เคลื่อนอนุสาวรีย์ "จ่าแซม" สู่ถ้ำหลวง ย้อนวีรกรรม "ภารกิจเหนือสิ่งอื่นใด แม้ชีวิต"

 

สืบเนื่องจากเหตุการณ์ปฏิบัติการกู้ภัย 13 ชีวิตทีมหมูป่า ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนที่สำเร็จลุลวงไปได้ด้วยดี แต่นำมาซึ่งความสูญเสียจากความเสียสละของหน่วยซีลนอกราชการ น.ต.สมาน กุนัน หรือ จ่าแซม ที่ได้ถูกยกให้เป็น "วีรบุรุษถ้ำหลวง" ในเวลาต่อมา และได้มีการสร้างอนุสาวรีย์หล่อด้วย โลหะบรอนด์ สูง 3.20 เมตร ฐานกว้าง 2.50 เมตร เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดี ภายหลังการหล่อแล้วเสร็จ ขณะนี้กำลังเข้าสู่ขั้นตอนการเคลื่อนย้ายไปยังหน้าถ้ำหลวง
 
ล่าสุด 12 ธ.ค. 2561 มีรายงานว่า การขนย้ายเป็นไปด้วยความเรียบร้อยโดยมีประชาชนชาวเชียงรายให้การต้อนรับเป็นอย่างดี บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก โดยที่หมายในวันนี้คือโรงเหล็ก วัดร่องขุ่น ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมือง จ.เชียงราย ทางด้านเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชาวเชียงราย ผู้นำศิลปินออกแบบและปั้นอนุสาวรีย์ดังกล่าว เผยว่า จะมีการนำอนุสาวรีย์จ่าแซมไปตั้งที่วัดร่องขุ่นเพื่อประดับตกแต่งและมีรถโบราณร่วมขบวนก่อน จากนั้น จึงจะเคลื่อนย้ายต่อไปติดตั้งที่ฐานหน้าศาลาอนุสรณ์สถานถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย ในวันที่ 13 ธ.ค. 2561 ต่อไป

 

ขณะที่ นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผวจ.เชียงราย และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำลังจัดเตรียมการเพื่อเคลื่อนอนุสาวรีย์จ่าแซมไปยังถ้ำหลวงอย่างยิ่งใหญ่ โดยแต่ละจุดจัดให้มีประชาชนให้การต้อนรับจุดละไม่น้อยกว่า 200 คน และจะนำไปแห่หน้าด่านพรมแดนไทย-เมียนมา ด้าน อ.แม่สาย ก่อนจะเข้าสู่ถ้ำหลวง
 
ย้อนกลับไปในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย ที่ทุกคนต่างเอาใจช่วยผู้ประสบภัยทั้ง 13 ชีวิต ขณะนั้นทีมหัวหอกที่เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงคือหน่วยซีลจำนวน 128 นาย จากทั้งหมดทั่วประเทศ ที่มีอยู่ประมาณ 400 นาย แต่ส่วนใหญ่ล้วนติดพันภารกิจทั้งสิ้น กระทั่ง ผบ.หน่วยซีล จำต้องระดม Ex-Seal หรือ ซีลนอกราชการที่ลาออกไปทำงานกับเอกชน มาสนับสนุนเพิ่มเติม ถึงแม้ว่าจะเป็นคำสั่งด่วนแต่พี่น้องซีลต่างก็เต็มใจ เพราะด้วยเห็นว่าเกี่ยวพันกับชีวิตของประชาชนย่อมนิ่งเฉยไม่ได้อย่างแน่นอน

 

 


หนึ่งในนั้นคือ จ่าแซม ที่ลาออกไปเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ 4 ส่วนตระเวณระงับเหตุ ฝ่ายรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่ในขณะนั้นอยู่ในช่วงลาพักร้อน แต่พลันที่ได้รับการร้องขอจาก นสร. จ่าแซมก็ออกเดินทางทันที จากสนามบินอู่ตะเภาไปถึงหน้าถ้ำหลวง วันที่ 30 มิ.ย. 2561 ซึ่งความจริง จ่าแซม สามารถรอคำสั่งออกอย่างเป็นทางการแล้วจากนั้นจึงค่อยเดินทางไปในวันที่ 5 ก.ค. 2561 ก็กระทำได้ แต่เขากลับเลือกที่จะหยุดการพักร้อนไว้แต่เพียงเท่านั้น รุดหน้าไปยังที่เกิดเหตุด้วยหวังจะช่วยทุกชีวิตได้อย่างทันท่วงที เพราะสำหรับซีลแล้วพวกเขายึดมั่นอยู่เสมอว่า "ภารกิจเหนือสิ่งอื่นใด"
 
การช่วยเหลือดำเนินไปอย่างทุลักทุเล กระทั่งเช้าตรู่ของวันที่ 6 ก.ค. 2561 พี่น้องซีลและชาวไทยต่างต้องตกใจและโศกเศร้า เมื่อจ่าแซมจากไปในวัย 38 ปี หลังจากได้รับภารกิจลำเลียงขวดอากาศจากโถง 3 ไปวางตามจุดเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ทีมค้นหา ภารกิจควรจะเสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี หากทว่าระหว่างดำกลับเกิดหมดสติกะทันหัน ซึ่งคู่บัดดี้พยายามช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถแต่ไม่เป็นผล 

 

 

ด้วยคุณงามความดีที่ประจักษ์ชัด จ่าแซมได้รับเกียรติสูงสุด คือ การได้รับพระราชทานยศนาวาตรี พร้อมเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือกเป็นกรณีพิเศษ และพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 15 ก.ค. 2561 ที่ผ่านมา ณ วัดหนองคู อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
เอกชัย เรืองฉาย


HASTAG : วีรกรรมจ่าแซม  เจาะทีนิวส์  หมูป่า ทั้ง 13 คน  จ่าแซม  ทีมหมูป่า  ถ้ำหลวงนางนอน  หน่วยซีล 

ติดตามข่าวอื่นๆ