นายกฯประชุมด่วนผู้ว่าฯ16จว.ใต้รับมือ"พายุปาบึก" ทัพบก-เรือเคลื่อนกำลัง พร้อมสู้วิกฤต

เนื่องจากก่อนหน้านี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือน ว่าจะมีพายุโซนร้อนปาบึก ซึ่งเคลื่อนตัวเข้าสู่บริเวณอ่าวไทย ในขณะนี้พายุดังกล่าวกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกไปอย่างช้าๆ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก 


ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้และพายุจะเคลื่อนลงอ่าวไทยในวันที่ 3 มกราคม 2562 และจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณรอยต่อระหว่างจังหวัดชุมพรและสุราษฎร์ธานี ในช่วงค่ำของวันที่ 4 มกราคม 2562 ซึ่งจะมีผลกระทบต่อภาคใต้ในช่วงวันที่ 3-5 มกราคม 2562 โดยมีผลกระทบดังนี้ ในช่วงวันที่ 3-4 มกราคม 2562 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งกับมีลมแรง บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล ในช่วงวันที่ 4-5 มกราคม 2562 

(ประกาศกรมอุตุฯ)
 

โดยล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก ไทยคู่ฟ้า ได้ไลฟ์สดนายกรัฐมนตรี ประชุม Video Conference กับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 16 จังหวัดเพื่อเตรียมการรับมือพายุปาบึก และมีการวางแผนในการอพยบชาวบ้านต่างๆ และประเมินสถานการณ์ขนคนออกมาก่อน ซึ่งเป็นการป้องกันและลดความเสี่ยงสำหรับชาวบ้านที่อยู่ริมทะเล และได้วางแผนเกี่ยวกับการระบายน้ำ โดยกรมชลประทานได้มีการวางแผนรับมือเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นไว้แล้ว รวมถึงการรับมือถ้าหากมีฝนตกหนักอาจจะทำให้เกิดดินโคลนถล่ม ตอนนี้ทางกองทัพได้มีการเตรียมการช่วยเหลือคน และมีการแก้ไขสถานการณ์ไฟฟ้าหากเกิดเหตุที่ไฟฟ้าดับหรืออาจจะต้องตัดไฟฟ้า ตอนนี้มีการวางแผนและเตรียมพร้อมกันไว้หมดแล้ว 

 

ทั้งนี้ นายกฯ ได้พูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า "วันนี้ต้องร่วมมือกัน ซึ่งทราบว่าแต่ละหน่วยงานได้มีการเตรียมแผนกันไว้อย่างดี เพราะต้องการให้ประชาชนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ และยืนยันเราจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ซึ่งตอนนี้เรามีทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร เตรียมรับมือ 24 ชั่วโมง นายกฯในฐานะผู้รับผิดชอบการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยดูแลเกี่ยวกับเรื่องนี้"

 

"และจากการรับฟังรายงานของแต่ละหน่วยงาน ค่อนข้างครอบคลุมอยู่แล้วในการเตรียมรับมือ ตอนนี้สถานการณ์ยังไม่เกิดขึ้นรุนแรง แต่ขอให้ทุกหน่วยเตรียมความพร้อม ส่วนเรื่องการสื่อสาร ตนกังวลตรงนี้ต้องใช้ส่วนทหารไปช่วยบ้าง ซึ่งแต่ละหน่วยงานมีการสื่อสารทางวิทยุ บางทีโทรศัพท์อาจใช้ไม่ได้ ประชาชนไม่รู้จะติดต่อทางไหน กรณีที่โทรทัศน์ไฟดับดูไม่ได้ ดังนั้นควรมีการสื่อสารผ่านช่องทางวิทยุได้ด้วย"


"รัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องนี้มาหลายวัน หลังทราบว่าจะมีสถานการณ์นี้เกิดขึ้นในประเทศไทย และคาดหวังว่าจะไม่รุนแรงมาก แต่เราประมาทไม่ได้ ต้องมีการเตรียมความพร้อมเป็นอย่างดี และต้องขอขอบคุณทุกคนและขอให้ยึดแนวทางหรือพระราโชบายของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงรับสั่งไว้ว่า "การทำงานใดๆก็ตาม จะต้องมีการจัดทำแผนงาน แผนเผชิญเหตุต่างๆให้ครบถ้วน เมื่อถึงเวลาเราจะสามารถแก้ปัญหาได้ทันท่วงที ต้องมีแผนหลัก แผนรอง ทำให้ครบ ขณะนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ทรงพระราชทานความห่วงใยมายังทุกคน"


และนายกฯ ยังได้กล่าวต่ออีกว่า "แต่สิ่งสำคัญทุกคนต้องปลอดภัยเป็นอันดับแรก ชีวิตทรัพย์สินก็ดูแลให้มากที่สุด สำคัญศูนย์ประชาสัมพันธ์ระดับพื้นที่ ขอให้ทุกจังหวัดจัดเตรียมประสานสัมพันธ์ให้ดี ไม่ใช่พูดคนละทางสองทาง จะทำให้ประชาชนตื่นตระหนก และขอร้องสื่อช่วยเสนอข่าวอย่างระมัดระวัง ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตกใจ หากมีอะไรเกิดขึ้นก็ต้องแจ้งให้เขาทราบ เพื่อเตรียมการต่างๆ ส่วนการสำรวจความเสียหายให้ทำหลังสถานการณ์ เพื่อป้องกันและฟื้นฟู ขอให้ช่วยพี่น้องคนไทยพ้นจากอันตรายต่างๆให้มากที่สุด"
 

 

(นายกรัฐมนตรี ประชุม Video Conference กับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 16 จังหวัด)

 

"และต้องขอประชาชน ข้าราชการทุกหน่วยงาน ทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค ท้องถิ่น ขอให้ปลอดภัยและดูแลประชาชนให้ดีที่สุด ขอเดชะพระบารมีอันแผ่ไพศาลของสมเด็จพระเจ้าอยู่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ตลอดจนพระสยามเทวาธิราชและ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือ ปกป้องคุ้มครองให้คนในชาติของเราปลอดภัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 รับสั่งไว้ว่า เราไม่สามารถบังคับธรรมชาติได้ แต่เราต้องรู้เราจะอยู่กับธรรมชาติได้อย่างไร เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ได้ เมื่อสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง โลกเปลี่ยนแปลง หลายอย่างพร้อมที่จะเกิดขึ้นในทุกพื้นที่ จากนั้นนายกฯได้สอบถามผู้ว่าฯมีใครหนักใจหรือไม่ ก่อนกล่าวต่อไปว่า ซึ่งต้องหนักใจ เพราะตนยังหนักใจ เพราะประชาชนคือเป้าหมายของเรา"


นอกจากนี้ ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ ยังบอกแบบสรุปๆอีกว่า"ขอให้ทุกหน่วยงานใช้ความระมัดระวัง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยานพาหนะ การใช้เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ จะต้องไม่เกิดอุบัติเหตุ และเดินอากาศยานในช่วงที่จำเป็นเท่านั้น ส่วนทหารเรือให้ช่วยดูแลเรือท่องเที่ยว ไม่ควรให้มีเรือหลงเหลืออยู่ตามเกาะต่างๆ เพราะจะเกิดอันตรายขึ้นได้ ทุกส่วนประชาชนต้องดูแลตัวเอง เก็บข้าวของไว้ในที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันความเสียหายและขอฝากคนไทยทุกคนให้ช่วยส่งกำลังใจไปยังเจ้าหน้าที่และประชาชนภาคใต้ ให้ผ่านพ้นภัยพิบัติโดยเร็วที่สุด ขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ตรากตรำมาโดยตลอด ตั้งแต่ก่อนปีใหม่มาจนถึงหลังปีใหม่ นี่คือข้าราชการของแผ่นดิน ขอให้ทุกคนทำงานให้ดีที่สุด เพื่อประชาชน” 
 

 

(นายกรัฐมนตรี ประชุม Video Conference กับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 16 จังหวัด)

 

(นายกรัฐมนตรี ประชุม Video Conference กับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 16 จังหวัด)

 


ขณะเดียวกัน กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ได้เตรียมการช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ โดยทางเพจเฟซบุ๊กชื่อ กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ระบุข้อความว่า "ด่วน !! ทบ.สั่ง แบล็คฮอว์ค และ Mi 17 บิน ขนรบพิเศษ ชุด rescue 12 นาย ออกจากลพบุรีไปช่วยพี่น้องชาวใต้แล้ววันนี้ กองทัพบกจัดอากาศยาน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุปาบึก ประเภท ฮท.17 (Mi17) จำนวน 1 เครื่อง"


"และฮท.60 (Blackhawk) จำนวน 1 เครื่อง ออกจาก ศบบ.ลพบุรี 15.00 น.วันนี้ บิน ไปยังศูนย์การทหารราบ เลยสแตนด์บายรอสถานการณ์หากมีสถานการณ์ฉุกเฉินก็พร้อมที่จะออกบินไปช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที ยังได้จัดชุด RESCUE ชุดปฏิบัติการพิเศษทางการแพทย์ (SMOT) จากหน่วยรบพิเศษจำนวน 12 นายขึ้นเครื่องไปด้วยเครดิต : ข่าว กองทัพภาคที่ 4"

 

(กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ได้เตรียมการช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ)

 

(กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ได้เตรียมการช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ)

 

(กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ได้เตรียมการช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ)

 

นอกจากนี้ ทางกองทัพเรือได้มีการซ้อมแผนรับมือเตรียมพร้อมช่วยเหลือหากเกิดสถานการณ์ภัยภิบัติรุนแรงเกิดขึ้นกับประชาชน ที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือกองทัพเรือ Royal Thai Navy ได้โลฟ์สดการเตรียมความพร้อมช่วยเหลือประชาชน โดยโพสต์ข้อความบนไลฟ์สดว่า " หมู่เรือบรรเทาสาธารณภัย(เรือหลวงอ่างทอง)เตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย#บรรยากาศการเตรียมความพร้อม"

 

(กองทัพเรือได้มีการเตรียมการช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ)

 

(กองทัพเรือได้มีการเตรียมการช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ)

(กองทัพเรือได้มีการเตรียมการช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ)

 


หลังจากเรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปทำให้ชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ต่างก็เข้ามาขอให้ทุกคนปลอดภัยทั้งชาวบ้านที่ประสบภัยและทั้งทหารที่คอยเข้าให้การช่วยเหลือ 

 

ขอบคุณ กองทัพเรือ Royal Thai Navy ไทยคู่ฟ้า กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
อุรัสยา มีมะแม


HASTAG : พายุฝนฟ้าคะนอง  ถล่ม  ภาคใต้  รัฐบาล  ช่วยเหลือ 

ติดตามข่าวอื่นๆ