต้องรอให้ขึ้นประถมก่อนหรือยังไง ถึงประเทศไทยจะมีการเลือกตั้ง การที่รัฐบาลพูดไม่จริง ทำให้ไม่มีความน่าเชื่อถือ เมื่อก่อนบอกว่า ไม่ชอบนโยบายประชานิยม แต่พอใกล้เลือกตั้งก็มี ทั้งนี้ มีคนกล่าวว่า ‘รับเงินหมากาเพื่อไทย’ ซึ่งส่วนตัวไม่เห็นด้วย ไม่ควรไปดูถูกหมาเพราะหมายังซื่อสัตย์ ขณะที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยใช้แนวทางพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน คือ การลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และกระจายโอกาส ซึ่งทำได้จริงและทำมาโดยตลอด แต่ทุกวันนี้ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ทั้งที่ราคาในร้านค้าขายให้ผู้บริโภคราคาสูง เช่น ข้าวสวยหน้าร้านราคาตันละ 5 หมื่น แต่ชาวนาขายข้าวได้ตันละไม่ถึงหมื่น เพราะมันมีส่วนต่างที่เราต้องเอากลับคือมาให้เกษตรกร"

นำมาซึ่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่มีการท้วงติงถึงข้อมูลที่นำมาปราศรัย ไม่ตรงกับความเป็นจริง เช่นเดียวกับเฟซบุ๊กของ Benya Nandakwang เบญญา นันทขว้าง เจ้าของร้านอาหารไวท์คาเฟ่ ได้ออกมาระบุว่า ข้อมูลเรื่องราคาข้าวที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ปราศรัยนั้น แตกต่างจากความเป็นจริงมากมาย เนื่องจากที่กล่าวไว้ว่า ราคาข้าวสวยหน้าร้านตกแล้วตันละ 5 หมื่นบาท แต่ในความเป็นจริงคิดตามประสบการณ์ที่ทำร้านอาหารมากว่า 30 ปี พบว่าราคาข้าวสวยหน้าร้านจริงๆนั้นตันละ แสนห้าหมื่นบาท

ข้อโต้แย้งดังกล่าวดูจะมีน้ำหนักมากขึ้นเมื่อเฟซบุ๊ก Kittitouch Chaiprasith ซึ่งเป็นของนักวิชาการอิสระได้นำเสนอถึงกรณีดังกล่าวด้วยการโพสต์ระบุความว่า 
เบญญา vs ชัชชาติ: มารู้จักโครงการเกษตรเข้มแข็งและ #ข้าวอิ่ม กับ ผู้หญิงซึ่งกล้าออกมาตั้งคำถามเรื่องกับวาทกรรมทวงคืนส่วนต่างให้ชาวนาของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
-----------------------

- หลายคนคงเห็นข่าวเมื่อหลายวันก่อนที่มีผู้หญิงคนหนึ่งออกมาตั้งคำถาม และเช็คความรู้เบื้องต้นด้านการทำข้าว ตั้งแต่การปลูก แปรรูป ไปจนถึงนำมาหุงและขายในร้านอาหาร กับชัชชาติ สิทธิพันธุ์ไปบ้างแล้ว


- แฟนคลับของชัชชาติ พรรคตระกูลเพื่อและพรรคอนาคตใหม่ ต่างออกมารุมถล่มตามคอมเมนต์ข่าวต่างๆ ว่า ผู้หญิงคนนี้ไม่รู้เรื่องอะไร ขาดวิสัยทัศน์ที่จะมาเทียบกับชัชชาติ ผู้หญิงคนนี้เป็นแค่ไฮโซเวลากินก็ไปสั่งซื้อข้าวจากตามห้าง จะมาเข้าใจชาวนาได้อย่างไร ฯลฯ

- รวมถึงข้อหาที่ยัดว่า เบญญาเป็นพวกชอบเผด็จการ เห็นคนไม่เท่าเทียมกัน ไม่อยากให้ชาวนาขึ้นมาทัดเทียมกับตนเอง ไม่เหมือนพวกตนที่เป็นฝ่ายประชาธิปไตยผู้รักในประชาชนทั้งหลาย ฯลฯ

(ตามแต่จะสรรหาคำมาเชิดชูตัวเองและ
กดคนอื่นลงด้วยการสร้างภาพปีศาจร้าย)

*** โดยพวกเขาหารู้ไม่ว่าผู้หญิงคนนี้ คือ เบญญา นันทขว้าง เป็นผู้ที่ทำโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการทำนาให้ชาวนามาไม่ต่ำกว่า 5 ปี อีกทั้งยังทำร้านอาหารมาไม่ต่ำกว่า 30 ปีและเป็น Caterer ชื่อดังคนหนึ่งของเมืองไทย!!!

-------------------------
จุดเริ่มต้นของแนวคิด
-------------------------

- โครงการดังกล่าวนี้มีจุดเริ่มจาก คุณเบญญา นันทขว้าง หนึ่งในศิลปินทีม Art Lane ซึ่งเป็นกลุ่มศิลปินและดีไซเนอร์ที่มีมารวมตัวกันในช่วงการชุมนุม กปปส.เมื่อปี 2556-2557

- ประกอบกับเป็นช่วงเวลาที่ชาวนาเริ่มมีปัญหาจาก #โครงการจำนำข้าว (ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์) ว่าไม่ได้รับการจ่ายเงินทันตามสัญญาของรัฐ จนมีชาวนาจำนวนหนึ่งเริ่มเครียดและฆ่าตัวตาย


-------------------------
ผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้าช่วยชาวนา
-------------------------

- คุณเบญญา ในฐานะศิลปินมีความคิดว่า จะช่วยชาวนาเหล่านี้ได้อย่างไร จึงเกิดความคิดด้วยการนำเอาความรู้ทางศิลปะ ไปช่วยทำงานศิลป์ด้วยการเอา "ผ้าขาวม้า" ในชุมชน มาทำบรรจุภัณฑ์ เช่น กระเป๋าถือหรือห่อบรรจุข้าว

- โดยเริ่มต้นไอเดียจากดีไซเนอร์ชื่อดัง คุณเปิ้ล-วสันต์ ผึ่งประเสริฐ ที่ชี้ช่องว่าให้ Art Lane ทำแฟชั่นโชว์ แล้วคนชอบมาก จึงเกิดไอเดียว่าน่าจะนำทำขายต่อ

- โดยให้ทางดีไซเนอร์ออกแบบและสไตล์ลิสท์ชื่อดัง อย่างคุณกบ-เมนาท นันขว้าง (พี่สาวคุณเบญญา) มาช่วยออกแบบและดูว่าอันไหนเอามาทำตลาดได้ จากผ้าขาวม้าผืนละ 80 บาท กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าขาวม้ามีดีไซน์ตัวละเป็นพัน กระเป๋าใส่ของใบละพันกว่าบาท!!!

*** สุดท้ายทางทีม Art Lane ก็นำเงินรายได้ตรงนั้นกลับไปให้ชาวบ้านหมด ทำให้ชาวบ้านดีใจมาก และได้รับรู้ว่าสินค้าของเขานั้นสามารถนำมาเพิ่มมูลค่าให้ราคาสูงได้ ถ้าได้รับการผลักดันที่ดีและหาตลาดให้

-------------------------
จากผ้าขาวม้าสู่ "ข้าวอิ่ม"
-------------------------

- หลังจากนั้นชาวบ้านก็เริ่มชวนคุณเบญญา ให้ลองทำข้าวแล้วนำมาเพิ่มมูลค่าเพื่อขายในตลาดระดับที่สูงขึ้น แต่เนื่องจากคุณเบญญา ไม่มีความรู้เรื่องการปลูกข้าวและไม่เคยทำนาเองมาก่อน

- คุณเบญญาจึงได้ไปขอให้คุณกรณ์ จาติกวณิช จากพรรค ปชป.เข้าร่วมโครงการ และด้วยความที่คุณกรณ์เป็นนักการเมืองที่ลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหาจากข้าวอยู่แล้วและประสานงานกับคนจากภาคส่วนต่างๆ เป็นตามธรรมชาติของนักการเมือง

- โครงการข้าวอิ่ม+เกษตรเข้มแข็งจึงเกิดขึ้น ด้วยการความร่วมมือระหว่างนักการเมืองน้ำดี ภาคเอกชน/ศิลปินที่ตั้งใจทำกิจการเพื่อสังคม และชาวนาที่มาเข้าร่วมโครงการ

โดยขั้นตอนของข้าวอิ่มมีทั้งหมด 8 ขั้นตอน

1. จัดหาเมล็ดพันธุ์ดี
2. ปลูกแบบปลอดสารเคมี
3. ชาวบ้านรวมกลุ่มสีเอง-บรรจุห่อเอง
4. เอางานศิลปะผ้าขาวม้ามาเพิ่มมูลค่า
5. ประสานผู้ผลิต(ชาวนา)และผู้บริโภค
6. คิดยี่ห้อโดนๆ ซึ่งเป็นที่มาของ "ข้าวอิ่ม"
7. สื่อสารเรื่องราวดีที่เกิดขึ้นเพื่อบอกต่อ
8. หาช่องทางการตลาดลงในห้างชั้นนำ

..........................

*** ชาวนาจะขายข้าวปลอดสารให้ทีมงานในราคา 25,000 บาท/ตัน จากนั้นทีมงานข้าวอิ่มจะนำมาแปรรูป และ ห่อบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม (ซึ่งทำโดยแม่บ้านในชุมชน) ทำให้ข้าวอิ่มขายได้กิโลกรัมละ 120 บาทหรือขายพร้อมถุงผ้าสวยๆ ในราคา 150 บาท (ถุงผ้าใบละ 30 บาท)

*** หรือจะซื้อเป็นข้าว 4 กก.ราคา 550 พร้อมกระเป๋าผ้าที่สวยงามก็ได้ นอกจากนี้ในโครงการนี้ ยังมีกระเป๋าที่ทำจากต้นข้าวที่เกี่ยวแล้ว ใบเล็กราคา 950 บาท ใบใหญ่ราคา 1,450 บาท (ยังไม่นับรวมโครงการที่นำผ้าขาวม้ามาออกแบบทำเป็ยเสื้อผ้าสวยๆ ที่วางขายในห้างชั้นนำอีกนะครับ)

*** ซึ่งกำไรทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่าย
จะถูกนำส่งคืนกลับไปให้ชาวนา 100%!!!

-------------------------

*** เขียนมาถึงตรงนี้ผมว่าผู้อ่านน่าจะทราบแล้วว่าใครคือ "ของจริง" ใครคือ "นักสร้างภาพ" ที่ร่ายวิสัยทัศน์สวยๆ ในเวทีปราศรัยใหญ่ๆ แต่ไม่เคยลงมือทำอะไรจริง

*** ซึ่งผมคิดว่าคงไม่ต้องเขียนอะไรเพิ่มในประเด็นนี้แล้ว เพราะทุกอย่างมันชัดเจนและตอบในตัวของมันเองอยู่แล้ว (โชว์วิสัยทัศน์ลอยๆ ใครก็พูดได้ครับ เดี๋ยวนี้เขาท่องกันได้เป็นสูตรเลยด้วยซ้ำ)

*** สุดท้ายนี้ ถ้าสนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดและช่วยอุตหนุนสินค้าที่มาจากวิสาหกิจชุมชนและโครงการดีๆ เหล่านี้ได้ ภายใต้โครงการเกษตรเข้มแข็ง ตามลิ้งก์ด้านล่างนี้

https://www.facebook.com/kasetkhemkhaeng/

หมายเหตุ: เบญญา นันทขว้าง ปัจจุบันเป็นหนึ่งในแกนนำพรรครวมพลังประชาชาติไทย หรือ รปช. หรือ ACT Party ซึ่งเขามีสโลแกนสำคัญของพรรคเขาตามแบบที่คุณเบญญาทำ ก็คือ

#คนธรรมดาสร้างชาติ

-------------------------


ติดตามข่าวสารทาง Line



ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
เอกชัย เรืองฉาย


HASTAG : ชัชชาต สิทธิพันธุ์  กิตติธัช ชัยประสิทธิ์  ชาวนา  การเมือง 

ติดตามข่าวอื่นๆ