"บิ๊กโจ๊ก" รวบยกแก๊ง 3 ตำรวจร่วมอาชญากรผิวสี ทำธุรกิจเปิดทางต่างชาติเข้าไทยผิดกม. (คลิป)

เมืองไทยเป็นเมืองที่น่าอยู่ทำให้ชาวต่างชาติอย่างเข้ามาที่ประเทศไทยเป็นจำนวนมาก จึงทำให้มีแก๊งหัวหมอที่อย่าเข้ามาอยู่ในไทยแบบไม่เสียค่าภาษี หรือเป็นการเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายมีให้เห็นอยู่อย่างต่อเนือง อย่างเหตุการณ์ล่าสุดนี้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสามารถจับกุมแก๊ง 3ตำรวจ-ผิวสี ประทับตราช่วยต่างชาติเข้าไทยผิดกม.
 

โดยที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. , พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 พร้อมด้วยตำรวจตรวจคนเข้าเมือง , ตำรวจท่องเที่ยว และชุดปฏิบัติการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย(ศปชก.ตร.) แถลงผลการจับกุมขบวนการนำพาสปอร์ตปลอม หรือพาสปอร์ตที่มีการดัดแปลงมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประทับตราวีซ่าปลอม

 

 

ด้านพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้จับกุมนางอันตา มิราย ลอว์  อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย จากนั้นได้ทำการสืบสวนขยายผลรวบรวมพยานหลักฐาน กระทั่งขออนุมัติหมายจับเจ้าหน้าที่และขบวนการจัดหาหนังสือเดินทางและประทับตราตรวจอนุญาตเข้าประเทศโดยมิชอบด้วยกฎหมายต่อศาลอาญาคดีทุจริต
 

"บิ๊กโจ๊ก" รวบยกแก๊ง 3 ตำรวจร่วมอาชญากรผิวสี ทำธุรกิจเปิดทางต่างชาติเข้าไทยผิดกม. (คลิป)

ในเวลาต่อมาศาลได้อนุมัติหมายจับจำนวน 6 คน ประกอบด้วย 1.ด.ต.วิทยากร สาราจันทร์ อายุ 39 ปี 2.ด.ต.เทพฤทธิ์ ยอแสง อายุ 47 ปี 3.ส.ต.ท.ศุภชัย สีมะสิงห์ อายุ 31 ปี 4.นายวิเชษฐ์ ทวีกายุจันทร์ อายุ 39 ปี 5.นายสมศักดิ์ บิลหรีม อายุ 44 ปี 6.นายวิคเตอร์ อดีโอลา อายุ 34 ปี สัญชาติไนจีเรีย

 

 

นอกจากนี้ ยังขยายผลจับกุมตัวชาวต่างชาติผิวสีอีก 5 คน คือ นายโอลาวาเล ราอิมี่ อายุ 33 ปี สัญชาติไนจีเรีย นายโจนาส ซิลวา อายุ 39 ปี สัญชาติกีนีบิสเซา นายริเซส อองบอนน่า โอนู อายุ 44 ปี สัญชาติไนจีเรีย นายชาโพ ซูมา อายุ 37 ปี สัญชาติแอฟริกาใต้ และนายโอควาทาร่า เบน อิบราฮิม อายุ 21 ปี สัญชาติไอวอรี่โคสต์ ซึ่งกลุ่มนี้เข้ามาในประเทศไทยเป็นครูสอนภาษาและติดต่อกับกลุ่มลักลอบประทับตราอนุญาตเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย

 

 


สำหรับพฤติการณ์ของกลุ่มเจ้าหน้าที่และผู้ร่วมขบวนการดังกล่าวมีนายวิคเตอร์ อดีโอลา ทำหน้าที่เป็นเอเย่นต์ติดต่อดำเนินการประทับตราผิดกฎหมายเพื่อให้ชาวต่างชาติที่ลักลอบอยู่ในประเทศไทยสามารถอยู่ต่อได้โดยคิดค่าดำเนินการรายละ 3-4 หมื่นบาท จากนั้นจะติดต่อไปยังนายสมศักดิ์ บิลหรีม เพื่อติดต่อไปยังนายวิเชษฐ์ ทวีกายุจันทร์ เพื่อรวบรวมเงินค่าดำเนินการประทับตราอนุญาต

 

 

หลังจากนั้นจะติดต่อไปยัง ด.ต.เทพฤทธิ์ ที่ทำหน้าที่เป็นผู้สั่งการและกระจายงาน ไปยัง ด.ต.วิทยากร สาราจันทร์ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองฝั่งขาเข้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และ ส.ต.ท.ศุภชัย สีมะสิงห์ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองฝั่งขาออกท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อดำเนินการเสร็จก็จะส่งผ่านระบบขนส่งเอกชนกลับไปให้นายวิคเตอร์เพื่อส่งให้กับชาวต่างชาติที่มาว่าจ้างอีกทอดหนึ่ง นอกจากนี้จากการสืบสวนทราบว่านายสมศักดิ์ และนายวิเชษฐ์ ได้รู้จักกับ ด.ต.เทพฤทธิ์ ยอแสง ขณะช่วยงานตำรวจ ตม. ที่ด่านสะเดา จ.สงขลา

 

 

ทั้งนี้ ผบช.สตม. กล่าวอีกว่า ในส่วนขั้นตอนดำเนินคดีแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของเจ้าหน้าที่จะเป็นความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (ป.อาญา ม.157) , เป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือ ยอมจะรับสินบน (ป.อาญา ม.149) , เป็นคนกลางเรียกรับสินบน (ให้สินบน ม.143) , ให้สินบนแก่เจ้าพนักงาน (ม.144) ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต

 

 

ในส่วนของประชาชนหรือพลเรือน มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานในการเรียกรับสินบน (ม.143 + 86) ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี และส่งพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ดำเนินคดีต่อไป โดยทาง ศปชก.ตร. ได้เชิญผู้อำนวยการกองตรวจลงตราและเอกสารเดินทางคนต่างด้าว กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ มาร่วมตรวจสอบ เพื่อจะได้สืบสวนขยายผลดำเนินการกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป

 

 

 

"บิ๊กโจ๊ก" รวบยกแก๊ง 3 ตำรวจร่วมอาชญากรผิวสี ทำธุรกิจเปิดทางต่างชาติเข้าไทยผิดกม. (คลิป)

ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์


HASTAG : บิ๊กโจ๊ก  ลักลอบเข้าเมือง  ผิดกฏหมาย 

ติดตามข่าวอื่นๆ