แฟนนางงามอาสาพา "มิสเซียร์ราลีโอน" ทัวร์รอบเมืองกรุง แถมทำสายสะพายให้ใหม่ หลังเดินทางลำบากข้ามโลก แต่ชวดประกวดMU2018

ใกล้เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายของการตัดสินแล้ว สำหรับการจัดประกวดมิสยูนิเวิร์สปี 2018 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ โดยสาวงามทั่วโลก ที่เดินทางมายังประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 นั้น 

โดยบรรดาสาวงามได้อวดโฉมในรอบชุดประจำชาติและพรีลิมฯ กันไปแล้ว ก่อนถึงวันตัดสินที่จะมาถึงในวันที่ 17 ธ.ค.2561 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ทำเอาแฟนๆนางงามลุ้นกันสุดๆ ว่า สาวงามจากประเทศไทย จะเป็นผู้คว้ามงกุฎในปีนี้ 

 

 

 

ส่วน“มารี เอสเธอร์ บังกูรา” มิสยูนิเวิร์สเซียร์ราลีโอน ที่ชวดการลงประกวดมิสยูนิเวิร์สในปีนี้ เพราะว่าเธอต้องเดินทางอย่างยากลำบากกว่าจะถึงประเทศไทยนั้น ก็ยังคงอยู่ในประเทศไทย และได้รับการดูแลจากกองประกวดอย่างดี เพื่อรอชมผลการตัดสินที่เพื่อนๆ สาวงามจะเดินโชว์ตัวอีกครั้งในวันที่ 17 ธ.ค.นี้ 

 

สำหรับสาเหตุที่ทำให้ มารีเดินทางมาล่าช้านั้น เธอให้เหตุผลว่า ประเทศของตัวเองอยู่ในภาวะสงคราม สถานทูตไทยก็ไม่มี ทำให้การเดินทางมีความยากลำบาก ต้องเดินทางจากประเทศเซียร์ราลีโอน ไปยังประเทศกานา ไปขอวีซ่าที่สถานทูตไทยในประเทศไนจีเรีย แล้วขึ้นเครื่องบินมาลงที่ประเทศเอธิโอเปีย แล้วค่อยเดินทางมายังประเทศไทย ซึ่งต้องเดินทางถึง 4 จุดพัก ด้วยกระเป๋าเดินทาง 1 ใบ กองประกวดก็เห็นใจ จึงให้การดูแลอย่างดี 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
-"มิสเซียร์ราลีโอน" นางงามคนสุดท้าย เดินทางมาไทย 2 สัปดาห์ จนรายงานตัวล่าช้า พลาดประกวดมิสยูนิเวิร์ส2018


ล่าสุดก็มีเรื่องราวดีๆ เกิดขึ้นกับสาวงามคนนี้ โดยเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า กิตติศักดิ์ เจริญทรัพย์ ได้เล่าอัพเดทชีวิตของเธอ หลังเดินทางมาถึงเมืองไทย ว่า "มารี เอสเตอร์ นางงามจากเซียราลีโอน (Sierra Leone) ได้เดินทางมาประกวดถึงประเทศไทยด้วยความยากลำบาก โดยมีกระเป๋าเดินทางเพียง 1 ใบ ใช้เวลา 2 อาทิตย์จนถึงประเทศไทย

 

 

 

 

 

 

เธอรู้ว่ามาไม่ทันในระหว่างเดินทาง แต่เธอก็ยังจะมา เพื่อให้คนรู้จักประเทศเธอมากยิ่งขึ้น เนื่องจากที่ประเทศของเธอมีสงครามกลางเมือง เธอจึงต้องเดินทางไปประเทศกาน่า เพราะประเทศของเธอไม่มีสถานทูตไทย และเดินทางไปทำวีซ่าที่ไนจีเรียโดยอาศัยเรือขนสัมภาระระยะทาง 3,068 กม. และบินต่อไปเอธิโอเปีย ระยะทาง 1,894 กม. และบินจากเอธิโอเปียมาไทยอีก 12,902 กม. รวมระยะเวลาเดินทาง 2 อาทิตย์

 

แม้เธอจะถูกกองประกวดตัดสิทธิ์เพราะมาไม่ทัน แต่เธอก็ได้รับการต้อนรับจากไทยอย่างดี ให้เข้าชมการประกวดทุกรอบ เพื่อให้กำลังใจผู้เข้าประกวดจากประเทศอื่นๆ และในวันนี้เธอได้สวมใส่ชุดไทยเที่ยวรอบกรุงฯ โดยแฟนนางงามอาสาพาเที่ยว และที่น่ารักมากกกกไปกว่านั้นคือ เธอได้สายสะพายอันใหม่ที่แฟนนางงามไทยทำให้เธอเป็นพิเศษด้วย

 

อวดโฉมสวยๆ ที่ปากคลองตลาด 

 

เกร็ดความรู้เพิ่มเติม : ประเทศเซียร์ราลีโอน เป็นประเทศที่ผู้หญิงน่าสงสารที่สุด ถูกข่มขืนตั้งแต่วัยเริ่มมีประจำเดือน และกฎหมายก็แทบไม่จับตัวผู้ถูกข่มขืน และส่วนใหญ่ท้องก่อนอายุ 18 ปี ทำให้ ผู้หญิงมีการศึกษาแค่มัธยมต้น เนื่องจากมีกฎหมาย ห้ามคนท้องเรียนหนังสือ และเป็นประเทศที่คนระดับล่างยากจนมาก ผู้หญิงเป็นเพศถูกรังแก ไร้การศึกษา แต่คนระดับบนร่ำรวย เพราะมีอาชีพ ขุดเพชรขาย"

 


นอกจากนี้ในเพจเฟซบุ๊ก หนูน้อยบนยอดเขาอันหนาวเหน็บ ได้โพสตรูปคนที่ทำสายสะพานให้มารีอีกด้วย พร้อมระบุว่า "โฉมหน้าแฟนนางงามใจดีที่ทำสายสะพายเส้นใหม่ให้เธอค่ะ ขอบคุณมากจากใจเลยค่ะ คุณทำให้ชาวต่างชาติคนหนึ่ง มีความทรงจำที่ดีมากเกี่ยวกับคนไทยและเมืองไทยไปตลอดชีวิต"

 

 


เทียวชมวัดรอบกรุง 

 

 

 

 

 

 

 

คอมเม้นต์จากแฟนนางงาม ชื่นชมในความเป็นนักสู้ของเธอ 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

-แฟนนางงามอาสาพา "มิสเซียร์ราลีโอน" ทัวร์รอบเมืองกรุง แถมทำสายสะพายให้ใหม่ หลังเดินทางลำบากข้ามโลก แต่ชวดประกวดMU2018

-"มิสเซียร์ราลีโอน" พูดถึงประเทศไทย ทิ้งท้ายก่อนจาก แม้เดินทางลำบากแต่มีความสุข เมืองนี้เปรียบเหมือนสวรรค์ ผู้คนน่ารัก

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : กิตติศักดิ์ เจริญทรัพย์ , หนูน้อยบนยอดเขาอันหนาวเหน็บ


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล


HASTAG : แฟนนางงามไทย  ไม่มาเสียเที่ยว  เที่ยวกรุง  มิสเซียร์ราลีโอน  มิสยูนิเวิร์ส 2018  ตอบแทน  นางงาม  คนไทย  น้ำใจ 

ติดตามข่าวอื่นๆ