ทนายเดชาแจงยิบคดี "น้องซูลุยผิว" โทษทางกม. หนุ่มสติไม่ดี ชวนเล่นน้ำเสียชีวิต

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ได้มีการค้นหา ด.ช.ซูลุยผิว อายุ 2 ขวบ ชาวพม่า หลังหายตัวเข้าไปในไร่อ้อย พื้นที่หมู่ 9 ต.สระพังลาน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี  หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 7 ได้ระดมกำลังเดินปูพรมลาดตระเวนในไร่อ้อย พื้นที่ 1,400 ไร่ พร้อมกับชาวบ้านอาสาในพื้นที่ ที่ให้ความช่วยเหลือ ตามที่ได้มีการนำเสนอไปแล้วนั้น

ต่อมามีรายงานว่าทางด้านพลตำรวจตรีคมศักดิ์ สุมังเกษตร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมทีมพนักงานสอบสวนร่วมกันแถลงข่าว กรณีการเสียชีวิตของด.ช.ซูลุยพิว หรือ น้องต้าแง ชาวเมียนมา หลังจากความคืบหน้าผลพิสูจน์ สถาบันนิติวิทยานิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ และนิติวิทยาศาสตร์กระทรวงยุติธรรมออกมาตรงกัน ว่าเด็กเสียชีวิตเองจากการจมน้ำ

 

ขณะที่ทางด้านพ.ต.อ.สมเดช เกษมสุข ผกก.สอบสวน กลุ่มงานสอบสวน.ภ.จว.สุพรรณบุรี ได้ชี้แจงถึงประเด็นที่มีการตั้งข้อสงสัยเพิ่มเติม ในจุดที่พบร่างเด็กชาย 2 ขวบ เสียชีวิต ว่าทำไมถึงหาไม่เจอตั้งแต่วันแรกที่มีการระดมเจ้าหน้าที่ค้นหา ทั้งที่จุดดังกล่าวมีการค้นหาจนทั่วแล้วในวันแรก แต่กลับไปพบเด็กนั้น ว่าจากผลการชันสูตรเราได้นำมาเทียบเคียงกับสมมติฐานตอนต้น ว่า อาจจะเกิดการอุบัติเหตุ หรือมีการพาน้องไป ซึ่งพบว่าสภาพศพภายนอก ไม่น่าจะมีการทำให้เสียชีวิต อีกทั้งการสืบสวนในวันเกิดเหตุ ทราบว่าเด็กมีการเล่นกันอยู่ ซึ่งเด็ก 3 ขวบ บอกว่า มีคนพาไปนั้นเป็นความจริง

 

ทั้งนี้พบว่าสมมติฐานที่ 2 ที่มีคนพาไปเป็นเรื่องถูกต้อง ว่า มีคนพาไป โดยการสอบสวนนายฝน ชายสติไม่ดี อายุ 32 ปี ทางทีมสอบสวนโดยใช้นักจิตวิทยาเข้ามาสอบสวน นายฝนเล่าว่า มีการพาเด็กไป ไม่สามารถช่วยน้องได้ เพราะน้องตัวหนัก โดยร่องน้ำที่พบเป็นร่องน้ำลึก 150 ซ.ม. ซึ่งน้ำจะปล่อยมาเป็นระยะ วันที่เกิดเหตุน้ำถูกปล่อยมาเต็มร่องน้ำ ซึ่งคำพูดแรกของนายฝน คือ น้องจมน้ำ โดยการสอบสวนทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากสมองของนายฝน เท่าเด็ก 5 ขวบ แต่มีการพูดว่าน้องกลัววิ่งหนี

 

 

การสอบสวนผู้ที่พัฒนาการทางสมองต่ำกว่าปกติ ได้สอบสวนพร้อมพ่อแม่ นักจิตวิทยา วันที่สอบสวน มีการให้นายฝน นำทางไป โดยเราถ่ายวิดีโอ พบว่า นายฝนนำทางไปถูกทั้งสองครั้ง ส่วนของเล่นที่เป็นรถไถ อยู่ติดกับบ้านนายฝน เพราะเด็กข้างบ้านมีหลายคัน เชื่อว่านายฝน ไปหยิบมาเพื่อให้น้องด้วย ซึ่งชายคนนี้มีความเกี่ยวข้องกับเด็ก แต่ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าทำร้ายเด็ก และการที่ไม่พบศพในวันแรกๆ ทั้งที่บริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่มีการตัดอ้อยออก น่าจะเพราะศพยังไม่ขึ้นมาจากน้ำจึงไม่ได้กลิ่น ซึ่งมีเจ้าหน้าที่อยู่บริเวณนั้นตลอดเวลา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหาพรากผู้เยาว์ แต่ยังไม่โดนคดีฆ่าคนตาย ต้องรอการพิสูจน์หลักฐานอีกครั้งหนึ่ง หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบอีกครั้ง

 

นอกจากนี้ทางด้านพ.ต.อ.รณกร ประคองศรี ผู้กำกับการ สภ.สระยายโสม เปิดเผยเพิ่มเติมในการเอาผิดชายสติไม่ดี ระบุว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 "ผู้ใดโดยปราศจากเหตุอันสมควร พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกพันบาทถึงสามหมื่นบาท” นอกเหนือจากนี้ต้องรอการสืบสวน และผลชันสูตรต่อไป

 


อ่านข่าว : ความจริงสะเทือนใจ! ชายสติไม่ดีสารภาพ พา"น้องซูลุยผิว" ไปเล่นน้ำ เผยสาเหตุที่ช่วยชีวิตไว้ไม่ได้  "ทนายวันชัย" ไขข้อข้องสงสัย เคสนี้เอาผิดทางกม.ได้หรือไม่?


ล่าสุดทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ เพจเฟซบุ๊กทนายคลายทุกข์ ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคดีดังกล่าว หลังมีการแถลงว่า นายฝน ชายสติไม่ดี เป็นคนชวนน้องซูลุยผิวไปเล่นน้ำ และเมื่อตกน้ำ ร่างจมไม่สามารถช่วยขึ้นมาได้เนื่องจากตัวหนักนั้น  ระบุว่า "คนไม่สมประกอบมีไอคิวเท่ากับ เด็กห้าขวบทำให้เด็กพม่าตายจริงหรือไม่ ตามกฏหมายแล้วประมวลกฎหมายอาญามาตรา 65 ถ้าผู้กระทำความผิดวิกลจริตหรือจิตบกพร่องผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ

 

 

เว้นแต่มีความรู้ผิดชอบอยู่บ้างแต่ศาลก็จะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้เพียงใดก็ได้ ส่วนตัวผมมองว่าคนไม่สมประกอบ ใช่คนร้ายตัวจริงหรือไม่ต้องติดตามกันต่อไปนะครับ #ทนายคลายทุกข์" 

 

 

โดยทนายเดชา บอกว่า วันนี้จะมาให้ความรู้ทางกฎหมาย ว่าคนที่น่าจะทำให้เด็กเสียชีวิต คือคนไม่สมประกอบนั้น ได้ผ่าชันสูตรมาถึง 3 ครั้ง และผลตรงกันหมด ทั้ง 3 สถาบัน ทั้งนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับในข้อหาพรากผู้เยาว์ ซึ่งโทษนั้นหนักพอสมควร หลายท่านถามว่าเราสามารถนำคนสติไม่ดีมารับโทษได้หรือไม่นั้น ก็ต้องตามว่าได้ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 65 ว่าคนที่วิกลจริต จนไม่สามารถควบคุมตนเองได้เลย อันนี้จะมีความผิด แต่ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษสำหรับความผิดนั้น เพราะถือว่ากระทำการโดยไม่มีสติ แต่ถ้าขณะก่อเหตุ พอมีจิตสำนึก ความรู้ผิดชอบชั่วดีอยู่บ้าง ศาลจะกำหนดให้รับโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดเพียงใดก็ได้ 

 

เท่าที่ทราบผู้ต้องหารายนี้อายุ 30 กว่า แต่มีไอคิวเท่ากับเด็ก 5 ขวบเท่านั้น ส่วนตัวผมกำลังพิจารณามองว่า หลังจากพนักงานสอบสวนขออำนาจหมายศาลจับแล้วนั้น อนาคตแนวทางการลงโทษ ทำคดี จะเป็นไปได้แค่ไหนอย่างไร เพราะถ้าไม่เข้าใจคดี ศาลก็ต้องสั่งให้งดการสอบสวนตามวิอาญา มารอดูตามกันต่อไป ว่าคนก่อเหตุนั้น สติไม่ดีจริงๆ ใช่หรือไม่ 

 

สำหรับคนที่เกี่ยวข้อง ผมว่าเราได้ความจริงในเรื่องนี้พอสมควรแล้ว เราน่าจะพอได้แล้ว สิ้นเปลืองงบประมาณไปเยอะแล้ว หาสาเหตุการเสียชีวิตผมว่ามันก็พอแล้ว ชัดแล้ว พ่อแม่ก็ไม่เชื่อเสียที ก็น่าจะชัดเจนแล้ว  ก็ติดตามกันต่อไป ว่าคนบ้าจะเป็นคนที่ทำให้เด็กเสียชีวิตหรือไม่ ส่วนตัวผมมองว่า เรื่องนี้ต้องตัดสินแยกประเด็นออกจากกัน คดีพรากเด็ก กับคดีทำให้เด็กตายผมมองว่าเป็นคนละเรื่อง แต่ดูจากข่าว เหมือนจะทำให้สังคมเข้าใจว่า เขาเป็นคนทำให้เด็กตายซะมากกว่า 

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : ทนายคลายทุกข์ 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล


HASTAG : น้องซูลุยผิว  ไร่อ้อย  ทนายเดชา  คนบ้า  สติไม่ดี  เอาผิด  คดี  กฎหมาย  เสียชีวิต 

ติดตามข่าวอื่นๆ