ด่วนๆ รวบแล้ว "อิ๋ว-ป้าง" คู่หูตัวแสบเร่สั่ง" ข้าวกล่อง "รีดเงินเหยื่อ "อัจฉริยะ"ไลฟ์แฉเลวกว่าคิดเยอะ

จากกรณีที่นางธนิสร กุยแก้ว ผู้เสียหายจากการรับจ้างทำข้าวกล่อง แต่ผู้สั่งไม่มารับ ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พญาแมน ว่าถูก นางกัญจ์หทัย สุขใส หรือ  ป้าง และ น.ส.ธนิตา จันทร์อิ่ม หรืออิ๋ว  ว่าจ้างให้ทำข้าวกล่อง 10,000 กล่อง กล่องละ 35 บาท พร้อมน้ำดื่มอีก 10,000 ขวด รวมเป็นเงินต้นทุนกว่า 800,000 บาท แต่หลังจากทำเสร็จ เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 61 โดยใช้แรงงานรวมญาติพี่น้องกว่า 30 คน มาช่วยกันทำ ซึ่งไม่ได้หลับไม่ได้นอน แต่ผู้สั่งไม่มารับของตามกำหนด ทำให้ได้รับความเสียหายอย่างมากนั้น 

โดยทางด้านพล.ต.ต.พยูห์ ธนะศรีสืบวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้า เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ว่าได้สอบปากคำนางธนิสร และพยาน เพื่อรวมทั้งรวบรวมหลักฐานต่างๆ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนชุดใหญ่ของจังหวัด เพื่อมาดำเนินการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด แต่เบื้องต้นพบประวัติ น.ส.ธนิตา ซึ่งเป็นผู้ชักชวนให้ทำสัญญา มีประวัติเสียหลายคดี ทั้งยักยอกทรัพย์ ฉ้อโกง ครอบครองยาเสพติด ในพื้นที่พิชัยสภ.พญาแมน จังหวัดอุตรดิตถ์ และไทรย้อย จังหวัดพิษณุโลก อยู่ระหว่างประกันตัวสู้คดี ก็จะตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีคดีเก่าอะไรบ้าง 

 

 


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : มาเป็นชุด! ตร.อุตรดิตถ์ลุยคุ้ยหลักฐานมัดแก๊งรีดเงิน "ข้าวกล่อง" เจอพิรุธอื้อ ประวัติก่อคดียาวเป็นหางว่าว

 

ล่าสุดในเพจเฟซบุ๊กชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม  นำโดยนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ เ ได้เปิดประเด็น ออกโรงแฉกรณีดังกล่าว ถึงน.ส.ธนิตา หรือ น้องอิ๋ว ที่หลอกว่าจ้างให้คนในจังหวัดอุตรดิตถ์ทำข้าวกล่องกว่า 1 หมื่นกล่อง นั้น แท้จริงคือนักต้มตุ๋นตัวแม่ ที่มีคดีติดตัวเพียบ และมีสามีเป็นอดีตทหาร ครั้งหนึ่งเคยหลอกลวงเพื่อน ว่าแม่ป่วยหนัก ต้องรับการผ่าตัดด่วน ขอยืมเงิน 150,000 บาท แล้วสุดท้ายก็ชิ่งหนี ซึ่งตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.พญาแมน จ.อุตรดิตถ์ ได้คุมตัวไว้ผู้ต้องหาแล้วจำนวน 2 ราย ได้แก่ นางกัญจ์หทัย สุขใส หรือ ป้าง และ น.ส.ธนิตา จันทร์อิ่ม หรือ อิ๋ว ซึ่งได้ทำการหลอกลวงฉ้อโกงให้ผลิตข้าวกล่อง พร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันฉ้อโกงแล้ว 

 

 


อีกทั้งยังพบว่าเป็นการกุเรื่องขึ้นมา ไม่ได้มีโรงงานตามที่สัญญาสัมปทานกล่าวอ้างแต่อย่างใด  เป็นกลอุบายหลอกผู้เสียหาย และยังมีการเปลี่ยนสัญญาหลายครั้ง เมื่อเหยื่อหลงกลจึงตกลงซื้อสัมปทานดังกล่าว แล้วจ่ายเงินค่าสัมปทานจำนวน 106,000 บาท

 

 

 

ประวัติคดีของน้องอิ๋ว 

 

 

ทั้งนี้ น.ส.ธนิตา  หรือน้องอิ๋วเป็นหัวโจก หลังได้เงินมัดจำไปแล้ว ก็ใช้กลอุบายเพื่อยึดเงินมัดจำ จากนั้นก็ทำสัญญาฉบับหนึ่งขึ้นมาว่าต้องผลิตข้าว 1 หมื่นกล่อง น้ำ 1 หมื่นขวด ไข่ต้ม 1 หมื่นฟอง แล้วแยกเป็น 3 สัญญา แต่ละสัญญาถ้าทำไม่สำเร็จจะมีโทษปรับ เช่นข้าวกล่องรับซื้อ 35 บาท ปรับ 3.5 แสน ทำให้เหยื่อเสียดายเงินมัดจำจึงยอมทำสัญญา ก่อนดึงเวลาส่งมอบ พอเหยื่อผลิตไม่ทันจึงถูกบอกเลิกสัญญาเพื่อยึดเงินมัดจำและเรียกเงินค่าปรับ โดยน้องอิ๋วก่อคดีฉ้อโกงใน จ.อุตรดิตถ์มาแล้ว 6 ราย ใช้วิธีในทำนองเดียวกัน

 

 


นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติของน.ส.ธนิตา พบว่ามีคดีฉ้อโกงมากกว่า 5 คดี และคดีครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่ายอีก 1 คดี ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 1 ปี ปรับ 1 แสน และต้องไปฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันที่ 12 พ.ย.นี้ โดยเราจะเข้ามาช่วยเหลือเหยื่อทั้ง 3 ราย ถ้าถูกฟ้องร้องจะให้ทีมทนายไปช่วยเหลือโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และยังพบว่ามีคนมีสีซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยเหลือน้องอิ๋ว พร้อมทั้งได้รับส่วนแบ่งเป็นค่าปรับ โดยมีการการวางแผนไว้ล่วงหน้า แล้วให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกกับเเหยื่อที่รับทำข้าวกล่องว่าทำผิดสัญญาต้องชดใช้ให้เขา  สำหรับการที่ยืมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจมานั้น  ก็เพื่อเจตนาให้ชาวบ้านหวาดกลัว และยอมหลงกลแต่โดยดี ส่วนวิธีการเลือกเหยื่อแต่ละรายนั้น ขั้นตอนแรกจะตรวจสอบดูว่าเหยื่อมีความรู้เรื่องกฎหมายหรือไม่ ถ้าไม่มีก็จะเข้าดำเนินการทันที รวมถึงการพยายามเอายอดเงินสูงๆ เป็นตัวล่อ ให้ผลิตเยอะๆ แล้วสุดท้ายส่งมอบไม่ทัน ตนเองก็จะได้เงิน และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ช่วยก็จะได้ส่วนแบ่งอีกด้วย 

 

 


ขณะที่มีรายงานเพิ่มเติม   ล่าสุด พล.ต.ต.พยูห์  เปิดเผยว่า   นางกัญจ์หทัย สุขใส หรือป้าง  อายุ 40 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 104  หมู่ 4 ต.บ้านเสด็จ อ.เคียนชา จ.สุราษฎร์ธานี  และ น.ส.ธนิตา จันทร์อิ่ม หรืออิ๋ว อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99/9  หมู่ 3 ต.พญาแมน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์    ได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว  ก่อนถูกแจ้งข้อหาฉ้อโกง โดยทางผู้ต้องหาได้ปฏิเสธกระทำผิด  พร้อมระบุว่า  ผู้เสียหายเป็นฝ่ายผิดสัญญา  จึงจะต่อสู้คดีให้ถึงที่สุด  และจะให้การในชั้นศาลเท่านั้น   ส่วนการค้นบ้านผู้ต้องหา  ตรวจพบเอกสารการโอนเงินต่าง ๆ เป็นมูลค่ากว่า 1 แสนบาท

 

 

 


อย่างไรก็ตามจากการสอบปากคำผู้เสียหายและผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งลงพื้นที่โรงงานที่ผู้ทำสัญญากล่าวอ้างว่าทำข้าวกล่องส่งให้กับโรงงาน  กลับพบว่าไม่มีข้อมูลเรื่องการว่าจ้างสัมปทานเรื่องการทำข้าวให้กับใครแต่อย่างใด  ตรงตามพฤติการณ์ที่ได้รับมาว่าการสั่งทำข้าวกล่อง 10,000 กล่อง เป็นข้ออ้างซึ่งไม่มีที่มาที่ไป  จากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะเร่งรวบรวมหลักฐานให้ครอบคลุมและรวดเร็วที่สุด เพื่อเอาผิดกับผู้ต้องหาต่อไป


ส่วนประวัติทางด้านคดีที่มีการเปิดเผยจากนายอัจฉริยะ พล.ต.ต.พยูห์ ยอมรับว่า  นางธนิตา มีประวัติเรื่องการครอบครองยาเสพติดแต่มีการสู้คดีจนยกฟ้อง  นอกจากนี้ยังเคยก่อคดีฉ้อโกงอีกหลายคดี โดยส่วนใหญ่มีการเจรจายอมความ  จึงอยากให้ผู้เสียหายที่เคยถูกทั้ง 2 รายฉ้อโกง สามารถมาแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติมได้ที่ สภ.พญาแมน

 

 

 

 


ขณะที่  น.ส.นภัสวรรณ ยิ้มเจริญ  ซึ่งเคยถูกผู้ต้องหาหลอกลวง    เปิดเผยว่า   ภายหลังทราบว่า นางธนิตา และ น.ส.กัญจ์หทัย มาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่  จึงมาขอดูหน้าและอยากถามว่า ทำไมยังหลอกลวงชาวบ้านอีก   หลังจากปีที่แล้วพ่อของตนคือ นายอัครเดช ยิ้มเจริญ ได้ทำสัญญาทำข้าวกล่องส่งให้ในระยะเวลาสัญญา 9 ปี สำหรับการทำข้าวกล่องส่งวันละ 2 มื้อๆ ละ 10,000 กล่อง รวม 20,000 กล่อง และต้องเสียค่าทำสัญญาสัมปทานกว่า 700,000 บาท


รวมๆเงินใช้จ่ายในการซื้อวัสดุอุปกรณ์ทำอาหารจาก น.ส.กัญจ์หทัย อีกว่า 2 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 3 ล้านบาท แต่เมื่อทำข้าวกล่องส่งไป  ก็ถูกปฏิเสธรับข้าวกล่องตั้งแต่ทำครั้งแรก โดยอ้างว่าข้าวแฉะ ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้พ่อซึ่งเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ เกิดอาการเครียดมากจนเสียชีวิต เนื่องจากพ่อตั้งใจและทุ่มเทกับงานนี้อย่างมาก  ถึงขั้นเลิกทำธุรกิจในการขายส่งสินค้าอุปโภคบริโภค  ส่วนเหตุผลที่ไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีตั้งแต่แรก  เนื่องจากทางทนายความให้รับคำแนะนำว่า สัญญาที่ทำเราเป็นฝ่ายเสียเปรียบ  รวมถึงเป็นคดีแพ่งที่จะต้องเสียค่าทนาย และเสียเวลาขึ้นศาลพิสูจน์ความจริง โดยไม่แน่ใจว่าจะได้ค่าชดเชยคืนท้้งหมดหรือไม่ จึงได้แต่ทำใจก่อนจะเกิดกรณีล่าสุดที่มีคนออกมาแจ้งความดำเนินคดี โดยตนพร้อมเป็นพยานช่วยเหลือทางคดีให้อย่างเต็มที่

 

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม 


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล


HASTAG : น้องอิ๋ว  ข้าวกล้อง  อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์  ต้มตุ๋น  เบื้องหลัง  หลอกลวง  คุก  ตำรวจ 

ติดตามข่าวอื่นๆ