อธิบดีกรมกิจการเด็กฯ เร่งแก้ปัญหา กรณีผู้ไม่ได้รับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด 54,000 ราย

อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ดร.สมคิด สมศรี  ได้ออกมากล่าวว่า  สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน" ว่า มีเรื่องร้องเรียนผ่านช่องทางสื่อสารออนไลน์ใหม่ของตนเป็นจำนวนมาก เกี่ยวกับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ซึ่งได้มอบหมายให้กระทรวง พม. ไปดำเนินการเป็นการเร่งด่วนนั้น ในส่วนของกรมกิจการเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง จึงได้จัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย กรมบัญชีกลาง กรมการปกครอง และบริษัท สมาร์ทโซลูชั่น จำกัด ที่ดูแลระบบการจ่ายเงินใน

 

ดร.สมคิด สมศรี กล่าวเพิ่มเติมว่า กระบวนการจ่ายเงิน ตามแนวทางบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการทางสังคม หรือที่เรียกว่า การจ่ายเงินผ่านระบบ e-Payment ภาครัฐ มี 3 ช่องทาง คือ

(1) กรณีประสงค์ "รับเงินผ่านบัญชีธนาคาร" กรมบัญชีกลางจะโอนเงินเข้าบัญชีของผู้มีสิทธิ์โดยตรงผ่านธ.กรุงไทย หรือ ธ. เพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ออมสิน
เฉพาะประเภทบัญชีออมทรัพย์ หรือบัญชีเผื่อเรียก หรือบัญชีกระแสรายวัน เท่านั้น
(2) กรณีประสงค์ "รับเงินผ่านพร้อมเพย์" กรมบัญชีกลางจะโอนเงินเข้าบัญชีของผู้มีสิทธิ์ที่ได้ผูกพร้อมเพย์ โดยเลขประจําตัวประชาชน โดยสามารถโอนได้ 15 ธนาคาร
(3) กรณีประสงค์ "รับเงินสด" กรมบัญชีกลางจะโอนเงินเขาบัญชี ดย./พมจ. เพื่อจ่ายต่อให้กับผู้มีสิทธิ์

 

 

สำหรับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบจ่ายเงิน มีดังนี้

(1) ผู้มีสิทธิ์ในรายที่ลงทะเบียนไว้นานแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเงิน อาจมีสาเหตุที่ข้อมูลบางส่วนไม่ถูกต้อง เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กแรกเกิดไม่ถูกต้อง เช่น วัน เดือน ปีเกิด ของเด็ก หรือพบข้อมูลเด็กในฐานข้อมูลทะเบียนบ้านกลาง ฯลฯ จะส่งผลทำให้ไม่สามารถจ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิ์ได้จนกว่าจะมีการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง หรือข้อมูลเลขที่บัญชีที่ใช้รับเงินไม่ถูกต้อง หรือเลขที่บัญชีที่ให้ไว้เมื่อตอนลงทะเบียนถูกปิดไปแล้ว (เนื่องจากบัญชีไม่มีการเคลื่อนไหว) มีปัญหาไม่สามารถติดต่อให้ผู้มีสิทธิ์ได้ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงเบอร์โทรศัพท์
(2) กรณีที่ผู้มีสิทธิ์บางรายเปลี่ยนแปลงบัญชีธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์ระหว่างเดือน เมื่อมีการจ่ายเงินอุดหนุนในเดือนใหม่ กรมบัญชีกลางจะโอนเงินไปเข้าบัญชีใหม่ที่ผูกพร้อมเพย์ไว้ แต่ผู้มีสิทธิ์คิดว่าไม่ได้รับเงิน เพราะเงินจะไปเข้าบัญชีเดิม


ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่า จำนวนผู้ไม่ได้รับเงินมีอยู่ประมาณ 97,000 คนทั่วประเทศ จากจำนวนผู้มีสิทธิทั้งหมดกว่า 680,000 คน โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชนได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาไปบ้างแล้ว คงเหลือผู้ไม่ได้รับเงินอีก จำนวน 54,000 คน โดยจะเร่งแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด

สำหรับแนวทางในการแก้ไขปัญหา ขณะนี้กรมกิจการเด็กและเยาวชนได้สั่งการให้บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ลงไปติดตามแก้ปัญหาในพื้นที่ รวมถึงการสร้างเครือข่าย จากสภาเด็กและเยาวชนซึ่งมีถึงในระดับตำบล ให้ช่วยตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลสถานะของผู้ขอรับสิทธิให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ในส่วนกลางขณะนี้กรมกิจการเด็กและเยาวชนได้ดำเนินการปรับปรุงระบบรองรับฐานข้อมูล(server) ให้มีประสิทธิภาพเพื่อรองรับข้อมูลจากผู้ลงทะเบียนที่จะมีมากขึ้นต่อไปในอนาคต

 

 

นโยบายเงินอุดหนุน เพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ที่อยู่ในครัวเรือนยากจน
(1) เด็กเกิดระหว่าง 1 ตุลาคม 2558 ถึง วันที่ 30 กันยายน 2559 รายละ 400 บาท ต่อเดือน เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข เป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกัน และเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2559
(2) คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ดำเนินโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ต่อเนื่องสำหรับกลุ่มเป้าหมายใหม่ในแต่ละปี โดยให้เงินอุดหนุนตั้งแต่แรกเกิดจนครบอายุ 3 ปี สำหรับเด็กที่อยู่ในครัวเรือนยากจน หรือครัวเรือนที่เสี่ยงต่อความยากจน
(3) เพิ่มเงินอุดหนุนเป็น 600 บาท ต่อเดือน เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 เป็นต้นไป

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- "กฏหมายคุ้มครองเด็ก" ความผิดเกี่ยวกับการขืนใจ หากเกิดกับเด็กอายุไม่เกิน13ปี โทษหนักถึงจำคุกตลอดชีวิต
- รู้หรือไม่ รบ.บิ๊กตู่ผู้แก้กม.ไร้สัญชาติคุ้มครองเด็กมากขึ้น 10ปีให้แล้ว1แสนคน เหลืออีก4.8แสน

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
จิรภัทร รวดเร็ว


HASTAG : เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด  e-Payment  ดร.สมคิด สมศรี  กรมกิจการเด็กและเยาวชน  เด็กแรกเกิด  เยาวชน  เด็ก 

ติดตามข่าวอื่นๆ