"ยงยุทธิ์"อดีตดาราเคยมีเงินกว่า15ล้าน เจอมรสุมแต่ฮึดสู้เพื่อพ่อที่นอนป่วย

โลกโซเชียลได้มีการแชร์เรื่องราวสู้ชีวิตของชายวัย 51 ปี อดีตดารานักแสดง-นายแบบ ที่เจ้าตัวระบุว่าเกิดความท้อแท้ในใจ แต่ก็ต้องต่อสู้เพื่อตนเองและเพื่อพ่อที่เขารัก ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก "Poramet Misomphop" ซึ่งรายละเอียดข้อความเอาไว้ว่า..."อดีตดารา-นักแสดง-นายแบบ" ผมท้อ ผมต้องสู้ ตายไม่ได้ ผมเหลือพ่อเพียงคนเดียว ถ้าผมตายแล้วใครจะดูแลพ่อ เงิน 15 ล้านเหลือเพียงเศษเหรียญในกระป๋อง บางสิ่งที่เห็นอาจจะไม่เป็นอย่างที่คิดครับน้องเมศ

 

ถ้าเกิดยืนอยู่นอกบ้านแล้วมองเข้าไปในบ้านจะเห็นบ้านหลังนี้ปกคลุมด้วยต้นไม้รกเศษใบไม้ร่วงหล่นบนพื้นเต็มไปหมด สภาพบ้านคล้าย ๆ จะไม่มีคนอยู่ แต่พอลองเดินเข้าไปในบ้านจะเห็นผู้ชายวัยกลางคนจะยืนเคียงข้างก้ม ๆ เงย ๆ ข้างเตียงผู้ป่วย นั่นคือนาย ยงยุทธิ์ งามศิลป์ วัย 51 ปี อดีต นักแสดงค่ายใหญ่แห่งหนึ่ง เคยเล่นหนังเรื่อง มหัศจรรย์วันเสาร์ ตอน เกมส์สยอง ต่อจากนั้นมาเล่น ละครเรื่อง เจ้าสาวของอานนท์ ต่อด้วยมารับเป็น ตัวประกอบหนังเรื่อง ทั้งดวงใจให้เธอหมดเลย อีกทั้งยังรับงานเดินแบบถ่ายแบบ

 

 

 


ย้อนกลับไปในอดีต "มันคงเป็นมรสุมพายุชีวิตของผม" พี่ยงยุทธิ์ เล่าให้ฟังว่า..คุณพ่อมาของเขาเดินทางมาจากเมืองจีนด้วยเรือสำเภา และได้มาพบรักกับแม่ที่ย่านสามย่านจึงใช้ชีวิตร่วมกันและคุณพ่อเป็นผู้ร่วมบุกเบิก มูลนิธิแห่งหนึ่งคอยช่วยเหลือผู้คนอย่างต่อเนื่อง แต่หลังจากนั้นมีเหตุจำเป็นต้องย้ายที่อยู่เพราะบ้านโดนเวรคืน แม่จึงไปซื้อทาวน์เฮ้าเล็ก ๆ 

 

 

 

 

ตอนผมโตขึ้น ก็เข้าเรียนที่ ม.รามคำแหง ได้มีโอกาสเล่นหนัง เล่นละคร ถ่ายแบบ เดินแบบ โดยที่ไม่รู้เลยว่าชีวิตหลังจากนี้จะมีมรสุมพายุเข้ามา ระหว่างนั้นผมคิดว่าไม่อยากเป็นภาระของพ่อและแม่ จึงพักการเรียนและทุ่มเทกับงาน แต่ระหว่างนั้นงานแสดงเริ่มลดลง แต่ผมก็ยังสู้โดยไปทำงานที่บริษัทขายรถ มีรถขับ ตำแหน่งผู้จัดการ หน้าที่การงานตอนนั้นเติบโต จนเค้าตัดสินใจมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อเลี้ยงดูพ่อกับแม่และตัดสินใจแต่งงานสร้างครอบครัว

 

 

 

 

แต่แล้วมรสุมชีวิตเริ่มเข้ามาหาวิกฤติต้มยำกุ้งปี 40 ยอดขายไม่ได้ตามเป้าตำแหน่งผู้จัดการหายไป น้าสาวก็ล้มป่วย น้องชายของแม่ก็มาเสียชีวิตต้องแบ่งมรดกกันได้ 15 ล้าน เค้าจึงนำเงิน 15 ล้านมาซื้อบ้าน ที่ จ.นนทบุรี และพยายามก่อรากสร้างตัวทำธุรกิจแต่สิ่งที่คิดก็ต้องล้มธุรกิจล้มอย่างไม่เป็นท่า มรสุมที่เจอต่อมา..ภรรยาขอหย่าสมบัติที่ร่วมกันหามาถูกแบ่ง กรรมที่ถูกลิขิตยังไม่หมด แม่ของเค้าป่วยเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ "ผมหมดกับค่ารักษาแม่ไปหลายล้าน แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะความตายได้" จนถึงปี 54 คุณแม่ต้องเสียชีวิต


หลังจากนั้น มรสุมพายุเข้ามาอีกผมต้องดูแลน้าสาวที่ป่วยเงินเป็นล้านก็เอาไม่อยู่ไม่สามารถรั้งชีวิตไว้ได้ เงินที่มีเริ่มหมด จนตัวเองเริ่มท้อ แต่ก็ไม่หมดความพยามยามหันหน้าสู้ โดยไปรับงานร้องเพลงตามร้านอาหาร และคนขับรถ แต่ทุกอย่าง ติดขัดในการทำงานไปหมด มรสุมชีวิตพัดเข้ามาอีกครั้ง พ่อของเค้าเกิดล้มป่วยหนัก ตัวเองเงินก็แทบไม่มีจนคิดมากจนตัวเองล้มป่วยเป็น อัมพฤษ ครึ่งซีก ในเมื่อชีวิตนี้แทบไม่เหลืออะไรแล้ว จึงจะคิดฆ่าตัวตาย แต่หันกลับไปมองพ่อ ที่นอนบนเตียง แล้วคิดคำที่สัญญากับแม่เอาไว้ว่า..จะดูแลป๋าให้ดีที่สุด ทำให้ผมคิดได้ว่า "ผมท้อ ผมตายไม่ได้ ผมต้องสู้ ถ้าผมตายใครจะดูแลพ่อ" ทุกวันนี้เงินที่มีหมดไปเหลือเพียงเศษเหรียญไม่กี่บาท ในกระป๋อง ค่าน้ำ ค่าไฟ ก็มีเพื่อนบ้านช่วยเหลือ พริสแพม ผ้าอ้อมของพ่อ มีเพื่อน ๆ ที่ทราบก็นำมาให้บ้าง..

 

 


จากที่เมศพูดคุยทำให้เมศรับรู้เลยว่า..ผู้ชายคนนี้พบเจออะไรมาบ้าง ชีวิตที่เคยมีทุกอย่างแต่เพราะสิ่งที่เค้าเจอมา ทำให้ชีวิตต้องพลิกผันแบบนี้ เค้าต้องดูแลคนทั้งบ้าน มาโดยตลอด 4 ชีวิตที่ป่วยเค้าดูแลหมดเงินไปทั้งหมด สิ่งที่เมศเห็นอีกอย่างนึงผู้ชายคนนี้เค้าดูแลพ่อทุกวินาที ไม่เคยห่าง ตลอดเวลาที่ผ่านมาแทบจะไม่ออกไปไหน ชีวิตนี้ได้แต่รอ รอให้คุณพ่อแข็งแรงขึ้น ผู้ชายคนนี้ต้องเผชิญชีวิตต่อสู้ดิ้นรนทุกอย่างเพื่อพ่อของเค้า จนมีคำพูดที่ว่า..."ผมท้อ ผมตายไม่ได้ ถ้าผมตาย ใครจะดูแลพ่อ น้องเมศ บางทีสิ่งที่เราเห็น อาจจะไม่เป็นอย่างที่คิด"

 

 

 

เบื้องต้นเมศได้นำเบาะลมไฟฟ้า อุปกรณ์ทำแผล ให้กับทางพี่ยงยุทธ์เอาไว้ดูแลคุณพ่อ หากเพื่อน ๆ พี่ ๆ ต้องการช่วยเหลือพี่ยงยุทธ์ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 080-775-3230 เมศ เจ้าชายน้อย (เมศได้รับอนุญาตจากพี่ยงยุทธ์ ให้ถ่ายรูปและนำรูปพร้อมรายละเอียดทั้งหมดลงสื่อออนไลน์เรียบร้อยแล้วครับ)

 

ขอบคุณ : Poramet Misomphop


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
นิตติยา บุญตาวัน


HASTAG : ยงยุทธิ์ 

ติดตามข่าวอื่นๆ