"หนุ่มใจบุญ" ส่ง "เด็กตาบอด" ขึ้นรถ ขอบคุณน้ำใจสังคมยื่นมือช่วย แต่ขอยุติช่วยเหลือไว้ก่อน

เป็นเรื่องราวดีๆ ที่มีเรื่องที่น่าชื่นชมเกิดขึ้นกันอีกแล้ว เรื่องราวดังกล่าวที่เกิดขึ้น บ่งบอกถึงความมีน้ำใจของคนในสังคมที่คอยช่วยเหลือกัน หากอีกคนนึงต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งเป็นเรื่องราวของหนุ่มคนนึงได้ไปเจอหนุ่มพิการสายตายืนเก้ๆ กังๆ อยู่ริมถนนอยู่นาน จึงได้สอบถามว่าได้สอบถามว่าจะไปไหน? เลยช่วยโบกรถให้แต่ไม่มีรถคันไหนรับเลย จึงตัดสินใจพาหนุ่มตาบอดคนดังกล่าวไปส่งที่ท่ารถ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเจอกันแล้วครั้งนึงแต่ตอนนั้นแค่ยืนโบกรถให้ ก็เท่านั้น หลังจากนั้นก็มีโอกาสพูดคุยกับคนที่อยู่ในระแวกนั้น พบว่าน้องมีพ่อแม่แต่ไม่ค่อยอยากออกมา เพราะกลัวอุบัติเหตุ 

 

(คนใจบุญ)

 

โดยชายที่เข้าช่วยเหลือหนุ่มตาบอดนั้น ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Nink Doxxahouse ระบุข้อความว่า "ชายตาบอดคนนี้ผมเจอครั้งแรกเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ตอนซื้อข้าวแกงปากซอยบ้านพี่ก้อง เห็นยืนเก้ๆกังๆอยู่ริมถนนอยู่นานจึงเข้าไปถามว่ายืนรออะไร เค้าตอบว่ายืนรอสองแถวจะไปท่ารถเมล์แต่ไม่มีใครจอดรับ ผมจึงช่วยโบกรถให้แล้วก็จบไป วันนี้เห็นอีกครั้งเดินอยู่ฟุตบาทห่างจากจุดเดิม 1 กิโล #ที่สำคัญคือเห็นตอนสะดุดกองหินล้มลงข้างถนนพอดี" 

 

"ผมจึงช่วยพาไปส่งที่ท่ารถเมล์ ได้คุยกันนิดหน่อย วันนี้ที่ต้องเดินไกลเพราะไม่มีคนโบกรถให้ เค้าต้องนั่งรถเมล์จากไทรน้อยไปต่อรถไฟฟ้าไปหาญาติที่บางรัก เพื่อจะไปขอยืมชุดลำโพงกับไมโครโฟนเพื่อร้องเพลงริมถนนแถวนั้น ร้องเสร็จก็เอาไปคืนแล้วกลับบ้าน บางวันไม่มีเครื่องเสียงก็ร้องปากเปล่าแลกเงิน มีรายได้วันละ 100-200 บาทเพื่อเลี้ยงชีพไปวันๆ ฟังแล้วสงสารจริงๆ ผมเองก็ไม่มีโอกาสคุยนานกว่านี้เพราะต้องรีบไปส่งไก่ที่ร้านจะไม่ทันเวลารถออก เลยช่วยได้แค่ยัดเงินใส่กางเกงไปนิดหน่อยช่วยค่าข้าวกับค่าเดินทางเท่านั้นครับ *** กางเกงที่เปื้อนไม่ใช่เค้าเป็นคนสกปรกนะ แต่เกิดจากสะดุดล้ม ถ้าดวงเราตรงกันหวังว่าคงได้เจออีกครั้ง จะขอช่วยให้มากกว่านี้นะครับ"

 

(น้องล้ม)

 

(น้องสะดุดหกล้ม)

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เราได้เห็นถึงการมีน้ำใจโอบอ้อมอารีต่อกันของคนในสังคม เพราะหากเจอคนที่ต้องการความช่วยเหลือแล้ว ก็พร้อมที่จะช่วยเหลือ โดยไม่ร้องร้องขอแต่อย่างใด อีกอย่างการที่มนุษย์เราอยู่ร่วมกันในสังคม มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องมีน้ำใจที่ดีต่อกัน จึงจะทำให้อยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างสันติสุข ความมีน้ำใจเป็นเรื่องที่มนุษย์ทุกคนสามารถทำได้ โดยไม่ต้องซื้อ ต้องหา เพียงแต่แสดงความมีจิตเมตตา ต่อเพื่อนมนุษย์ โดยการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แค่นี้สังคมก็น่าอยู่ขึ้นเยอะเลย หลังจากเรื่องราวดีๆ ได้เผยแพร่ออกไปในโลกโซเชียลทำให้ต่างมีชาวเน็ตต่างก็เข้ามาชื่นชมในความมีน้ำใจของหนุ่มคนดังกล่าวกันเป็นจำนวนมาก 

 


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : "หนุ่มตาบอด" จะไปยืมลำโพง-ไมโครโฟนมาร้องเพลงหาเงิน ยืนโบกรถ แต่ไม่มีใครจอดรับ โชคดีคนใจบุญผ่านมาแวะพาส่งญาติ
 

 


ล่าสุด หนุ่มที่ได้ช่วยเหลือน้องตาบอดคนดังกล่าว ได้ออกมาอธิบายต่อเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นและชี้แจงว่า สรุปเกิดจากความเข้าใจผิดจริงๆแล้วน้องมีแม่มีพ่อ อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแถวนั้น พ่อแม่ไม่อยากให้ออกมาเพราะกลัวอุบัติเหตุ แต่ถ้าน้องออกมาจากบ้านน้องก็จะไปแถวๆ ที่ผมไปส่งน้องวันนั้น และขอยุติการช่วยเหลือ แต่ขอไม่บอกเหตุผลในการยุติในครั้งนี้ ขอโทษหากผมทำอะไรผิดพลาดไปผมขอรับไว้คนเดียว 

 

โดยหนุ่มใจบุญคนดังกล่าวได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ระบุข้อความว่า "#ขอแจ้งความคืบหน้าเรื่องน้องตาบอดครับวันนี้ไปดักรอน้องที่จุดพบกันครั้งแรกที่ผมเคยโบกรถสองแถวให้ ตั้งแต่ 7.30 น. ในระหว่างที่รอก็ได้ไปถามกับชาวบ้านที่ร้านข้าวแกง และลุงขับวินมอเตอร์ไซค์หน้าปากซอยที่รู้จักกับน้องดี ได้ข้อมูลมาว่า น้องเป็นคนที่พักอาศัยอยู่ในซอยมัสยิดแห่งนี้ น้องไม่ได้อยู่คนเดียวตามที่บอกกับผม มีบ้านและอาศัยอยู่กับพ่อแม่พี่น้อง พ่อแม่ไม่อยากให้ออกจากบ้านเพราะกลัวอุบัติเหตุ แต่น้องแอบหนีออกมาตลอดตามที่มีโอกาส ถ้าออกจากบ้านมาได้ ส่วนใหญ่จะไปวนเวียนอยู่ในหมู่บ้านบัวทองเคหะ เพราะเป็นชุมชนใหญ่ (ที่ผมไปส่งเมื่อวาน)"

 

(หน้าหมู่บ้านน้อง)

 

"น้องไม่ได้เป็นนักร้อง และชาวบ้านบอกว่าไม่น่าจะมีญาติที่บางรักด้วย ชาวบ้านทุกคนให้ความเห็นว่า ยังไม่เห็นด้วยที่จะช่วยในเชิงลึกกว่านี้ ได้บอกเหตุผลกับผมมาซึ่งขออนุญาตไม่เปิดเผยต่อนะครับ หลังจากได้รับข้อมูลจากชาวบ้านเพียงพอแล้ว ผมตัดสินใจไม่อยู่รอเจอกับน้อง ไม่เข้าไปตรวจสอบที่พักอาศัยของน้อง และขอยุติเรื่องการช่วยเหลือในส่งเสริมอาชีพต่อไปครับ"

 

(หน้าหมู่บ้านน้อง)

 

"เรื่องที่เกิดขึ้นผมไม่ได้มีเจตนาจะสร้างกระแสหรืออยากดัง แค่เห็นเหตุการณ์ต่อหน้าก็เลยช่วย และอยากทำให้สังคมมีรอยยิ้มมากขึ้นก็เท่านั้นเองครับ แต่พอเป็นกระแสสังคมที่ใหญ่โตขึ้นมีการเสนอความช่วยเหลือมากมายทั้งจากบุคคล และทั้งกระทรวงพัฒนาสังคมฯอีกด้วย ผมจึงต้องมาตรวจสอบความจริงก่อนที่จะมีการช่วยเหลือจริงจัง ต้องขอขอบคุณกระแสน้ำใจของเพื่อนๆในสังคมออนไลน์จริงๆ ผมขออนุญาตลบโพสต์ที่เป็นต้นเรื่องออกไปก่อน เพื่อลบแชร์หลายพันครั้งออกไปในตัวด้วย ขอโพสชี้แจงเรื่องนี้ให้เพื่อนๆที่รอช่วยเหลือได้ทราบแค่วันเดียว หลังจากนั้นจะลบทุกอย่างออกหมดเพื่อไม่ให้กระทบกับชีวิตของน้องต่อไปนะครับ #หากสิ่งที่ทำไปเป็นเรื่องที่ผิดพลาดผมขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียวครับ"

 

(ลุงวินแถวนั้น)

 

(ระแวกนั้น)

 

ขอบคุณ Nink Doxxahouse

 


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
อุรัสยา มีมะแม


HASTAG : คนตาบอด  คนใจบุญ  ช่วย 

ติดตามข่าวอื่นๆ