โดนอีกแล้ว ลูกค้าแบงค์สีฟ้า เจอฉก 2 แสนต้องแจ้งความถึงได้เงินคืน

หลังจากเกิดกรณีที่เงินในบัญชีของลูกค้าธนาคารชื่อดัง สาขาปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน หายไปจากบัญชีจำนวน 290,000 บาท ทั้งที่ไม่ได้มีการทำเรื่องถอนเงิน และเจ้าของสมุดบัญชีดังกล่าวไม่มีบัตรเอทีเอ็มหรือแอพพลิเคชั่นของธนาคารแต่อย่างใดนั้น ซึ่งหลังการตรวจสอบแล้ว พบว่าเกิดจากพนักงานทุจริต ไม่เกี่ยวข้องกับระบบงานของธนาคาร
 

ในเวลาต่อมานางสาวภัทราพร วัฒนแสนสุข บุตรสาวของนางอะหมีหม่า วัฒนแสนสุข เปิดเผยว่า แม่ของตัวเองก็เป็นอีกรายหนึ่งที่ตกเป็นเหยื่อของธนาคารดังกล่าว ซึ่งตนได้เดินทางไปยังธนาคารพร้อมกับแม่ เพื่อขอปรับสมุดบัญชี

 

 

แต่ทางธนาคารกลับอ้างว่าระบบขัดข้อง ทั้งยังบอกอีกว่า แม่ถอนเงินไปแล้วพร้อมนำเอกสารมาให้ดู จึงขอดูกล้องวงจรปิด ทางธนาคารจึงบอกว่าหากจะขอดูกล้องต้องไปแจ้งความที่โรงพัก เพื่อเอาหลักฐานจากตำรวจมาขอดูจึงจะดำเนินการให้ ในวันดังกล่าวจึงได้เดินทางไปแจ้งความต่อ สภ.ปาย

 


 
เมื่อไปแจ้งความแล้ว  ตนก็ได้กลับมาที่ธนาคารอีกครั้ง แต่ทางธนาคารอ้างว่าไม่สามารถดูภาพจากกล้องวงจรปิดได้เนื่องจาก ข้อมูลที่บันทึกผ่านมาแล้ว 2 เดือน ข้อมูลอาจจะถูกลบไปแล้ว แต่หลังจากแจ้งความปรากฏว่า ทางธนาคารยอมให้ปรับสมุดเงินฝากและบอกว่ามีเงินโอนเข้าบัญชีให้แล้ว จึงแสดงว่ามีบุคคลอื่นเป็นผู้ปลอมเอกสารของแม่แล้วเบิกเงินสดจากธนาคารออกไป

 

โดยเมื่อปรับสมุดบัญชีแล้ว พบว่ามีเงินโอนเข้าบัญชี 200,000 บาท ทั้งที่วันไปแจ้งความก่อนหน้านั้นได้ไปพบกับผจก.ธนาคาร เพื่อขอให้ปรับยอดบัญชี หากมีเงินโอนเข้าบัญชีก่อนหน้านั้นทำไมทางธนาคารจึงไม่ยอมให้ปรับสมุดบัญชี


 
ต่อมาได้พูดคุยกับผู้จัดการธนาคารอีกครั้ง ได้มีการยอมรับผิดว่าพนักงานทำผิดจริง และบอกว่าจะลงโทษไล่พนักงานคนที่แอบถอนเงินออกจากงาน แต่เนื่องจากเกี่ยวกับชื่อเสียงของธนาคารจึงให้ออก เพื่อไม่ให้ไปทำแบบนั้นต่อไปอีก แต่ขอไม่ให้ไปพูดต่อ ๆ จะกระทบต่อชื่อเสียงของธนาคาร แต่ไม่ได้บอกว่าจะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ทั้งที่ความผิดได้สำเร็จแล้วและในบันทึกแจ้งความก็ได้ระบุชัดเจนว่า ให้เอาผิดกับผู้ที่ปลอมแปลงเอกสารของแม่


ด้าน นางสุกัญญา สุขสวัสดิ์ ผจก.ธนาคารสีฟ้า สาขาปาย เปิดเผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นตนไม่สามารถให้ข่าวแก่สื่อมวลชนได้ เพราะทางสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพมหานคร จะเป็นผู้แถลงข่าวเอง และคาดว่าจะมีการเปิดแถลงข่าวในเร็ว ๆ นี้
 

 


ในขณะที่ พ.ต.อ.สมาน จิตบุญ ผกก.สภ.ปาย เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ธนาคารชื่อดังฝ่ายตรวจสอบบัญชี ได้เดินทางมามอบข้อมูลให้กับพนักงานสอบสวน สภ.ปาย เป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ทราบตัวผู้กระทำผิดแล้วว่าเป็นใคร ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเรียกสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดว่ามีใครร่วมขบวนการบ้าง ซึ่งคาดว่าจะมีหลายรายที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว

 


เนื่องจากผู้ใช้บริการกับธนาคารสีฟ้าสาขาดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นชาวเกษตรที่นานๆ ทีจะนำเงินมาเข้าฝากกับทางธนาคารและอัพเดตสมุดบัญชีเงินฝาก เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น จึงทำให้ผู้ใช้บริการแห่กันมาถอนเงินออกจากบัญชี และนำไปฝากที่ธนาคารอื่นแทน
 


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์


HASTAG : ฉกเงิน  ทุจริต 

ติดตามข่าวอื่นๆ