"ทนายเดชา" ตอกหน้า"เสี่ยนิคมอุตฯ"พูดได้ไงตบหน้าไม่ใช่เรื่องใหญ่

จากกรณีที่พนักงานเสิร์ฟอาหารในโรงแรมแห่งหนึ่ง พื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกลูกค้ารายใหญ่ที่มาใช้บริการตบหน้าอย่างแรง เนื่องจากตนเองได้กล่าวเตือนว่าไม่สามารถจะสูบบุหรี่ในพื้นที่ของโรงแรมได้ และพนักงานรายนี้อยากได้รับความเป็นธรรม เมื่อตนเองทำตามกฎ รักษาความถูกต้อง แต่กลับถูกรังแกนั้น 

ต่อมาในเพจเฟซบุ๊ก Red Skull ได้โพสต์ข้อความ เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ระบุว่า โคตรกากทำแล้วไม่กล้ารับ ยัดแม่ม อายุปูนนี้หน้าที่การงานขนาดนี้ศักดิ์ศรีไม่มีเลย มื่อผู้สื่อข่าวถามว่า วันนั้นได้สูบบุหรี่จริงไหม นายสุรสีห์ แห่งศรีสุวรรณ  ได้บอกว่า วันเกิดเหตุแค่มีการถามไถ่เฉยๆ ซึ่งเขาก็บอกว่าบางกฏเกณฑ์ของโรงแรมเขาก็รู้อยู่แล้วว่าต้องปฏิบัติอย่างไร แต่บางกฏเกณฑ์เขาก็ไม่ทราบก็เลยต้องถาม แต่เด็กพนักงานเสริฟคนนี้พูดจาไม่ดีก่อน ส่วนที่มีการกล่าวหาว่า ตนมึนเมาขณะก่อเหตุนั้นไม่เป็นความจริง

 

ส่วนความจริงเป็นอย่างไรในที่อยู่ในที่เกิดเหตุเขารู้ดีกันหมด พยานมีจนล้นไปหมดแต่ขอไม่พูดดีกว่า และยืนยันว่า "เขาไม่ผิด" ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด เพราะเด็กรู้อยู่แก่ใจ และพูดฝ่ายเดียว ผมไม่ผิดแค่นั้นเองพยานมีเยอะ เด็กพูดจาไม่ดี เรารู้อยู่แล้วเรื่องกฎระเบียบ ยันไม่ได้เมา และไม่ได้สูบบุหรี่ สักวันหนึ่งเด็กคงคิดได้เองว่าทำอะไรลงไป นอกจากนี้ยังบอกว่า ที่จริงเขาจะดำเนินการก็ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นปล่อยให้เด็กพูดไปฝ่ายเดียว สักวันเดี๋ยวเขาก็คิดได้


    
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : "เสี่ยนิคมอุตฯ" ปัดเมากร่าง บอกไม่ผิดมีพยานเยอะ โมโหตบหน้า "น้องแนท" ไม่เกี่ยวสูบบุหรี่

 

 

ขณะที่ทางด้านพ.ต.อ.สง่า ธีรศรีนยานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า พนักงานสอบสวน ได้ออกหมายเรียก นายสุรสีห์ มาให้ปากคำแล้ว ซึ่งหมายเรียกครั้งนี้เป็นหมายเรียกครั้งที่ 2 โดยให้มาพบในวันที่ 29 พ.ย. นี้ ซึ่งทางตำรวจได้ออกหมายเรียกให้มาพบพนักงานสอบครั้วแรกเมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา แต่ไม่เข้ามาพบ จึงได้ออกหมายเรียกครั้ง คาดว่าจะมาพบตำรวจอย่างแน่นอน อีกทั้งนายสุรสีห์ ได้เปิดเผยว่า สำหรับเรื่องดังกล่าวตนไม่ต้องการเป็นข่าวใหญ่โต และไม่ขอให้รายละเอียดอะไรมากมาย แต่ตนยอมรับว่าได้ก่อเหตุตบผู้เสียหายที่เป็นพนักงานเสิร์ฟจริง

 


อีกทั้งคิดว่าคดีนี้ในเมื่อมีการแจ้งความแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจก็พร้อมดำเนินการตามกฏหมายเต็มที่ไม่ว่าคู่กรณีจะเป็นใครก็ตาม และเมื่อได้ออกหมายเรียก นายสุรสีห์ มารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว  หากตัวผู้ถูกกล่าวหายังนิ่งเงียบไม่ยอมเดินทางมาพบตำรวจอีก ก็จำเป็นจะต้องออกหมายจับตามขั้นตอน อย่างไรก็ตามได้รับการติดต่อว่า นายสุรสีห์ จะเข้ามาพบวันที่ 25 พ.ย. นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้เชิญตัวผู้เสียหายมาที่โรงพักพร้อมกันด้วย เพื่อที่ทั้งคู่จะได้ให้ปากคำพร้อมๆกัน และเผชิญหน้ากัน หวังให้พูดคุยเจรจาตกลงกันก่อนว่าจะเอาอย่างไรต่อไป ซึ่งอาจมีทางออกให้กับคนทั้งคู่ ว่าจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไรได้บ้าง

 


 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ขึงขังเลยคุณตร.!ออกหมายเรียกรอบ2"เสี่ยนิคมอุตฯ" เจ้าตัวลั่นพร้อมสู้คดี ตบหน้าพนง.เสิร์ฟไม่ใช่เรื่องใหญ่โต

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : คนไทยว่างัย! ตร.อยุธยานัด"เสี่ยนิคมอุตฯ"เจอหน้า"น้องแนท"พรุ่งนี้ หวังเคลียร์เจรจาได้

 

ล่าสุดในเพจเฟซบุ๊กของทนายคลายทุกข์ นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีนี้ ระบุว่า "คดีบิ๊กนิคมอุตสาหกรรม-ตบหน้ากะเทย ให้ตรวจสอบว่าวันนั้นมีตำรวจ-อัยการ-นั่งอยู่ด้วยหรือไม่ และให้ตรวจสอบคดีค้างเก่าด้วยนะครับ" และยังกล่าวถึงนายสุรสีห์ เสี่ยนิคมอุตสาหกรรมที่ตบหน้าน้องแนทว่า "เดินไปให้สุด แล้วให้ไปหยุดที่คุก"

 

 

นอกจากนี้ในแง่มุมของกฎหมายการเอาผิด เนื่องจากมีภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานชัดเจน การกระทำนี้ ต้องถูกดำเนินคดีในข้อหา ทำร้ายร่างกาย มีโทษจำคุกไม่เกิน2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 ทำอันตรายต่อร่างกายและจิตใจอับอายขายขี้หน้า และถ้ามีการดูหมิ่นก็จะถูกดำเนินคดีอีก ถ้ามีการหมิ่นประมาท ก็ถูกดำเนินคดีได้อีก

 

นายเดชา กิตติวิทยานันท์  (ทนายคลายทุกข์)

 

นายสุรสีห์ แห่งสุวรรณ เสี่ยนิคมอุตสาหกรรม ผู้ก่อเหตุ 

 

น้องแนท สาวประเภทสอง พนักงานเสิร์ฟโดนตบหน้า 

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : ทนายคลายทุกข์


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล


HASTAG : อย่ายอมความ  เสี่ยนิคมอุตสาหกรรม  ทนายเดชา  โทษคุก  น้องแนท  ตบหน้า  เรื่องใหญ่  เอาผิด  ข้าราชการ  กฎหมาย 

ติดตามข่าวอื่นๆ