โหรฟองสนานฟันฉับ!ผลเลือกตั้ง62 (พลิก)ล็อคถล่ม นายกฯคนต่อไป? และคนจากบ้าน-ไปแล้วไปลับ

จากกรณีฟองสนาน จามรจันทร์ ผู้สื่อข่าวอาวุโส ซึ่งเรียกตนเองว่าเป็น โหรสมัครเล่น ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลถึงดวงเมืองรัตนโกสินทร์ โดยกล่าวไปถึงดวงเมืองในปี 2562 ที่กำลังจะมีเลือกตั้งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ในอีกไม่กี่เดือนที่จะถึงนี้ ซึ่งในการทำนายครั้งนี้ของโหรฟองสนานมีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ไม่เพียงจะบอกกล่าวถึงดวงเมืองเท่านั้น หากแต่สิ่งที่หลายคนอยากรู้ก็มีอยู่ในนี้ด้วยนั่นคือ ผลการเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้เป็นอย่างไร??? ใครจะก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป  และที่น่าสนใจอีกเรื่องนั่นคือมีการทำนายถึงดวงชะตาแคนดิเดตผู้นำประเทศ รวมทั้งสองพี่น้องที่อยู่แดนไกล ไปติดตามคำทำนายทั้งหมดนี้ไปพร้อมกัน!!!

 

 

ดวงเมืองรัตนโกสินทร์

กำเนิด  อาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2325 เวลา06.54 น.ลัคนาสถิราศีเมษ ธาตุไฟ

พระมฤตยูจร(0)เดินอยู่ในราศีเมษตลอดปี 2562

พระเสาร์จร(7)เดินอยู่ในราศีธนูตลอดปี2562(มีเดินผิดปกติในราศีธนู)

พระราหูจร(8)เดินอยู่ในราศีกรกฎวันต้นปี-22กุมภาพันธ์ 2562หลังจากนั้นเดินเจ้าสู่ราศีมิถุนแล้วจะเดินอยู่มิถุนไปถึงวันสิ้นปี 2562

 

พระพฤหัสบดีจร(5)เดินอยู่ในราศีพิจิก (มีเดินผิดปกติข้าม-กลับราศี)แล้วจะยกเข้าราศีธนูวันที่ 30 ตุลาคม 2562

 

 เมืองรัตนโกสินทร์อายุจะเต็ม237ปีในวันที่ 21 เมษายน2562 โดยคาดว่าปี2562ทั้งปีสิ่งที่จะทยอยเกิดทั้งดี-ร้ายในเมืองคือ

 

 

              1.เมืองยังอยู่ในระยะเปลี่ยนแปลงใหญ่ต่อไป เพราะปี2562นี้ราศีเมษที่ลัคนาเมืองสถิตอยู่ยังจะอยู่ภายใต้อิทธิพลของมฤตยูจร(0)ตัวแทนของภัยอาเพศการผลัดเปลี่ยนทันทีทันใด-การเปลี่ยนแปลงใหญ่อย่างต่ำปฏิรูปถ้าจะให้ถูกโฉลกต้องปฏิวัติในแต่ละเรื่องที่เป็นเป้าหมาย

                  จึงคาดว่ายังจะได้เห็นการเปลี่ยงแปลง-ปฏิรูป-ปฏิวัติอันเชี่ยวกรากทุกองคพายพในกรุงรัตนโกสินทร์ตลอดทั้งปี (ต่อเนื่องมาตั้งแต่ประมาณวันที่ 6มีนาคม 2559)การเปลี่ยนแปลงใหญ่นี้จะเป็นไปในระดับเมื่อเรายืนอยู่ข้างกำแพงพระนครประมาณในเดือนกรกฎาคม2565แล้วเราจะถามตัวเองอย่างอัศจรรย์ใจว่าเมืองรัตนโกสินทร์มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

              โดยปัจจัยหลักของการเปลี่ยนแปลงคือการสื่อสารที่นำ-ล้ำสมัย(อาการของมฤตยูดวงเดิมที่สถิตในภพที่สาม-สหัชชะดวงเมือง)

                  วิธีการรับมือมฤตยูที่ผู้เขียนเคยย้ำตลอดมาคือต้องกล้าเปลี่ยนแปลงก่อนที่จะถูกเปลี่ยน ถ้าหากฝืนก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างเจ็บปวด

                 2.การเมืองคืออีกหนึ่งในเป้าหมายหลักที่มฤตยูจรจะปฏิวัติ เพราะพระอาทิตย์ดวงเดิมดวงเมือง(๑)อันเป็นตัวแทนการเมือง-นักการเมือง-พรรคการเมืองที่สถิตอยู่ราศีเมษกุมลัคนาเมืองอยู่ก็ถูกมฤตยูทับด้วย

                อีกทั้งพระอาทิตย์เป็นตัวแทนจิตใจของเมือง(ตนุเศษ)เมื่อถูกมฤตยูทับจิตใจของเมือง-คนในเมืองจึงจะเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญด้วย

 

 


 

 

ผลคือตั้งแต่ปี2559เป็นต้นมาการเมืองก็ถูกมฤตยูจรเขย่าอย่างหนักและจะเขย่าต่อไปคาดหมายว่าประมาณกรกฎาคม 2565เมื่อมฤตยูจรจากราศีเมษไปแล้วเราก็คงจะถามตัวเองว่าการเมือง-นักการเมือง-พรรคการเมืองมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

                

และที่หลายคนสนใจอยากรู้มากที่สุด คงหนีไม่พ้นเรื่อง ใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปต่อจากพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา ซึ่งคำทำนายอยู่ในหัวข้อที่สาม

 

3.การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นคาดว่าจะล็อคถล่มพลิกความคิดหมาย เพราะภายใต้เงื่อนไขของมฤตยูทับดาวการเมืองอยู่นี้โดยการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นนั้นคาดว่า

               3.1 ช่วงของการเลือกตั้งแห่งชาติ คือเลือกทุกระดับโดยปีกลองได้เริ่มมาตั้งแต่5ตุลาคม 2561 (พฤหัสบดีจร5ที่เป็นตัวแทนสภาสูงเดินอยู่ในราศีพิจิกถึงพระราหูดวงเดิม๘ที่เป็นตัวแทนสภาที่มาจากการเลือกตั้งที่สถิตราศีมีน)

                  เป็นจริงจังมากตั้งแต่22กุมภาพันธ์2562-30ตุลาคม 2562(พระราหูจร8เดินอยู่ในราศีมิถุนเล็งพฤหัสบดีดวงเดิม๕ที่สถิตราศีธนูเพิ่มเข้ามา)

               3.2ผลของการเลือกตั้งระดับประเทศนั้นผู้เขียนไม่กล้าทำนายเพราะมฤตยูจรที่ทับลัคนาและพระอาทิตย์ดวงเดิมดวงเมืองอยู่นั้นพร้อมจะสร้างความแปลกใจ-ผิดคาด-ล้อคถล่มได้ทุกเมื่อ(ตามอาการของมฤตยู)

               3.3ปัจจัยที่จะทำให้ผลการเลือกตั้งเป็นไปอย่างผิดคาดนอกจากการสื่อสารที่ล้ำสมัย-โซเชียลมีเดีย(มฤตยูทับพระอาทิตย์๑ดวงเมือง)แล้ว ขอให้จับตาอิทธิพลของพระราหูจร(8)อันเป็นตัวแทนของประชานิยม และบัตรพาสติกรวมทั้งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ(พระราหูของปลอม-พาสติก)ที่คงจะมีผลเปลี่ยนประชาชนไม่มากก็น้อย(พระราหูจร8ทับพระจันทร์ดวงเดิม๒อันหมายถึงประชาชนที่สถิตราศีกรกฎระหว่าง4สิงหาคม2560-22กุมภาพันธ์2562)

              3.4เกณฑ์ทางโหรที่สำคัญอีกอย่างในเมืองที่จะเกิดตลอดปี2562(เป็นมาตั้งแต่1ธันวาคม 2560)คือเกณฑ์เสียอะไรไปได้กลับมา(พระเสาร์จร7ที่ราศีธนูทับพฤหัสบดีดวงเดิม๕เสียอะไรได้กลับมา)

 

 

ฉะนั้นผู้เขียนให้น้ำหนักว่าหลังเลือกตั้งแม้มฤตยูจะไม่ชอบสิ่งเก่าๆแต่ตำแหน่งสำคัญๆเช่นนายกรัฐมนตรี-ประธานรัฐสภาน่าจะเป็นคนเก่าหรือคนที่เคยเป็นมาแล้วมากกว่าคนใหม่เอี่ยม ถอดด้าม

              3.5อย่าลืมว่าแม้การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นแล้ว แต่การเมือง-เมืองยังจะถูกเขย่าต่อไปถึงกรกฎาคม 2565

 

           4.ตั้งแต่2มีนาคม 2562 เป็นต้นไปยุคที่13ของกรุงรัตนโกสินทร์ตามหลักคิดของครูโหรผู้ล่วงลับอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร ปรากฎลางให้เห็นปลายขอบฟ้า(จุดแตะพฤหัสบดีจร5หัวหน้าดาวดีเดินเข้าราศีธนูร่วมกับพระเสาร์จร7ที่เดินอยู่ในราศีธนูรออยู่ก่อนแล้วโดยยุคนี้จะกินเวลายาวนานไปยี่สิบปี

                 4.1ลักษณะของยุคที่13จะเป็นยุคของการติดต่อสื่อสารล้ำสมัย ที่จะเปลี่ยนวิถีชีวิตคน ซึ่งก็ปรากฎขึ้นแล้วในรูป4.0 –ธุรกิจออนไลน์- สังคมไร้เงินสด-อีแบ้งค์กิ้ง-หุ่นยนต์-บินกันทั้งประเทศฯลฯและขณะนี้กำลังพูดกันถึง5.0และต่อๆไปซึ่งคงยากที่คนยุคเบบี้บูมอย่างผู้เขียนจะจินตนาการถึง

                4.2สิ่งที่ต้องระวังในยุคใหม่ของกรุงรัตนโกสินทร์ คือการผุดหรือเกิดขึ้นของแนวความคิดแปลก-ใหม่ที่ขัดแย้งกับบรรทัดฐานเดิมของสังคมส่วนใหญ่ ตัวอย่างที่เกิดในอดีตคือขบวนการแบ่งแยกดินแดนภาคใต้และลัทธิคอมมิวนิสต์

                  5.เริ่มปี2562คนไทยต้องจับมือกันช่วยพระสยามเทวาธิราชฟันฝ่าไปให้ถึงวันเกิดดวงเมืองที่21 เมษายน 2562

 

 

ทั้งนี้ไม่เพียงคำทำนายในเรื่องของการเมืองเท่านั้น หากแต่โหรฟองสนาน ยังพยากรณ์ไปถึงเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง นั่นคือ สภาวะเศรษฐกิจปัญหาปากท้อง ชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยในปีหน้า

               ในท่ามกลางการเขย่าใหญ่ของมฤตยูจร ชะตาเมืองรัตนโกสินทร์เริ่มตกคล้ายๆหัวหน้าเทวดาประจำเมืองป่วยหรืออ่อนแอ ช่วยดวงเมืองได้น้อยมาตั้งแต่ประมาณ5ตุลาคม 2561(พฤหัสบดีจร5เดินอยู่ในราศีพิจิกภพมรณะดวงเมือง)และจะเป็นไปถึงวันเกิดดวงเมืองที่21 เมษายน2562 อาการที่ออกมาแล้วและจะเป็นต่อไปคือ

                   5.1สงครามทางการค้าดุเดือดจัด (พฤหัสบดีจรนำความรณะเล็งใส่ราศีพฤษภขอบเขตเศรษฐกิจของโลก)จนกระทบต่อประเทศไทย(ดวงชะตาเมืองไทยสถิตราศีเมษเหมือนดวงชะตาโลก)  ดังที่เป็นอยู่และเราก็พลอยได้รับผลกระทบไปโดยปริยายแม้เราจะรู้จักหลบไม่เป็นหมู่บ้านรองรับกระสุนตก

                        5.2ด้านเศรษฐกิจน่าจะมีเรื่องด้านลบบางประเด็นพาให้สะดุดต่อไปเหมือน ที่เกิดขึ้นแล้วเช่นค้าขายไม่ดี ยางราคาตก นักท่องเที่ยวจีนหาย บรรยากาศมีแต่เสียงบ่นเรื่องทำมาหากิน

                        5.3ต้นปีตลาดหุ้นยังเดินหน้าหนึ่ง-ถอยหลังสองต่อไป(ต่อจาก5ตุลาคม 2561) อันเป็นระยะดีของกลุ่มสวนกระแสที่จะลงมือช้อนรอโอกาสดีหลังวันเกิดดวงเมืองที่21 เมษายน2562เป็นต้นไป

                         5.4คนสำคัญทางเศรษฐกิจเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือจากไปแบบแปลกๆ-ผิดปกติ

 

 

6.ระยะที่ดวงเมืองเริ่มฟื้นไข้ เหมือนหัวหน้าเทวดาประจำเมืองได้ยาดีสุดคึกคัก เริ่มตั้งแต่21 เมษายน2562 เป็นต้นไป-30ตุลาคม 2562(พฤหัสบดีจรพิจิกภพมรณะดวงเมืองเป็นศรี-สิริมงคลจร)ทำให้เมืองได้โชคใหญ่หรือมหาสิทธิโชคแบบแปลกประหลาด(พฤหัสบดีศรีจร-ได้มาตรฐานมหาจักรจอมโลดโผน)

 

                โดยเป็นระยะที่จะเริ่มเห็นการพลิกกลับของสถานการณ์และอารมณ์ของคนส่วนใหญ่ต่อทั้งเศรษฐกิจโดยรวมและบรรยากาศของเมือง(พฤหัสบดีจรที่พิจิกเป็นศรีจร)คาดว่า

                    6.1สงครามเศรษฐกิจของโลกแม้จะมีต่อไป แต่กับประเทศไทยจะพลิกกลับเป็นดีมากกว่าร้าย

                    6.2เมืองมีโอกาสได้ของเก่าของบรรพบุรุษ หรือมรดกเช่นทรัพย์ในดินสินในน้ำ หรือคล้ายของที่บรรพบุรุษหาไว้หรือฝังตุ่มไว้ให้ชนิดไม่น่าเชื่อ-ชวนตาค้าง หากเป็นชะตาคนก็คือการได้มรดกแบบไม่นึกฝัน

                    6.3ความเซ็งทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่พลิกกลับ ตลาดหุ้นเดินหน้ามากกว่าถอยหลังชนิดที่พวกอยู่ในอารมณ์หมีนึกไม่ถึง เน้นไปที่หุ้นสถาบันการเงิน หรือหุ้นที่เคยเป็นขยะบางตัวมีแนวโน้มพลิกกลับมาเป็นทอง

                    6.4ดอกเบี้ยเริ่มขาขึ้น

 

 

                 7.ระยะดวงเมืองฟื้นหัวหน้าเทวดาประจำเมืองกลับมาคุ้มครองชะตาเมืองให้รับมือกับดาวร้ายที่ระรานดวงเมืองได้ เริ่มตั้งแต่30ตุลาคม 2562-สิ้นปีคาดว่า

                 7.1ค่าเงินจะนิ่งขึ้น

                 7.2การส่งออกมีแนวโน้มดีมากกว่าร้าย

                 7.3ตลาดหุ้นขึ้นมากกว่าลง ดีมากกว่าร้าย และจะไปไกลเพราะเก็งกำไรผลประกอบการเป็นระยะทองที่นักลงทุนต่างชาติจะผสมโรง

 

นอกจากนี้โหรฟองสนานยังพูดถึงภาพรวมของสภาพบ้านเมือง การใช้กฎหมายที่ดูเหมือนว่า เป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมากท่ามกลางการต่อสู้ห้ำหั่นทางการเมือง ซึ่งแน่นอนต้องมีกฏหมายเข้ามาจัดการในฐานะกะรบวนการยุติธรรมของประเทศ

                   เกณฑ์ที่น่าสนใจอื่นๆในเมือง

               1.ตลอดทั้งปี2562กรรมเก่าของคนที่ก่อกรรมทำเข็ญกับประเทศชาติจะยังแรงจัด(ต่อเนื่องจากธันวาคม2560-เกณฑ์พระเสาร์จรที่ราศีธนูทับพระเสาร์ดวงเดิม)

                    ตลอดปีเราจะได้เห็นการออกอาวุธของฝ่ายกฎหมายที่จะจัดการกับความชั่วร้ายในบ้านเมืองเป็นระยะๆ  ผลัดกันรุก-รับโดยเป้าหมายในปีนี้เน้นไปที่พวกโกงเงิน- ภาษี -วงการบริหารบำเหน็จบำนาญ- ประกันชีวิต- ประกันภัย- สหกรณ์ อีกทั้งการรื้อฟื้นคดีต่างๆทางการเมืองที่แช่แข็งไว้จะกลับมาโดดเด่นฮือฮา

                   2.หลังวันเกิดดวงเมือง21เมษายน2562 สิ้นสุดปีทองของข้าวที่เป็นมาตั้งแต่21 เมษายน 2561  ต่อจากนั้นไปเรื่องข้าวจะได้เพียงกลางๆ ส่วนยางพารามีระยะที่ราคาจะพลิกกลับด้านดี

                   3.ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลตลอดทั้งปีจะลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของชาติที่ทำไว้ตั้งแต่ธันวาคม 2560ต่อไป โดยปีใหม่นี้เน้นไปที่โครงการร่วมทุนขนาดใหญ่ระหว่างภาครัฐกับเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศ

 

 

                    4.ย้อนกลับไปตั้งแต่สิงหาคม2560 ชะตาเมืองแตกด้วยเรื่องอสังหาริมทรัพย์(พระราหูจรเดินอยู่ในราศีกรกฎภพที่สี่-พันธุของเมือง) แม้ธนาคารแห่งประเทศไทยพยายามควบคุมการปล่อยกู้ของสถาบันการเงิน แต่ผู้เขียนเกรงว่าตั้งแต่22กุมภาพันธ์ 2562 เป็นต้นไป เมื่อพระราหูจรย้ายราศีแล้ว ปัญหาเรื่องหนี้อสังหาริมทรัพย์จะโผล่ให้เห็น-แก้ไขทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย

                   5.ปี2562ฤดูฝนจะเริ่มเร็ว และคาดว่าน้ำจะมากกว่าปกติ เกิดน้ำท่วมหลายจุดหลายรอบ และแปลกๆ แต่ข่าวดีคือยังห่างไกลคราวท่วมใหญ่ปี2554

                6.เกณฑ์โรคแบบแปลกๆที่ไม่น่าเกิดก็เกิด เช่นปีที่ผ่านมาโรคพิษสุนัขบ้า ปีนี้ให้ระวังช่วงต้นปี-ปลายกุมภาพันธ์ 2562 และอีกช่วงคือปลายตุลาคม2562-สิ้นปี(เกณฑ์พฤหัสบดีจรถึงพระราหูจร)

                    7.ตลอดทั้งปีมีแนวโน้มเกิดแผ่นดินไหวแรงให้ฮือฮาสักครั้ง-สองครั้ง ที่อาจสร้างความเสียหายให้วัดวาอาราม พระธาตุ เจดีย์สำคัญ โรงพยาบาล สถานีอนามัย หรือสถานศึกษาฯลฯ

                  8.ตลอดทั้งปีมีแนวโน้มเริ่มกระบวนการประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญเป็นตัวแทนจิตวิญญาณของคนในชาติให้กราบไหว้ยึดเหนี่ยวเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ เช่นในอดีตมีปูมโหรคือการประดิษฐานพระบรมรูปทรงม้า

                  9.เป็นปีที่บางคนที่จากบ้านไปไกลมีแนวโน้มได้กลับบ้าน แต่บางคนจากไปแล้วจากไปเลย

                  10.ปลายตุลาคม2562-สิ้นปีมีแนวโน้มที่ไทย-คนไทยจะได้รางวัลหรือชนะการแข่งขันระดับโลกให้เป็นที่ฮือฮา

 

 

สุดท้ายว่าด้วยดวงชะตาบุคคลสำคัญ ที่มีบทบาทต่อสถานการณ์ทางการเมืองในห้วงเวลาปัจจุบัน ทั้งผู้ที่มีชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ผู้มากบารมีอย่างบิ๊กป้อม รวมทั้งสองศรีพี่น้องยิ่งลักษณ์-ทักษิณ ลองไปติดตามดูว่า ชะตาหรือจะสู้ฟ้าลิขิตอย่างไร???

เกณฑ์ดวงชะตาบุคคลสำคัญ

1.พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา เกณฑ์สำคัญคือดวงชะตาหยุดแตกตั้งแต่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นต้นไป เข้าสู่ช่วงต่อสู้ดิ้นรนหนักแทน(ราหูจรภพที่หก-ราหูขันธพล)-และการต้องเลือกระหว่างของสองสิ่งหรือหลายสิ่ง-ถ้าได้อะไรดีๆหลังวันเกิดที่21มีนาคม2562จะกลายเป็นทุกขลาภ-ลาภทุกข์

2.พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ (ไม่ทราบลัคนาคือเวลาเกิดดูจากดาวจรกระทบดาวดวงเดิมและทักษา)ระวังสุขภาพ-และเรื่องปวดหัวต่อไป ด้วยเรื่องกรรมเก่า และระเบียบกฎหมายตามอาการของดวงตก แต่หลัง22กุมภาพันธ์2562เป็นต้นไป-สิ้นปีคงมีอะไรดีๆแทรกเข้ามาให้ชื่นใจ

3.คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แม้จะอยู่ช่วงขาขึ้นของชีวิต แต่แรงกดดันจากมฤตยูจรให้เปลี่ยนแปลงเรื่องงานและตำแหน่งบวกกรรมเก่าก็แรงจัด ระวังทั้งสุขภาพของตัวเองและพ่อแม่ ด้านดีหากยอมเปลี่ยนแปลงดวงชะตาโดดเด่นมากด้านกฎหมาย-นิติบัญญัติหรือต่างประเทศ

4.คุณทักษิณ ชินวัตร ยังเดือดเนื้อร้อนใจบริวาร ระวังอุบัติเหตุผ่าตัดอันตรายจากลมหรือที่สูง ส่วนดีคือบุญเก่ากลับมาในแบบได้ครึ่ง-เสียครึ่ง

 

 

5.คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ 22กุมภาพันธ์2562 เป็นต้นไปดวงแตกเรื่องการงาน-อย่าใช้อารมณ์-ระวังคนใกล้ชิดใส่ความ-คนพาลหาเรื่อง ส่วนดีคือเทวดาประจำตัวเข้มแข็ง-มีลุ้นอะไรดีๆเกี่ยวกับตำแหน่ง-เพียงแต่จะระดับใดเท่านั้น

6.อนุทิน ชาญวีรกูล หยุดดวงแตกครึ่งหนึ่งตั้งแต่22 กุมภาพันธ์2562 เป็นต้นไป หลังจากนั้น มีแนวโน้มผู้ใหญ่สนับสนุนให้ได้อะไรดีๆตามระดับวาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งประมาณ 3มีนาคม-8เมษายน2562 แต่ด้านร้ายระวังได้ความผิดจนเซ็ง จนกว่าจะหลังวันเกิดปี2562จึงเข้าสู่ช่วงขาขึ้นของชีวิต

7.คุณกัญจนา ศิลปะอาชา (ไม่มีเวลาเกิดดูจากดาวจรกระทบดาวดวงเดิมและทักษา) ในท่ามกลางการแบกภาระ-ขมขื่น-ผิดหวังแต่ตั้งแต่22กุมภาพันธ์ 2562เป็นต้นไปสิ่งดีๆจะเข้ามาในชีวิต

8.ร้อยโทปรีชาพล  พงษ์พานิช (ไม่มีเวลาเกิดดูจากดาวจรกระทบดาวดวงเดิมและทักษา)หลังเลือกตั้งคงมีอะไรดีๆเกี่ยวกับตำแหน่งตามระดับวาสนา เพียงแต่จะระดับไหน-ประเภทไหนเท่านั้น

9.คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ(ไม่มีเวลาเกิดดูจากดาวจรกระทบดาวดวงเดิมและทักษาเท่านั้น)ดูยากสุ่มเสี่ยงต่อการทำนายต้องเก็บข้อมูลลีลาชีวิตอีกระยะ แต่ที่พอเห็นคือไม่ขาดมิตรช่วยเหลือ มีตำแหน่งคอยอยู่ แต่เจือไปด้วยปัญหาอุปสรรคและความเศร้า

10.ม.ร.ว.จตุมงคล โสณกุล ปีใหม่นี้ยังไม่เต็มที่แบบหนังชีวิตต้องดูกันยาวๆ ที่เด่นออกมาคือปี2562มีเกณฑ์ได้ครึ่ง-เสียครึ่งและอาจต้องเลือกระหว่างของสองสิ่งหรือหลายสิ่ง

11.คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชะตาฟื้นเรื่องลูก-สิ่งใหม่เข้ามาในชีวิต แต่ยังเครียดเรื่องเงินโยงพี่น้อง คดีความ สุขภาพ พลัดบ้านพลัดเมือง หลังวันเกิดปี2562 เป็นต้นไปอะไรๆคงดีขึ้นที่โหรส่วนตัวอาจเห็นประโยชน์และแนะนำใช้เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตได้

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
ศิริพงษ์ หนูแก้ว


HASTAG : โหรฟองสนาน  ทักษิณ ชินวัตร  บิ๊กตู่ 

ติดตามข่าวอื่นๆ