เซาท์ ไชน่า มอร์นิง เดอะโพสต์ฉบับฮ่องกง 116ปีบนความน่าเชื่อถือว่าด้วยพาสปอร์ตยิ่งลักษณ์

กลายเป็นข่าวฮือฮากันอยู่ไม่น้อยหลังจากที่เว็บไซต์ www.thepaper.cn ของจีน ออกรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ที่อยู่ระหว่างหลบหนีคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้จำคุก 5 ปี ฐานปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตจำนำข้าว ได้เข้าไปซื้อกิจการบริษัท ซัวเถาคอนเทนเนอร์เทอร์มินัล (Guangdong Shantou International Container Terminal) จำกัด ในเมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาพร้อมควบตำแหน่งประธานบริษัทด้วย กระทั่งเรื่องราวข่าวสารเลยเถิดมาที่เรื่องพาสปอร์ต โดยสื่อของจีนอีกเช่นกันที่ตีข่าวนี้ออกมา ทำให้เกิดคำถามว่าแท้แล้วเรื่องนี้เท็จจริงอย่างไร เมื่อทางฝ่ายรัฐบาลกัมพูชาออกมาปฏิเสธ

 

 

สำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ มีแง่มุมให้ตามอย่างน่าสนใจ นั่นเพราะต่อมาเว็บไซต์ www.thepaper.cn ดังกล่าวได้ลบข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ซื้อกิจการบริษัทซัวเถาคอนเทนเนอร์ฯ ออกไป โดยขึ้นข้อความหน้าจอว่า มีบางอย่างผิดพลาด! ไม่พบบทความ ที่ได้นำว่า บริษัทซัวเถาคอนเทนเนอร์เทอร์มินัลก่อตั้งขึ้นในปี 2537 ด้วยทุนจดทะเบียน 88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าร่วม 3พันล้านบาทไทย ผู้บริหารท่าเรือตู้คอนเทนเนอร์ Shantou ได้เปลี่ยนจาก Lin Daqi เป็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ที่ผ่านมา ในขณะที่เฟซบุ๊ก กรุงเทพ กรุงเทพ ซึ่งได้รายงานความเคลื่อนไหวคนตระกูลชินวัตรมาโดยตลอด ได้โพสต์ข้อความว่า “ได้เบอร์ติดต่อที่ทำงาน ท่านประธาน SICT มาแล้ว แล้วได้เบอร์แผนกต่างๆ มาด้วย เบอร์ที่ทำงาน ท่านประธานยิ่งลักษณ์ ขึ้นต้นเหมือนกันหมด 0754-88939XXX มีอะไร...ไว้วันหน้าค่อยเล่านะครับ”

 

ขณะที่แฟนเพจ “ลุยจีน Shoot2China” ได้โพสต์ข้อความเมื่อเวลา 18.00 น.ของวันที่ 8 ม.ค.ถึงความเคลื่อนไหวของสองพี่น้องนายกฯไทยด้วยหลังจากมีการเสนอข่าวกรณีนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางกราบไหว้บรรพบุรุษที่เมืองเหมยโจว มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ซึ่งได้มีคนจีนแชร์โพสต์และคอมเมนต์กันอย่างดุเดือด แต่วันต่อมาโพสต์ดังกล่าวกลับหายหมด

 

 

 


 

ไม่เพียงเท่านั้นต่อมาเมื่อต้นทางลบข่าวออกไปแล้ว เฟซบุ๊ก "กรุงเทพ กรุงเทพ" จึงต้องออกมาคล้ายจะแก้เขินโดยไปอ้างเอา บทความใน เว็บไซต์ http://www.zanzanzan88.com/   ที่มีการนำรูปประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน จับมือกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่ง เป็นภาพเมื่อครั้งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มาประกอบข้อเขียน โดยเป็นบทความที่ไม่ปรากฏชื่อผู้เขียน ซึ่งได้ชื่นชมน.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมโจมตีรัฐบาลคสช. กองทัพ

 

กระนั้นเมื่อตรวจสอบเว็บไซต์ http://www.zanzanzan88.com/ ก็อดที่จะประหลาดใจไม่ได้ เพราะพบว่าเว็บไซต์นี้ ไม่ได้รับความนิยมแต่อย่างใด เป็นเว็ปข่าวเล็กๆที่มีผู้ติดตามน้อยมาก  และจากการแชร์ข่าวลงในเพจเฟซบุ๊กของเว็บฯนี้ พบว่า หลังจากแชร์ไป 8 ชั่วโมงมีการแชร์เพียงครั้งเดียว กดถูกใจ 1 ครั้ง  ไม่มีคอมเม้นท์ใดๆทั้งสิ้น และจากการสำรวจการแชร์ข่าวในโพสต์อื่นๆ พบว่ามีการแชร์สูงสุดแค่ 20 ครั้งเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีการแชร์ต่อ ไม่มีการคอมเม้นท์ หรือกดถูกใจเลย  อย่างไรก็ตามแต่ก็มีข้อน่าสังเกตว่า เว็บไซต์  http://www.zanzanzan88.com/  อาจเป็นเว็บไซต์จีนในมาเลเซีย เพราะข่าวส่วนใหญ่นอกจากเป็นข่าวในจีนแล้วยังเน้นไปที่ข่าวสารความเคลื่อนไหวของมาเลเซีย และชาวจีนในมาเลเซียอีกด้วย

 

 

แต่ที่ยังเป็นประเด็นในจนถึงขณะนี้ จะด้วยความบังเอิญหรือไม่ ที่ในห้วงเวลาเดียวกัน หนังสือพิมพ์เซาท์ ไชน่า มอร์นิง โพสต์ของฮ่องกง ได้ออกแฉว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถือพาสปอร์ตกัมพูชา ทั้งที่ก่อนนี้หน้าทางกัมพูชา ก็เคยออกมาปฏิเสธแล้วว่า ยิ่งลักษณ์ เป็นคนไทย ไม่ใช่กัมพูชา จึงไม่ออกพาสปอร์ตให้ โดยหลักฐานที่อ้างเป็นที่มาของเรื่อง เซาท์ ไชน่า มอร์นิง โพสต์ ได้หยิบเอาตามเอกสารของบริษัท พี.ที.คอร์ปอเรชั่น บริษัทจัดการการลงทุน ในฮ่องกง ที่ระบุว่า ยิ่งลักษณ์ ได้ใช้พาสปอร์ตกัมพูชา เพื่อลงทะเบียนเป็นผู้อำนวยการแต่เพียงผู้เดียวของบริษัท โดยบริษัทนี้ตั้งขึ้นเมื่อ 24 สิงหาคม ปีที่แล้ว

   

ที่สร้างความน่าสนใจกว่านี้ก็คือ เซาท์ ไชน่า มอร์นิง ได้ตรวจสอบ และไม่พบอย่างชัดเจนว่าธุรกิจของบริษัทคืออะไร ที่อยู่ก็เป็นของบริษัทอื่น แต่ผู้บริหารใกล้ชิดกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยให้หลังเพียง 4 เดือน อดีตนายกฯหญิงไทย ก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานของ SICT เป็นท่านประธานท่าเรือซัวเถา

 

เช่นนี้จึงทำให้น่าสนใจยิ่งไปอีกว่า ทำไมสื่อรายนี้จึงออกมาแฉน.ส.ยิ่งลักษณ์ มีวัตถุประสงค์อะไร มีความจริง-เท็จจริงอย่างไร เหล่านี้ล้วนเป็นข้อสงสัยที่ชวนติดตามนั่นเพราะหลังเรื่องนี้แดงออกมาฝ่ายกัมพูชาก็ออกมาปฏิเสธไม่ได้ออกพาสปอร์ตให้อดีตนายกฯหญิงไทย พร้อมพูดแบบทิ้งทุนระเบิดว่าเป็นพาสปอร์ตปลอมหรือไม่???  ซึ่งจากการตรวจสอบเมื่อปลายปี2558 อาลีบาบา บริษัทอี-คอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีน ได้แถลงซื้อกิจการหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ "เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์" หรือที่เรียกกันสั้นๆ โดยทั่วไปว่า "เดอะ โพสต์" ของฮ่องกง อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการสร้างฐานทั่วโลก สำหรับข่าวสารเกี่ยวกับจีนแผ่นดินใหญ่

 

 

แต่ที่ยังเป็นประเด็นในจนถึงขณะนี้ จะด้วยความบังเอิญหรือไม่ ที่ในห้วงเวลาเดียวกัน หนังสือพิมพ์เซาท์ ไชน่า มอร์นิง โพสต์ของฮ่องกง ได้ออกแฉว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถือพาสปอร์ตกัมพูชา ทั้งที่ก่อนนี้หน้าทางกัมพูชา ก็เคยออกมาปฏิเสธแล้วว่า ยิ่งลักษณ์ เป็นคนไทย ไม่ใช่กัมพูชา จึงไม่ออกพาสปอร์ตให้ โดยหลักฐานที่อ้างเป็นที่มาของเรื่อง เซาท์ ไชน่า มอร์นิง โพสต์ ได้หยิบเอาตามเอกสารของบริษัท พี.ที.คอร์ปอเรชั่น บริษัทจัดการการลงทุน ในฮ่องกง ที่ระบุว่า ยิ่งลักษณ์ ได้ใช้พาสปอร์ตกัมพูชา เพื่อลงทะเบียนเป็นผู้อำนวยการแต่เพียงผู้เดียวของบริษัท โดยบริษัทนี้ตั้งขึ้นเมื่อ 24 สิงหาคม ปีที่แล้ว

   

ที่สร้างความน่าสนใจกว่านี้ก็คือ เซาท์ ไชน่า มอร์นิง ได้ตรวจสอบ และไม่พบอย่างชัดเจนว่าธุรกิจของบริษัทคืออะไร ที่อยู่ก็เป็นของบริษัทอื่น แต่ผู้บริหารใกล้ชิดกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยให้หลังเพียง 4 เดือน อดีตนายกฯหญิงไทย ก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานของ SICT เป็นท่านประธานท่าเรือซัวเถา

 

เช่นนี้จึงทำให้น่าสนใจยิ่งไปอีกว่า ทำไมสื่อรายนี้จึงออกมาแฉน.ส.ยิ่งลักษณ์ มีวัตถุประสงค์อะไร มีความจริง-เท็จจริงอย่างไร เหล่านี้ล้วนเป็นข้อสงสัยที่ชวนติดตามนั่นเพราะหลังเรื่องนี้แดงออกมาฝ่ายกัมพูชาก็ออกมาปฏิเสธไม่ได้ออกพาสปอร์ตให้อดีตนายกฯหญิงไทย พร้อมพูดแบบทิ้งทุนระเบิดว่าเป็นพาสปอร์ตปลอมหรือไม่???  ซึ่งจากการตรวจสอบเมื่อปลายปี2558 อาลีบาบา บริษัทอี-คอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีน ได้แถลงซื้อกิจการหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ "เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์" หรือที่เรียกกันสั้นๆ โดยทั่วไปว่า "เดอะ โพสต์" ของฮ่องกง อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการสร้างฐานทั่วโลก สำหรับข่าวสารเกี่ยวกับจีนแผ่นดินใหญ่

 

 

นอกจากนี้ยังพบความน่าสนใจด้วยว่า ครั้งหนึ่ง เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ เคยได้รับการกล่าวขานว่า เป็นหนังสือพิมพ์ที่มีผลกำไรมากที่สุดในโลก โดยยึดหลักต่อจำนวนผู้อ่าน และแม้ว่าความรุ่งเรื่องจะได้รับผลกระทบ ตามกระแสความเสื่อมถอยของอุตสาหกรรมสื่อสิ่งพิมพ์ทั่วโลก เมื่อบรรดาผู้อ่านหันไปหาเว็บไซต์ข่าวออนไลน์มากขึ้น และอิทธิพลจะถูกบดบังโดยหนังสือพิมพ์รายวันหลายฉบับของแผ่นดินใหญ่ นับตั้งแต่อังกฤษส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนให้จีนเมื่อปี 2540 แต่เดอะโพสต์ ยังคงครองความเป็นหนึ่ง ในกลุ่มนักธุรกิจและกลุ่มคนชั้นสูงที่พูดภาษอังกฤษในฮ่องกงจนถึงปัจจุบัน เช่นนี้แล้วจึงน่าจะเพิ่มความน่าเชื่อถือได้หรือไม่ว่า ข่าวน.ส.ยิ่งลักษณ์ ถือพาสปอร์ตกัมพูชา มีความจริงมากน้อยแค่ไหน แม้กัมพูชาจะออกมาปฏิเสธ แต่นั่นก็ไม่น่าจะใช่เรื่องแปลกสำหรับการไม่ยอมรับเพราะความจริงก็ยังคงเป็นความจริงอยู่วันยังค่ำ!!!

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
ศิริพงษ์ หนูแก้ว


HASTAG : ฮุน เซน  ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  ทักษิณ ชินวัตร 

ติดตามข่าวอื่นๆ