เพื่อนบ้านจอดรถกีดขวางเข้า-ออก เจ้าบ้านยอมขายบ้านหนี คู่กรณี เเย้ง "ขวางก็เรียก จะฟ้องตร.ทำไม?"

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก 123 คนดีมีน้ำใจโพสต์ข้อความเเละคลิปวิดีโอ ระบุว่า  "เมื่อวันที่ 26 พ.ย.61 นางพรรณี วิริยาประภากร อายุ 58 ปี และนายมานิตย์ โสภาเลิศ อายุ 33 ปี นำคลิปภาพเข้าร้องสื่อหลังจากมีปัญหากับเพื่อนบ้านจอดรถกีดขวางจนไม่สามารถนำรถยนต์ส่วนตัวเข้า-ออกบ้านได้สะดวก ทำให้เกิดมีปากเสียงทะเลาะกันจนล่าสุดต้องประกาศขายบ้านหนีปัญหาที่เกิดขึ้นมานานนับปี เหตุเกิดที่หมู่บ้านพบสุข ซอย 3 หมู่ 3 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
 

นายมานิตย์  หนึ่งในผู้เดือดร้อน เผยว่า ตนเองอยู่บ้านหลังนี้มานานแล้วและสามารถขับรถเข้า-ออกบ้านได้ตามปกติวันหนึ่งบุตรสาวของบ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้ามออกรถมาใหม่แรกๆก็จะนำรถนั้นจอดภายในบ้าน หลังจากนั้นไม่นานเริ่มนำรถออกมาจอดที่หน้าบ้านจึงเป็นสาเหตุให้รถของตนที่บ้านอยู่ตรงข้ามกันไม่สามารถนำรถเข้า-ออกได้เนื่องจากรถของบ้านหลังดังกล่าวจอดกีดขวาง ต่อมาเริ่มมีการพูดคุยขอความร่วมมือแต่กับไม่ได้รับความร่วมมือทำให้เกิดมีปากเสียงกันมากกว่า 10 ครั้งแจ้งตำรวจให้เข้ามาพูดคุยร่วมถึงแจ้งประธานหมู่บ้านก็แล้วแต่เจ้าของรถก็ไม่มีการแก้ไขตนเองและครอบครัวต้องจำเป็นหนีปัญหาด้วยการย้ายออกจากบ้านพร้อมกับประกาศขายบ้านหลังนี้


 

ส่วนทางด้านนางพรรณี  ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนเช่นกันกล่าวว่าตนเองได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากเวลาจะนำรถเข้าบ้านนั้นรถไม่สามารถจะถอยเข้าได้เนื่องจากช่วงรถจะต้องตีวงแต่กับติดรถยนต์ของบ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม โดยพยายามพูดคุยขอความร่วมมือหลายครั้งแต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือโดยอ้างเหตุผลว่าเป็นหน้าบ้านของเขาเขาจะจอด ซึ่งทางเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวไม่รับฟังเหตุผลของผู้ที่เดือดร้อนแม้แต่น้อยตนเองจึงอยากวอนสื่อช่วยเป็นสื่อกลางประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาแก้ปัญหาหรือหาทางออกของเรื่องนี้ด้วย เกรงว่าถ้าไม่เร่งแก้ปัญหาจะเกิดความรุนแรงเหมือนที่เป็นข่าวถึงขั้นทะเลาะและทำร้ายกัน" 

 

 

 

 

 

 


ล่าสุดนางพรรณี วิริยาประภากร เปิดเผยผ่านอมรินทร์ทีวีว่า คู่กรณีบอกตน ให้มาเรียกได้ตลอด ถ้าต้องการขับรถเข้าบ้าน โดยจะมาขยับรถให้ ซึ่งตนรู้สึกเบื่อที่จะต้องเรียกอยู่ตลอดเวลา โดยไม่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจอดรถ และอยากบอกถึงคู่กรณีว่า ควรจะต้องมีความเกรงใจบ้านข้าง ๆ บ้าง ไม่ใช่จะต้องให้มาเรียกขยับรถทุกครั้ง บางครั้งตนกลับจากที่ทำงานเหนื่อย ๆ มาถึงบ้านแล้ว จะต้องรอไปเรียกคู่กรณีให้ขยับรถเพื่อจะเข้าบ้าน และกว่าจะออกมาขยับรถให้ตนก็ต้องรอ ทั้งนี้ ตนอยากให้คู่กรณีเห็นใจกันบ้าง ถ้ามาจอดรถแบบนี้ ตนเองเข้าบ้านไม่ได้ และได้รับความเดือดร้อน โดยอยากให้นำรถไปจอดที่อื่น จะได้ไม่ต้องมีการกระทบกระทั่งกันในทางอารมณ์ หรือทำร้ายร่างกาย โดยตนเองได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ปากเกร็ด ให้เข้ามาพูดคุยกับทางบ้านของคู่กรณี แต่ทางบ้านของคู่กรณี ก็ยังมีการนำรถมาจอดที่หน้าบ้านเช่นเดิม

 

 

 

ภาพจำลอง ลักษณะการจอดรถ

 

นายมานิตย์ โสภาเลิศ เจ้าของบ้านที่ปิดป้ายประกาศขาย เปิดเผยว่า ตนเองรู้สึกอึดอัดที่อยู่บ้านตัวเอง แต่เวลาจะขับรถไปไหนกลับต้องมาเรียกให้คนบ้านตรงข้ามขยับรถ และต้องรอเขามาขยับรถให้ กว่าจะได้ออกจากบ้าน ถือว่าลำบากทั้งสองฝ่าย ซึ่งช่วงแรกก็ปกติดี ตนเรียกเขา เขาก็ขยับรถให้ แต่ในช่วงหลัง ตนเรียกเขาบ่อยมากขึ้น เขาขยับให้ตนช้าลง และบางทีก็ให้เหตุผลว่ากินข้าวอยู่หรืออาบน้ำอยู่ ก็ทำให้ตนต้องรอนานขึ้น และไม่ได้รับความสะดวก

 

 

ด้าน นายอนุรักษ์ ป้อมทะเล เจ้าของบ้านตรงข้ามที่ถูกร้องเรียน เปิดเผยผ่านอมรินทร์ทีวีว่า ตนเองจอดรถเก๋งที่หน้าบ้าน โดยจอดชิดกับประตูหน้าบ้าน และก่อนหน้านี้บ้านตรงข้ามเคยมาบอกกับตนว่าเวลามาจอดรถแบบนี้เขาขับรถเข้าบ้านไม่ได้ แต่ตนคิดว่ามันมีวิธีที่จะนำรถเข้าบ้านได้ และตนไม่ได้จอดกินพื้นที่ถนนขนาดนั้น อย่างไรก็ตาม ตนไม่ทราบว่าบ้านตรงข้ามย้ายออกไปเพราะสาเหตุอะไร ซึ่งจากที่ได้ยินมา คือย้ายออกไปเพราะบ้านของตนจอดรถกีดขวาง แต่ที่ผ่านมาบ้านตรงข้ามไม่มาเรียกให้ตนขยับรถให้ เพราะตนจะบอกว่าให้เรียกแต่ไม่เรียก แต่บ้านตรงข้ามกลับโทรศัพท์บอกตำรวจให้มาเคลียร์ที่บ้าน

 

 

ขอขอบคุณ อมรินทร์ทีวี 123 คนดีมีน้ำใจ

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
วรรณิดา อักษรเพ็ชร


HASTAG : เพื่อนบ้านจอดรถขวางทาง  ขายบ้านหนี 

ติดตามข่าวอื่นๆ