ตร.ปล่อยไว้ได้ไง "อิ๋ว" "ป้าง"คู่หูข้าวกล่องลวงโลก ปัดทุกข้อกล่าวหา!! ทำกันเป็นขบวนการ มีมนต์ดำสะกด?? พบคดียาวเป็นหางว่าว นี่มันภัยสังคมชัดๆ

    จากกรณีที่กลายเป็นกระเเสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์  เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ค"Nutthaphun Munkhemtong"ได้โพสต์ภาพไปยังกลุ่มของกินอุตรดิตถ์ พร้อมข้อความระบุว่า "เตือนภัยชาวอุตรดิตถ์นะคะช่วงนี้แก๊งมิจฉาชีพ หลอกลวง ทำเป็นกระบวนการช่วงนี้ระบาด ในบ้านเราอีกครั้ง เครสนี้ ที่ชาวบ้านเจอคือสั่ง น้ำหมื่นถุง ข้าวหมื่นกล่อง แล้วทิ้งทวน ชาวบ้านร้องไห้เสียใจเยอะมาก ถ้าใครเคยเจอแก๊งนี้หลอกลวง สามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้นะคะ คนจังหวัดเดียวกันยังทำกันได้ อย่าปล่อยให้คนแบบนี้มีที่ยืนในสังคมค่ะ เรื่องนี้ต้องเป็นข่าว" 

 

 

  รวมทั้งโพสต์อีกสเตเตัสในเฟซบุ๊คส่วนตัว ว่า รู้สึกโมโห  คนอื่นที่โดนมืงกระทำเค้าอาจจะไม่เอาผิดมืง Okมืงรอด แต่นี้มันมาพัวพันกับพวกกุ เรื่องนี้มันต้องถึงที่สุด! พยานหลักฐาน คนที่มืงเคยทำเค้ามา พร้อมเป็นพยาน ให้อีกเพียบ สั่งข้าวชาวบ้านหมื่นกล่อง น้ำหมื่นถุง แล้วทิ้งทวน เรื่องนี้ต้องเป็นข่าว ระวังด้วยนะคะ ช่วงนี้ระบาดอยู่ที่อุตรดิตถ์ อย่าตกเป็นเหยื่อมันอีกนะ #ช่วยๆแชร์ไปให้โลกรับรู้ จิตใจคนทำไม่ได้นะแบบนี้ #ต้องใจหมาเท่านั้น ช่วยๆกันค่ะคนชั่วจะได้ไม่ยืนอยู่ ในอุตรดิตถ์บ้านเรา แผ่นดินจะได้สูงขึ้น #ใครเคยเป็นเจ้าทุกข์ สามารถทักมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้นะคะ”

 

 


     ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 พ.ย. 61 ที่ผ่านมา ที่ ต.วังกะพี้ อ.เมืองอุตรดิตถ์  โดยผู้เสียหายคือ นางธนิสร กุยแก้ว อายุ 42 ปี ได้ทำสัญญาสัมปทานทำอาหารและน้ำดื่มกับบริษัทแห่งหนึ่ง โดยการแนะนำจากคนรู้จัก อ้างว่าจะส่งข้าวกล่องและน้ำดื่มให้กับโรงงานใหญ่แห่งใน จ.พิษณุโลก โดยมีระยะเวลาสัญญาจ้าง 5 ปี ทำข้าวกล่องส่งจันทร์-ศุกร์ วันละ 1 หมื่นกล่อง น้ำดื่มบรรจุขวด ส่งวันเสาร์-อาทิตย์ วันละ 1 หมื่นขวด และไข่ต้ม ส่งวันจันทร์และวันศุกร์ วันละ 3 หมื่นฟอง

 

.

 

 

 

  โดยเริ่มตั้งแต่วันที่  3พ.ย.61  จึงได้ทำสัญญาโดยเสียเงินค่าทำสัมปทานรวมทั้งค่าขวดบรรจุน้ำดื่ม รวม 106,000 บาท นอกจากนั้นยังลงทุนซื้ออุปกรณ์ทำอาหารและน้ำดื่มเกือบ 1 ล้านบาท โดยต้องนำรถเข้าไฟแนนซ์ด้วย แต่ปรากฏว่าน้ำดื่มที่ทำส่งในวันแรก เมื่อวันที่ 3 พ.ย.61  ผู้ว่าจ้างมารับไปแล้วนำกลับมาส่งคืน อ้างว่าไม่ผ่านมาตรฐานที่กำหนด ต้องเสียค่าปรับ 150,000 บาท แต่ให้ทำน้ำดื่มให้ในวันที่  4พ.ย. 61  เพื่อเป็นการหักลบกับค่าปรับ

 

 

  นางธนิสร กุยแก้ว ผู้เสียหาย จากการรับจ้างทำข้าวกล่อง แต่ผู้สั่งไม่มารับ เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พญาแมน ว่า ถูกน.ส.กัญจ์หทัย และน.ส.ธนิตา ผู้ว่าจ้างให้ทำข้าวกล่อง 10,000 กล่อง กล่องละ 35 บาท พร้อมน้ำดื่มอีก 10,000 ขวด รวมเป็นเงินต้นทุนกว่า 800,000 บาท แต่หลังจากทำเสร็จ เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 61 โดยใช้แรงงานรวมญาติพี่น้องกว่า 30 คน มาช่วยกันทำ ซึ่งไม่ได้หลับไม่ได้นอน แต่ผู้สั่งไม่มารับของตามกำหนด ทำให้ได้รับความเสียหายอย่างมาก

 

 

 


  ความคืบหน้าล่าสุดนั้น  เมื่อคืนวันที่ 7 พ.ย. 61 เพจชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม โดย นาย อัจฉริยะ เรืองรัตนาพงษ์ ประธานชมรมฯ ก็ได้เผยผ่านเพจ เเละไลฟ์สดเเฉขบวนการข้างกล่องลวงโลก  ว่าได้ก่อคดีต่างไว้มากมาย โดยเฉพาะรายของ คนชื่ออิ๋ว เเละก็ได้โดนเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบตั้วได้เเล้ว ทั้ง2 ราย คือ  นางกัญจ์หทัย สุขใส หรือป้าง และ น.ส.ธนิตา จันทร์อิ่ม หรืออิ๋ว  หลังจากที่ นายเจษฎา ลิ้มศรีตระกูล นายอำเภอพิชัย จ.อุตรดิตถ์  พร้อมกับ ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์ เเละ สภ.พญาเเมน  ก็ได้ทำการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว เเละขยายผลไปยังกลุ่มผู้ว่าจ้าง

 

.

 

ในส่วนของเรื่องราวเบื้องลึกเพิ่มเติม ของ ก๊วนข้าวกล่องลวงโลกนั้น ด้าน น.ส.ติ๋ว (นามสมมติ) เพื่อนของ นางธนิสร กุยแก้ว จิ๋ม เปิดเผยว่า ตนเริ่มสงสัยพฤติกรรมของนางกัญจ์หทัย สุขใส หรือ ป้าง ผู้ว่าจ้าง ตั้งแต่ไม่ส่งขวดเพื่อบรรจุน้ำให้นางธนิสร ทำให้ต้องบรรจุน้ำใส่ถุงเพื่อใช้แทนขวด ซึ่งตนตั้งข้อสงสัยว่า หากเป็นคำสั่งซื้อข้าวจากบริษัทใหญ่ เหตุใดจึงไม่มีการเตรียมพร้อม

 

 

 

 

 

 

กระทั่งช่วงเช้าของวันที่ 3 พ.ย. 61 ซึ่งเป็นวันที่นางกัญจ์หทัยต้องมารับน้ำที่บรรจุใส่ถุงไปส่งที่โรงงาน ตนจึงสะกดรอยตามรถบรรทุกน้ำทั้ง 2 คันไป เมื่อไปถึงระหว่างทาง พบว่ารถกระบะบรรทุกน้ำดังกล่าวจอดอยู่ข้างทาง จากนั้นคนงานจึงขนย้ายน้ำจากรถคันหนึ่งไปอีกคัน หลังจากนั้นรถกระบะคันดังกล่าวได้ขับนำน้ำมาคืนที่บ้านของนางธนิสร และให้เหตุผลว่าน้ำดังกล่าวไม่ได้มาตรฐาน เป็นเหตุให้นางธนิสรถูกปรับถึง 1 แสน 5 หมื่นบาท ซึ่งนางธนิสรต้องทำน้ำส่งไปอีกชุด โดยเป็นการหักจากหนี้ค่าปรับ 1 แสน 5 หมื่นบาท เป็นการชดใช้ที่น้ำรอบแรกไม่ผ่านมาตรฐาน ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าว ครอบครัวก็เริ่มตักเตือนและห้ามปรามแต่นางธนิสรก็ไม่ยอมฟัง

 

 

 

 

ในระหว่างนั้น ตนทราบว่านางกัญจ์หทัยให้นางธนิสรทำสัญญาถึง 3 ครั้ง แต่ตนก็ไม่รู้รายละเอียด ซึ่งตนก็สังเกตว่านางธนิสรพยายามผลิตข้าวกล่องให้ทัน แม้จะไม่ได้หลับไม่ได้นอน กระทั่งถึงวันส่งมอบข้าวกล่อง ตนเห็นว่าในวันดังกล่าว นางกัญจ์หทัยยืนต่อว่านางธนิสรว่า ข้าวไม่ทันแล้วเพราะไม่ตรงเวลา ซึ่งเป็นการผิดสัญญา ตนคิดว่าคนกลุ่มนี้มีลักษณะที่ผิดปกติมาก รวมถึงตนยังเคยเจอคนใกล้ ๆ กับ สภ.พญาแมน ให้ข้อมูลว่า บ้านของนางกัญจ์หทัยมักจะมาแจกข้าวฟรีเป็นประจำ โดยมักจะบอกว่าถูกหวย, แก้บน และขายที่ดินได้ จึงนำข้าวมาแจก

 

 

 

  ด้าน น.ส.ณัฐพรรณ มั่นเข็มทอง หรือ แคท เพื่อนของจิ๋ม เปิดเผยว่า ตนเคยเป็นหุ้นส่วนรับทำข้าวกล่องในครั้งนี้ด้วย แต่พี่ชายของตนเห็นหน้าของอิ๋ว ซึ่งเป็นคนกลุ่มเดี๋ยวกับนางกัญจ์หทัย และทราบว่าอิ๋วมีคดีติดตัว จึงเตือนไม่ให้ตนไปยุ่งหรือทำธุรกิจร่วมกับอิ๋ว ต่อมาเมื่อตนไปสั่งหมูในตลาด แม่ค้าขายหมูก็บอกให้ตนเช็กอิ๋วดี ๆ ว่าจะนำข้าวไปส่งที่ไหน  ซึ่งตนได้รับทำข้าวเพียง 2,000 กล่อง และซื้ออุปกรณ์ไปประมาณ 50,000 บาท แต่เมื่อมาทราบประวัติของอิ๋ว และนางกัญจ์หทัย ตนจึงสั่งยกเลิกของสดทั้งหมด และยอมขาดทุนถึง 50,000 บาท หลังจากนั้นตนก็พยายามเตือนนางธนิสร แต่เขาก็ถอนตัวไม่ทันแล้ว เพราะได้ซื้อวัตถุดิบทำอาหารไว้เยอะแล้ว นอกจากนี้ นางธนิสรยังมีความหวังว่าจะนำรายได้จากการทำข้าวกล่องนี้ไปผ่อนรถ ซึ่งตนก็ห้ามปรามไม่ได้จริง ๆ

 

 

 นอกจากนี้ นางสาวยลภัทร์ สันบุรี ผู้เสียหาย  เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาตนเองเชื่อใจนางสาวพนิตา หรืออิ๋ว มากเพราะว่าตอนที่รู้จักกันผ่านเฟซบุ๊ก นางสาวพนิตามีโปรไฟล์เป็นคนดี มีภาพการบริจาคและเหลือผู้อื่นลงบนเฟซบุ๊ก รวมถึงเวลาพูดคุยกับตูนก็พูดคุยแต่เรื่องช่วยเหลือผู้อื่น ทำให้ตนมีความรู้สึกดีและเกิดความไว้ใจ

 

 

ที่สำคัญ ยังมีเรื่องไสยศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยนางสาวพนิตา หรืออิ๋ว ได้เอาดวงของตนไปดูให้บุคคลชื่อ รองกิต และอ้างว่า หากตนเองทำธุรกิจสัมปทานน้ำแล้วจะดี เพราะดวงของตนเหมาะกับการทำธุรกิจสีเทา ทำให้ตนหลงเชื่อเพราะตนก็เคยดูดวงมาในลักษณะ และนางสาวยลภัทร์ ยังกล่าวพร้อมน้ำตาว่า หลังจากที่ตนโดนโกงก็ทำให้ชีวิตของตนลำบากขึ้นมากจากคนเคยมีตอนนี้ลำบากมากทำงานใช้หนี้ก็ไม่พอกิน “คนเคยมี ชีวิตยังลำบาก ทุกวันนี้ทำงานใช้หนี้ไม่พอกิน”

 

 

 


   ในส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ทาง  พล.ต.ต.พยูห์ ธนะศรีสืบวงศ์ ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า หลังสอบปากคำนางกัญจ์หทัย สุขใส หรือป้าง และ น.ส.ธนิตา จันทร์อิ่ม หรืออิ๋ว กว่า 3 ชั่วโมง ผู้ต้องหาได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าว และไม่ขอให้ปากคำใดๆ ซึ่งผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 ยังยืนยันว่า ทำถูกต้องตามสัญญาในการว่าจ้างทำข้าวกล่อง และไม่ใช่คนผิด ซึ่งจะขอให้การในชั้นศาล และจะฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียนางธนิสร เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาฉ้อโกง และปล่อยตัวทั้ง 2 ไป

 

 

 

 

 

ขอบคุณ

ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม

ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
ดลวรรธน์ โพธิชาธาร


HASTAG : สภ.พญาเเมน  ข้าวกล้อง  อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์  ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม  โรงงาน  อุตรดิตถ์  โกง  ตำรวจ 

ติดตามข่าวอื่นๆ