เปิดภาพถ้ำหลวง ครั้งเเรก หลังจากถูกปิดตั้งเเต่เสร็จสิ้นภารกิจช่วย"เด็กๆหมูป่า"

    จากกรณีนายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช พลเรือตรีอาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ กองทัพเหรือ หรือหน่วยชีล ได้นำคณะเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ หน่วยชีล หน่วยกู้ภัย เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) มิสเตอร์เวิร์น อันสเวิร์ธ นักสำรวจถ้ำชาวอังกฤษ พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวน 35 นาย เข้าไปทำการสำรวจภายในถ้ำหลวงตั้งแต่โถงแรกเข้าไปถึงโถงที่ 3 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปฏิบัติการช่วยเหลือทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีจำนวน 13 คนแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 11 ก.ค.2561 ที่ผ่านมา เนื่องจากตรวจพบระดับน้ำที่โถงแรกแห้งลงนั้น

ล่าสุดในช่วงบ่ายคณะทีมสำรวจทั้งหมดได้เดินทางกลับออกมาทางปากถ้ำแล้วโดยภารกิจในการถ่ายภาพและบันทึกข้อมูลอุปกรณ์ที่คงค้างตามจุดต่างๆ ตั้งแต่ปากถ้ำไปจนถึงสามแยกภายในถ้ำระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ถือว่าเสร็จสิ้นด้วยดี แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเดินหน้าสำรวจต่อจากสามแยกแล้วเลี้ยวซ้ายไปทางหาดพัทยาหรือพัทยาบีชรวมถึงเนินนมสาว

 

 

 

 

 

ซึ่งเป็นจุดที่เยาวชนทั้ง 13 เคยใช้หลบภัยน้ำท่วมภายในถ้ำได้ เนื่องจากพบว่าบริเวณช่องที่เชื่อมจากสามแยกไปทางเส้นทางซ้ายเต็มไปด้วยตะกอนทรายทำให้ยากต่อการเดินทางผ่าน รวมทั้งยังมีน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งการจะผ่านจุดดังกล่าวไปได้ต้องใช้อุปกรณ์ดำน้ำที่มีความพร้อมเหมือนตอนที่มีปฏิบัติการช่วยเหลือเยาวชนดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่ได้สำรวจถึงบริเวณดังกล่าวแล้วจึงพากันเดินทางกลับ

 

 


 

 

  ทางนายจงคล้าย นายกมลไชย และพลเรือตรีอาภากร ได้นำเจ้าหน้าที่ไปถึงบริเวณสามแยกได้จำนวว 21 นาย แต่เนื่องจากไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้และอ๊อกซิเจนภายในถ้ำเบาบางรวมทั้งมีน้ำไหลออกจากหินงอกหินย้อยตามผนังอยู่ตลอดเวลาด้วย จึงได้ทั้งหมดที่ยังเดินทางมาไม่ถึงทยอยเดินทางกลับออกไปทางเดิม และได้สรุปผลการสำรวจพบว่าภายในมีถังอ๊อกซิเจนวางอยู่ตลอดรายทางโดยมีอยู่ที่โถงที่ 3 ประมาณ 100 กว่าถัง โถงที่ 2 ประมาณ 100 กว่าถัง เปลสนามพร้อมสายสลิงจำนวนมากอยู่บริเวณโถงที่ 2 ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับขนลำเลียงเยาวชนทั้ง 13 คนออกมาตั้งแต่วันที่ 9-11 ก.ค.2561 เพราะโถงดังกล่าวถือว่ามีความกว้างมากที่สุดแต่ก็มีความสูงชันทำให้ยากลำบากในการเดินทาง รวมทั้งพบเครื่องสูบน้ำขนาดต่างๆ ด้วย

 

นอกจากนี้พบสายส่งอ๊อกซิเจนที่โถงที่ 3 มากที่สุดเพราะเคยเป็นสถานที่ที่เจ้าหน้าที่เคยใช้รวมพลกันขณะอยู่ภายในถ้ำช่วงปฏิบัติการช่วยเหลือ นายจงคล้าย กล่าวว่าสำหรับภาระกิจครั้งนี้ถือว่าเจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปตรวจพบวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ และได้บันทึกข้อมูลรวมทั้งถ่ายภาพเอาไว้ตั้งแต่ปากถ้ำไปจนถึงสามแยกเอาไว้แล้ว และคาดว่าหากจะเข้าไปจากสามแยกไปยังบริเวณจุดที่พบเยาวชนทั้ง 13 คนคงจะใช้ระยะเวลาอีกประมาณ 1 เดือนเพื่อให้น้ำแห้งและเตรียมอุปกรณ์กำลังพลให้มีความพร้อมต่อไป

 

 

ด้านพลเรือตรีอาภากร กล่าวว่าการเข้าไปสำรวจถ้ำหลวงครั้งนี้เป็นเหมือนการำลึกถึงความหลังเมื่อครั้นปฏิบัติการเดือน มิ.ย.-ก.ค.2561 ที่ผ่านมา โดยสิ่งที่พบเห็นภายในถ้ำทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ร่วมกันเข้าไปปฏิบัติการ เพราะมีอุปกรณ์ต่างๆ อยู่เป็นจำนวนมากซึ่งเมื่อมองย้อนหลังไปก็ยังสงสัยอยู่ว่าพวกเราขนเข้าไปได้อย่างไร อย่างไรก็ตามการเข้าไปในถ้ำครั้งนี้ถือว่าสะดวกกว่าช่วงปฏิบัติการที่มีความยากลำบากกว่ามากกระนั้นการจะเข้าไปให้เลยช่วงสามแยกเข้าไปอีกซึ่งยังคงมีเครื่องมืออุปกรณ์ที่ตกค้างอยู่ภายในคงต้องรอให้ระดับน้ำภายในลดลงกว่านี้ต่อไป

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ภรรยา"จ่าแซม" นำทีม13 หมูป่า ไหว้อนุสาวรีย์ถ้ำหลวง ระลึกครบรอบวันเกิดสามี "โค้ชเอก"มอบของขวัญพิเศษให้พ่อ

- 13 หมูป่าพร้อมครอบครัว เจอหน้า "ผบ.หน่วยซีล" ย้อนรำลึกพระคุณ"จ่าแซม" ตบท้ายออนทัวร์พัทยา ชายหาดชื่อตรงถ้ำหลวง

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
ดลวรรธน์ โพธิชาธาร


HASTAG : 13หมูป่า  ถ้ำหลวง  ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน  หมูป่า  เชียงราย 

ติดตามข่าวอื่นๆ