ปิดฉากวีรกรรมฉาว "ปู่ฤาษีตาไฟ" ขืนใจสาววัย 17 ศาลสั่งคุก 5 ปี

เรียกได้ว่าเป็นการปิดฉากคดีที่สร้างความเคลือบแคลงใจสังคมได้ในที่สุด โดยวันที่ 28 พ.ย. 2561 ศาลจังหวัดศรีสะเกษ ตัดสินคดีผู้พิการที่อวดอ้างตนว่าเป็น ปู่ฤาษีตาไฟ ที่ก่อนหน้านี้เป็นผู้ต้องสงสัยข่มขืนหญิงสาวอายุ 17 ปี ล่าสุดได้ทำการรับสารภาพในศาลชั้นต้ำว่าเป็นผู้กระทำผิดจริง ศาลจึงลดโทษ จากจำคุก 5 ปี ปรับ 60,000 บาท ให้จำเลยจ่ายสินไหมเยียวยาผู้เสียหาย 150,000 บาท และรอลงอาญา 3 ปี
 
สืบเนื่องจากกรณี พ่อและแม่ของ น.ส.เอ อายุ 17 ปี เข้าแจ้งความตำรวจ สภ.เมืองศรีสะเกษ ให้ดำเนินคดีกับ นายสุรสิทธิ์ พลศักดิ์ อายุ 40 ปี ชายร่างพิการอ้างตัวเป็นร่างทรงฤาษีตาไฟ ว่าข่มขืนกระทำชำเรา น.ส.เอ ถึง 4 ครั้ง ระหว่างวันที่ 26-27 ส.ค. 2561 หลังอ้างกำลังมีเคราะห์แล้วพาไปสะเดาะเคราะห์ที่รีสอร์ต ริมถนนสายศรีสะเกษ-ขุขันธ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ โดยทาง น.ส.เอ เผยว่า วันเกิดเหตุ นายสุรสิทธิ์ ส่งลูกศิษย์ให้เป็นผู้มารับตนไปทำพิธี ​โดยอ้างว่าจะใช้เวลาสะเดาะเคราะห์ 2 วัน แต่ นายสุรสิทธิ์ กลับฉวยโอกาสทำการข่มขืน 

 


 
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการเรียกตัว ผู้ต้องหา มาแจ้งข้อหาหนัก คือพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยปราศจากเหตุสมควรเพื่อการอนาจาร และข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น 

หลังจากนั้นทางครอบครัวได้อุ้มผู้ต้องหาซึ่งแสร้งว่าเป็นคนพิการ มาที่โรงพักพร้อมยืนยันว่าไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์กับใครได้ เพราะช่วยเหลือตัวเองยังทำไม่ได้ นำมาซึ่งการตั้งคำถาม ต่อมาบนโลกออนไลน์ได้มีการสืบค้นภาพของนายสุรสิทธิ์ในเฟสบุ๊กส่วนตัวปรากฏว่ามีรูปภาพสามารถนั่งได้เหมือนคนปกติ ทางครอบครัวของ น.ส.เอ จึงมีการเรียกร้องให้มีการพิสูจน์ความพิการของนายสุรสิทธิ์ให้ชัดเจน
 
ส่วนนายทวี ซึ่งเป็นผู้ที่ขับรถยนต์พานายสุรสิทธิ์ และ น.ส.เอ เข้าไปในรีสอร์ต เปิดเผยหลังเข้าให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนมาให้ปากคำในฐานะพยาน และขอยืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด และหากรู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ตนจะไม่ยอมอย่างเด็ดขาด อย่างไรก็ตามในเบื้องต้น นายสุรสิทธิ์ ได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา 

 


 
"วันนเกิดเหตุ ญาติพี่น้อง น.ส.เอ มานิมนต์ให้ไปทำพิธีสะเดาะเคราะห์ให้ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง โดยมารับผมจากบ้าน ผมใช้เวลาสะเดาะเคราะห์ 2 วัน โดยการลงอักขระ เขียนคาถา แต่ไม่ได้มีการข่มขืน น.ส.เอ ผมช่วยเหลือตัวเองยังไม่ได้เลย จะไปข่มขืน น.ส.เอ ที่มีร่างกายปกติสมบูรณ์ได้อย่างไร" นายสุรสิทธิ์ กล่าว


นอกจากนี้ยังมีการรับรองจากผู้ใกล้ชิดบางคนว่ารู้จักนายสุรสิทธิ์ เป็นอย่างดี นายสุรสิทธิ์ ป่วยเป็นโปลิโอมาตั้งแต่เกิด ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ พออายุ 17 ปี นายสุรสิทธิ์ จะมีอาการเหมือนกับมีอดีตเจ้าอาวาสของวัดบ้านละทาย ที่มรณะภาพไปมาเข้าร่างเพื่อให้ นายสุรสิทธิ์ เป็นร่างทรงฤาษีตาไฟ เพื่อบรรเทาทุกข์แก่ชาวบ้านในละแวก แต่แล้วท้ายสุดจะด้วยกลัวจะจำนนต่อหลักฐาน หรือสำนึกในความผิด นายสุรสิทธิ์ ให้การสารภาพว่ามีเพศสัมพันธ์กับสาวที่เข้าแจ้งความ 4 ครั้ง "จริง" แต่ไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อน

 

อย่างไรก็ตามพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานส่งตัวนายสุรสิทธิ์ ฝากขังต่อศาลจังหวัดศรีสะเกษ ในวันเดียวกันญาติยื่นขอประกันตัวศาลอนุญาตให้ประกันตัวในวงเงิน 200,000 บาท หลังจากได้สอบปากคำพยานจนครบถ้วนแล้วสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการ กระทั่งพนักงานอัยการส่งสำนวนยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2561   

ล่าสุด วันที่ 23 พ.ย. 2561 ที่ผ่านมา ผู้พิพากษาศาลจังหวัดศรีสะเกษ ได้อ่านคำพิพากษาคดีว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้องจริง จึงตัดสินจำคุกจำเลยเป็นเวลา 5 ปี ปรับ 60,000 บาท ซึ่งการไต่สวนในชั้นศาลจำเลยให้การรับสารภาพ และจำเลยยอมจ่ายสินไหมเยียวยาผู้เสียหายเป็นเงิน 150,000 บาท จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงเหลือจำคุก 2 ปี 6 เดือน ปรับ 30,000 บาท โทษจำรอลงอาญา 3 ปี โดยให้มารายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 8 ครั้ง มีบางข้อหาที่สามารถยอมความได้ ผู้เสียหายได้ถอนคำร้องแล้ว คดีดีที่เกิดขึ้นนับว่าเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ที่มอบบทเรียนแก่สังคมได้เป็นอย่างดี

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
เอกชัย เรืองฉาย


HASTAG : ปู่ฤาษีตาไฟ  เจาะทีนิวส์  ฤาษีตาไฟ  ข่มขืน 

ติดตามข่าวอื่นๆ