ขอลาไปเผาศพแม่ เจอเจ้านายถามกลับแรง "คุณไปแล้วเขาจะฟื้นเหรอ ไม่ไปเขาก็เผาศพกันได้"!

ในทวิตเตอร์ @snnnnnnnnn_thx เล่าว่า (ขออนุญาตแล้ว) พี่ที่รู้จักคนหนึ่งขอบริษัทลาไปงานเผาศพแม่ หัวหน้าไม่ให้ไปด้วยเหตุผลว่า คุณไปเขาก็ไม่ฟื้น ไม่ไปเขาก็เผาศพกันได้ คือคนเราต้องใจดำขนาดไหนวะ ถึงได้พูดประโยคนี้ออกมาได้ พี่ท่านนั้นเลยไม่ยื่นใบลาแต่เปลี่ยนไปยื่นใบลาออกแทน

 

 

ภายหลังการโพสต์ก็มีการแสดงความเห็นมากมาย โดยส่วนใหญ่วิจารณ์ความคิดของเจ้านายอย่างแรง

 

 

10 พฤติกรรมอะไรบ้างที่หัวหน้าควรปฏิบัติต่อลูกเพื่อสร้างความสุขในองค์กร

1.เป็นที่ปรึกษาที่ดีแก่ลูกน้อง หัวหน้าที่ดีแม้จะกระจายงานให้ลูกน้องทำ แต่ก็ต้องคอยเฝ้าดูและให้คำปรึกษาอยู่เสมอ เพราะคำว่า ‘หัวหน้า’ ก็เหมือนเป็นเครื่องการันตีว่า คุณมีวุฒิภาวะและประสบการณ์ทำงานมากกว่าคนอื่น ๆ ดังนั้นคุณจึงควรเป็น โค้’ ที่ดีให้กับลูกน้อง เพื่อสร้างบุคลากรที่ดีให้กับองค์กรมากยิ่งขึ้น

 

 


2.มีทักษะการสื่อสารที่ดี ข้อนี้ถือว่าสำคัญอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้ อย่าลืมว่าไม่มีใครชอบคนที่พูดจาไม่ดีกับตน เพราะเหมือนเป็นการไม่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ดังนั้นคุณจึงควรใช้คำพูดอย่างนอบน้อมเพื่อให้ผู้ฟังเห็นถึงความสำคัญของงานที่คุณมอบหมายให้ และถือเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีให้กับลูกน้องอีกด้วย

 

3.รักษาคำพูด หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ ใช่หรือไม่ เพราะการเป็นผู้นำ คุณต้องมีความมั่นคงในคำพูดของตนเอง พูดอะไรแล้วต้องทำให้ได้ ถ้าทำไม่ได้คุณต้องมีเหตุผลที่ดีพอเพื่อให้ลูกน้องยอมรับ ไม่ใช่ว่าดีแต่พูดแต่ไม่เคยทำได้ อันนี้ระวังจะโดนเลื่อยขาเก้าอี้โดยไม่รู้ตัว

 

4.มีความมุ่งมั่น ข้อนี้ไม่ได้เป็นผลดีกับลูกน้องเท่านั้น แต่จะเป็นผลดีกับอนาคตของคุณเองด้วย เพราะการที่คุณตัดสินใจทำอะไรก็ตามแล้วทำสำเร็จ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ก็ถือเป็นความสำเร็จทั้งต่อตนเอง และยังเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูกน้องอีกด้วย กลับกันหากคุณเป็นคนขาดความมุ่งมั่น ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ มันก็คล้าย ๆ กับสุภาษิตที่ว่า เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ นั่นแหละ

 

5.ให้เครดิตแก่ทีม การทำงานใหญ่ไม่มีทางที่จะสำเร็จได้เพียงคนเดียว ดังนั้นในขณะที่คุณได้รับคำสรรเสริญก็อย่าลืมให้เครดิตลูกน้องของคุณด้วย การทำเช่นนี้ไม่ได้ทำให้ใครเขามองว่าคุณมีความสามารถน้อยลงไปหรอก กลับกันทุกคนจะมองว่าคุณมีความอ่อนน้อมถ่อมตนและลูกน้องของคุณยังรู้สึกว่าตนเองมีความสำคัญ สิ่งนี้จะทำให้พวกเขามีกำลังแรงใจที่จะสร้างสรรค์ผลงานดี ๆ กับคุณต่อไป

 

6.ให้ความสนับสนุนลูกน้องอยู่เสมอ ข้อนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกน้องของคุณมีแรงผลักดันในการทำงานมากขึ้น เพราะไม่มีใครหรอกที่อยากเดินย่ำอยู่กับที่อย่างไม่มีอนาคต ที่สำคัญยังถือเป็นเคล็ดลับเล็ก ๆ ที่ทำให้ลูกน้องคนอื่นตั้งใจทำงานเพื่อให้คุณเห็นผลงานและหันมาสนับสนุนเขาเช่นกัน เรียกได้ว่า ‘ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว’ เลยก็ว่าได้

 

7.มีความยุติธรรม พูดง่าย ๆ ว่า ไม่หูเบา และ ไม่ลำเอียง นั่นเอง การที่คุณจะควบคุมลูกน้องได้ต้องยึดข้อนี้เป็นสำคัญ เช่นไม่ว่าคุณจะได้รับข้อมูลอะไรมาก็แล้วแต่ คุณต้องตรวจหาความจริงก่อนที่จะติดสินใจ ไม่ใช่ว่าลูกน้องคนโปรดของคุณพูดแล้วคุณต้องเชื่อเสมอไป เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นคุณคงต้องทำงานกับเขาสองคนแล้วแหละ เนื่องจากไม่มีใครอยากทำงานกับหัวหน้าที่ไม่มีความยุติธรรมพอ ดังนั้นอย่าปล่อยให้ใครว่าคุณได้ว่า มีสมองไว้คั่นหู เด็ดขาด

 

8.วางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบ แน่นอนว่างานทุกชิ้นก่อนจะลงมือทำได้นั้น เราต้องมีการวางแผนงานก่อนทุกครั้ง ซึ่งก็เป็นอีกหน้าที่หนึ่งของหัวหน้า ดังนั้นก่อนการวางแผนงานแต่ละครั้งคุณต้องไปทำการบ้านมาอย่างดีซะก่อน เพราะการปรับเปลี่ยนแผนการทำงานหลายครั้งไม่ได้เป็นผลดี มิหนำซ้ำลูกน้องจะมองว่าคุณไร้ความสามารถอีกด้วย

 

9.มีความสามารถในการแก้ไขปัญหา หลักการแก้ไขปัญหาที่ดีคือ ต้องสามารถแก้ไขได้ในเวลาที่สั้นที่สุด ผลกระทบน้อยที่สุด และไม่มีปัญหาเรื้อรังที่ต้องแก้อีกในอนาคต ดังนั้นก่อนตัดสินใจต้องคำนึงถึงผู้ที่รอรับคำสั่งคุณเป็นสำคัญ หากเป็นไปได้คุณควรอยู่เป็นโค้ชอย่างใกล้ชิดให้กับลูกน้องเพื่อให้ทุกคนอุ่นใจ และสัมผัสได้ถึงความเอาใจใส่ของคุณ

 

10.มีภาวะความเป็นผู้นำ ข้อนี้เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เด็ดขาด เพราะการที่คุณขึ้นมารับตำแหน่ง หัวหน้า ก็เหมือนกับคุณแบกภาระหน้าที่ไว้บนบ่า จะทำอะไรต้องคิดให้รอบคอบและต้องคิดถึงส่วนรวมมากกว่าตนเอง ที่สำคัญการปกครองคนหมู่มากคุณต้องมีทั้ง พระเดช และ พระคุณ กล่าวคือ ต้องปฏิบัติตนเพื่อให้ลูกน้องยำเกรง และต้องสร้างความดีเพื่อให้ลูกน้องเคารพและยอมรับคุณด้วยความเต็มใจ สองสิ่งนี้จึงจะถือว่าคุณมีภาวะความเป็นผู้นำที่มีคุณค่าแก่องค์กร

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
นายลัทธภพ แก้วโย


HASTAG : คุณไปแล้วเขาจะฟื้นเหรอ ไม่ไปเขาก็เผาศพกันได้ 

ติดตามข่าวอื่นๆ