เปิดหน้าจะๆ ผศ.วินัย เคยถูกเรียกรายงานตัว2ครั้ง ยอมรับไม่เห็นด้วยม.112 ร่วมลงชื่อแก้ด้วย

จากกรณีที่ ผศ.วินัย ผลเจริญ  อาจารย์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊คส่วนตัว เมื่อวันที่5 ม.ค.62 เวลา 10.45น. ข้อความระบุว่า “ใครบ้างมีส่วนกำหนดเกมการเลื่อนเลือกตั้ง อย่าลืมว่าเจตจำนงของประชาชนสำคัญยิ่งกว่าพิธีใดๆ”ซึ่งข้อความดังกล่าวถูกตั้งคำถามจากสังคมไทยและถูกมองว่าการกระทำเช่นนี้ อาจจะเข้าข่ายหมิ่นเหม่ และไม่เหมาะสมหรือไม่ จนกระทั้ง พล.ต.นพ. เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ และผู้ก่อตั้ง “องค์กรเก็บขยะแผ่นดิน” เป็นผู้หยิบยกเรื่องมาขยายเมื่อวันที่ 9 ม.ค.62 ได้โพสต์ข้อความระบุว่า...

 

 

 ด่วนที่สุด...ได้โปรดแชร์ให้ถึง รมว.กระทรวงศึกษาธิการ , อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม , ผวจ.มหาสารคาม , หัวหน้าหน่วยงานความมั่นคง และประชาชน จ.มหาสารคาม ทราบว่า

 

ผศ.วินัย ผลเจริญ อาจารย์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊คส่วนตัวเมื่อ 5 ม.ค.62 เวลา 10.45น.ข้อความว่า “ใครบ้างมีส่วนกำหนดเกมการเลื่อนเลือกตั้ง อย่าลืมว่าเจตจำนงของประชาชนสำคัญยิ่งกว่าพิธีใดๆ” ทั้งนี้ผมได้ขอให้ ผศ.วินัย ผลเจริญ ชี้แจงว่า “พิธีใดๆ” ตามที่ ผศ.วินัย ผลเจริญ โพสต์นั้นหมายความถึงพิธีอะไร แต่ ผศ.วินัย ผลเจริญ กลับปิดเฟซบุ๊คหนี เมื่อคืนวันที่ 8 ม.ค.62 เวลา 21.30-22.00 น.โดยประมาณ

 

 

 


 

 ดังนั้น ผศ.วินัย ผลเจริญ จึงเป็นอาจารย์ที่ไม่รู้จักความบังควรว่าการแสดงความเห็นใดที่ส่อเสียดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ในขณะที่ตนเองมีหน้าที่เป็นอาจารย์ที่จะต้องสอนและปลูกฝังวิชาการเมืองและการปกครอง ดังนั้นผมจึงขอความกรุณาจาก รมว.กระทรวงศึกษาธิการ , อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม , ผวจ.มหาสารคาม และหัวหน้าหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ได้โปรดสอบสวน ผศ.วินัย ผลเจริญ และตรวจสอบพฤติกรรมในทางลับที่ได้มีส่วนร่วมกับขบวนการบั่นทอนสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วย หากเป็นไปได้แล้วได้โปรดมีคำสั่งอย่างเด็ดขาดด้วยการปลด ผศ.วินัย ผลเจริญ ให้พ้นจากราชการจนกว่าการสอบสวนจะแล้วเสร็จ อย่าปล่อยปละละเลยให้มีอาจารย์ที่มีอคติต่อสถาบันหลักของชาติในสถาบันการศึกษาดังที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้

 

ผมหวังอย่างยิ่งว่าท่านทั้งหลายจะไม่ละเลยเพิกเฉยดังเช่นผู้มีอำนาจรัฐที่ผ่านมา

 

 

ต่อมาจากการตรวจสอบพบว่า ชื่อของ “วินัย ผลเจริญ”   เป็นหนึ่งในการเคลื่อนไหวของนักวิชาการกลุ่ม “นิติราษฎร์” ที่มี นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ เป็นแกนนำเสนอให้มีการยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ในความผิดคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ   เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 55 ที่หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อรณรงค์ข้อเสนอแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

 

ทั้งนี้ “วินัย ผลเจริญ”  ได้ราวมลงชื่อ 118 รายชื่อคณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 (ครก.)  ร่วมกับ อาทิ นายนิธิ เอี่ยวศรีวงศ์ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ อดีตอาจารย์ภาควิชาประวัติศาตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,  นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดี และอาจารย์ประจำสาขาวิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการเสื้อแดง ผู้ต้องหาหลบหนีคดี ม.112 และ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ อดีตอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตแกนนำกลุ่มนิติราษฎร์  เป็นต้น

 

 

นอกจากนี้ยังพบข้อมูลเกี่ยวกับนายวินัย ผลเจริญ อาจารย์ประจำสาขาวิชาการเมืองการปกครอง วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2558 ที่ได้ให้สัมภาษณ์ประชาไทไว้ว่า  มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาที่ห้องทำงานที่วิทยาลัย เพื่อขอสอบปากคำตนเอง เพราะสงสัยว่าเป็นผู้แขวนฝ้ายผ้า "เผด็จการจงบรรลัย ประชาธิปไตยจงเจริญ" ในบริเวณมหาวิทยาลัยมหาสารคาม หลังจากเขาโพสต์ภาพป้ายผ้าดังกล่าวในเฟซบุ๊ก

 

นายวินัย กล่าวว่าได้ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนทำ เพียงแต่เห็นด้วยกับข้อความเท่านั้น ส่วนใครจะทำนั้นไม่รู้ โดยเห็นภาพป้ายผ้าดังกล่าวในเฟซบุ๊กแล้วอยากแชร์ แต่ระบบขึ้นคำเตือนว่าอาจมีคนไม่เห็น จึงเซฟแล้วโพสต์ในเฟซบุ๊กของตัวเองแทน ทั้งนี้เมื่อถามว่าเหตุใดตำรวจจึงมาหา  ด้านนายวินัย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ เคยถูกเรียกรายงานตัว 2 ครั้งหลังรัฐประหาร เนื่องจากเป็นหนึ่งใน 118 คนที่ร่วมลงชื่อกับ ครก.112 ซึ่งรณรงค์ให้มีการแก้ไขมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา และมักโพสต์แสดงความไม่เห็นด้วยกับมาตรา 112 จัดกิจกรรมรณรงค์การเลือกตั้ง กิจกรรมรำลึก 24 มิ.ย. หรือแสดงความเห็นทางการเมือง ทำให้ถูกจับตาพอมีเรื่องเกิดขึ้น เลยอาจจะถูกสงสัย ก็เข้าใจได้

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
ศิริพงษ์ หนูแก้ว


HASTAG : สถาบัน  เหรียญทอง แน่นหนา  ม.112 

ติดตามข่าวอื่นๆ