ย้อนเมื่อครั้งในหลวง​ ร.๙​ ทรงช่วยเหลือประชาชน จากพายุโซนร้อนแฮเรียตปี05 - ที่แหลมตะลุมพุก​

เข้าสู่ช่วงเดือนแรกของพุทธศักราช 2562  ประเทศไทยกำลังเผชิญกับพายุโซนร้อนลูกใหม่ที่ชื่อ "ปาปึก" ที่พัดเข้ามาและส่งผลกระทบต่อจังหวัดทางภาคใต้ของประเทศไทย ในช่วงวันที่ 3-5 มกราคม พ.ศ. 2562 โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ต้องรับมือกับพายุปาปึก ในวันที่ 4 มกราคม ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรก หากย้อนกลับไปในอดีตก็เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นที่ "แหลมตะลุมพุก" และยังคงอยู่ในความทรงจำของชาวนครศรีธรรมราช

 

 

เฉกเช่นเดียว เรื่องสั้นที่มีการบันทึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าวเอาไว้ "แหลมตะลุมพุก" คือเรื่องสั้นจากปลายปากกาของ "มนัส สัตยารักษ์" ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือรวมเรื่องสั้น "หนุ่มเหน้าสาวสวย" เมื่อ พุทธศักราช 2513 ซึ่งเป็นเรื่องราวของเหตุการณ์วาตภัยทางภาคใต้ในเดือน ตุลาคม  2505 ที่แหลมตะลุมพุก ที่ถ่ายทอดมาจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนในขณะที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องไปตรวจสภาพพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายอื่นๆ และเห็นสภาพความเสียหายของบ้านเรือนและผู้เสียชีวิตของผู้คนในพื่นที่ที่ได้รับผลกระทบจากหายนะในครั้งนั้น ...

 


 

อย่างไรก้ตามดั่งที่กล่าวมา "พายุโซนร้อนแฮเรียต" พัดผ่านทางตอนใต้ของประเทศไทย ในเวลาค่ำคืนของวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2505 ทําให้จังหวัดภาคใต้ประมาณ 12 จังหวัดได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บริเวณแหลมตะลุมพุก อําเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราชนั้น บ้านเรือนราษฎรจมหายไปกับสายน้ำและจํานวนผู้เสียชีวิตมีเป็นจํานวนมาก

 

 

ซึ่งในครั้งนั้น "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (ในหลวงรัชกาลที่๙)" ทรงพระราชทานความช่วยเหลือเบื้องต้นด้านที่อยู่อาศัย อาหารเสื้อผ้า ยารักษาโรค อันเป็นปัจจัย 4 นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้สถานีวิทยุ อ.ส.ประกาศเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาบริจาคทรัพย์และสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ประการสําคัญทรงรับและพระราชทานสิ่งของด้วยพระองค์เอง นอกเหนือจาก การที่ทรงดนตรีให้คนขอเพลงโดยบริจาคเงินช่วยผู้ประสบภัย นับเป็นการใช้สื่อวิทยุในกิจการ ลักษณะนี้เป็นครั้งแรก

 

 

ทั้งนี้ ความเดือดร้อนครั้งนั้นของประชาชนในภาคใต้ยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ประชาชนในภาคอื่นๆ ได้ช่วยกัน "ทําบุญร่วมกับในหลวง" อย่างเต็มที่ เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและรักษาชีวิตของผู้ที่รอดตาย สถานีวิทยุ อ.ส. ดังนั้นในเวลาเพียงแค่ 1 เดือน มีผู้บริจาคทรัพย์ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เป็นจํานวนรวมทั้งสิ้น 11 ล้านบาทเศษ และสิ่งของเครื่องใช้ อาหารแห้ง อีกประมาณ 5 ล้านบาท
 


นอกจากนี้ ผลของพายุแฮร์เรียตในครั้งนั้นทำให้เด็กจำนวนหนึ่งกำพร้าเมื่อสิ้นบิดามารดาก็ขาดผู้อุปการะ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ทรงมีพระราชประสงค์ให้เด็กเหล่านี้ได้เรียนหนังสือตามกําลังความสามารถ เพื่อเด็กนั้นจะได้ช่วยตัวเองและเป็นกําลังรับใช้ประเทศชาติต่อไป จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินให้กระทรวงศึกษาธิการ สร้างโรงเรียนประชาบาลที่ถูกพายุพัดพัง รวม 12 โรงเรียนใน 5 จังหวัดภาคใต้ พระราชทานชื่อว่า "โรงเรียนราชประชานุเคราะห์" ส่วนเงินจํานวน 11 ล้านบาทเศษนั้น เมื่อได้จัดสรรช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยแล้ว ยังเหลือเงินอีก 3 ล้านบาท เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความสามัคคีในชาติ และเพื่อให้มีการดําเนินการหาดอกผลสะสมเพิ่มไว้สงเคราะห์ประชาชนยามเกิดสาธารณภัยให้เป็นไปตามกุศล เจตนาของผู้บริจาคอย่างแท้จริง

 

 

ยิ่งไปกว่านั้น "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9" ทรงพระราชทานเงินจำนวน 3 ล้านบาท ที่เหลือนี้เป็นทุนประเดิมก่อตั้ง "มูลนิธิราชประชานุเคราะห์"  ซึ่งมีความหมายว่า "พระราชากับประชาชนอนุเคราะห์ซึ่งกันและกัน"

 

(อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง "ที่นี่ใครใหญ่" !?! คำถามที่แฝงด้วยพระอัจฉริยภาพของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงตรัสถามสั้นๆ !! แต่ทำให้ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ คิดได้ !!)

 

(อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง เพราะความจริงใจ จึงสานสัมพันธ์ !!! "ลุงวาเด็ง" สามัญชนที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ยกให้เป็น "พระสหายคนสนิท" !!!

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
ธัญญา พัชรวงศ์ศักดา


HASTAG : พายุปาบึก  ในหลวง ร.9  ช่วยเหลือประชาชน 

ติดตามข่าวอื่นๆ