เปิดข้อมูลใหม่ล่าสุด "ไลออนแอร์เที่ยวบินมรณะ" ดิ่งลงน้ำด้วยความเร็วสูงขณะเครื่องยังทำงาน

 

    จากรายงานโศกนาฏกรรม เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2561 ที่ผ่านมา เหตุเครื่องบินโบอิ้ง 737 เที่ยวบิน JT-610 ของ สายการบินไลอ้อนแอร์ มีเป้าหมายเดินทางจากกรุงจาการ์ตา ไปยังเมืองปังกัล ปีนัง เมืองใหญ่บนเกาะบังกา เบลิตุ เกิดขัดข้องตกทะเลนอกชายฝั่งเกาะสุมาตรา ภายหลังบินขึ้นจากสนามบินได้เพียง 13 นาที 
 

 

    จากข้อมูลเผยว่า หลังจากนักบินทำการเทคออฟไต่ขึ้นระดับความสูง 5,000 ฟุต (1,524 เมตร) นักบินได้ทำการติดต่อมาที่หอบังคับการเพื่อขออนุญาตนำเครื่องกลับมาลงจอด ทว่าหลังจากนั้นเครื่องบินลำดังกล่าวได้หายไปจากจอเรดาห์อย่างไม่ทราบสาเหตุ และหอบังคับการไม่สามารถทำการติดต่อได้ จนในเวลาต่อมามีการยืนยันว่าผู้โดยสารในเครื่องลำดังกล่าวมีทั้งสิ้น 188 คน เป็นผู้โดยสารที่เป็นผู้ใหญ่ 178 คน เด็ก 1 คน ทารก 2 คน และมีลูกเรือ 7 คน

 

 


 

 

    ทางการอินโดนีเซียได้ระดมกำลังจากทุกภาคส่วนเพื่อเร่งช่วยเหลือแต่ไม่พบสัญญาณของผู้รอดชีวิต มีเพียงแต่เศษซากของชิ้นส่วนเครื่องบินที่ลอยขึ้นเหนือผืนน้ำพร้อมกับของใช้ส่วนตัวของผู้โดยสาร อาทิ โทรศัพท์มือถือ และกระเป๋า ด้านนายเอ็ดเวิร์ด ซีเรต ซีอีโอของไลอ้อนแอร์ ได้ออกมาเปิดเผยกับเอเอฟพีในภายหลังว่า เครื่องบินลำที่เกิดเหตุ เพิ่งมีปัญหาด้านเทคนิค และถูกซ่อมที่ท่าอากาศยานที่บาหลีก่อนจะบินมาที่กรุงจาการ์ตา แต่กลับมีแจ้งเตือนให้วิศวกรที่จาการ์ตาซ่อมเครื่องนี้อีกครั้ง ซึ่งหมายความว่าเครื่องบินถูกซ่อมทั้งหมดสองครั้ง แต่นายเอ็ดเวิร์ดกล่าวว่าการซ่อมก่อนขึ้นบินเป็นขั้นตอนปกติของเครื่องบินทุกลำ

    เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด 6 พ.ย. 2561 นายโซจานโต เทียโจโน ประธานคณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่ง อินโดนีเซีย (เคเอ็นเคที) ได้เผยถึงความคืบหน้า ผ่านการให้สัมภาษณ์ ว่าจากเศษซากเครื่องที่หน่วยกู้ภัยพบ พร้อมใบพัดเครื่องทำให้ผู้เชี่ยวชาญสรุปได้ว่า เครื่องยนต์เครื่องบินโบอิง 737 แม็กซ์ 8 ยังทำงาน ขณะดิ่งลงทะเลชวาด้วยความเร็วสูง ก่อนที่จะปะทะผิวน้ำอย่างรุนแรงจนแตกออกเป็นเสี่ยง ผิดกับที่สันนิษฐานไว้ในเบื้องต้นว่าสาเหตุน่าจะมาจากหักกลางอากาศเพราะความล้าของโลหะ  แต่จากรูปการณ์สามารถยืนยันได้ว่าไม่เป็นเช่นนั้น

 

 

 

 


 

 

    เพราะเครื่องยนต์กำลังทำงานอยู่ขณะดิ่งทะเลด้วยความเร็วสูง มีการคาดการณ์ว่าอาจอยู่ที่ประมาณ 1,000 กม. /ชม. หรืออาจมากกว่านั้น ต่างจากปี 2557 กรณีเครื่องบินแอร์เอเชียเที่ยวบิน QZ8501 ที่สูญเสียแรงยกไม่สามารถเกาะอยู่ในอากาศและร่วงหล่น ตกทะเลชวา นอกเกาะบอร์เนียว ราว 40 นาทีหลังทะยานขึ้นจากเมืองสุราบายา จนทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือ 162 คนเสียชีวิต จะเห็นได้ว่าเมื่อเปรียบเทียบจากจำนวนผู้เสียชีวิต และสาเหตุการตก ครั้งนี้ถือว่ารุนแรงกว่ามาก 

 

    มีรายงานเพิ่มเติมภายหลังดำเนินการกู้ภัยมาเป็นเวลากว่าสัปดาห์ว่า ขณะนี้ยังไม่พบกล่องดำที่บันทึกการสนทนาของนักบิน เพราะคาดว่าน่าจะอยู่ใต้โคลนทะเล อาจต้องรอให้กระแสน้ำแรงเพื่อช่วยลดความหนาแน่นของโคลนที่ปิดทับอยู่ ขณะที่กล่องบันทึกข้อมูลการบินที่เก็บกู้มาได้ก่อนหน้านี้ได้ทำการดาวน์โหลดข้อมูลพบเที่ยวบินรวม 19 เที่ยว แต่ความหวังที่จะพบชิ้นส่วนหรือุปกรณ์การบินที่สมบูรณ์นั้นมีไม่มากนัก เพราะจากที่พบส่วนที่แข็งแรงทนทานที่สุดของเครื่องบินยังแหลกละเอียด อย่างไรก็ตามทีมค้นหาจะยังคงเก็บกู้ซากต่อไป

 


    ทั้งนี้กล่องบันทึกเสียงสนทนานั้น มีความสำคัญมากเพราะจะช่วยไขปริศนาว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนที่เครื่องจะตก และอาจช่วยให้คำตอบได้ว่าเหตุใดนักบินจึงขออนุญาตหอบังคับการเพื่อนำเครื่องกลับ อย่างไรก็ตามจะมีการเปิดเผย ผลสอบสวนเบื้องต้นใน 1 เดือน ส่วนรายงานฉบับสมบูรณ์อาจจะต้องใช้เวลาราว 6 เดือน ด้านรายงานผู้เสียชีวิตขณะนี้สามารถเก็บกู้ศพได้ 138 ราย แต่ระบุเอกลักษณ์บุคคลได้เพียง 14 รายเท่านั้น

 

    สำหรับเครื่องลำดังกล่าวเป็นเครื่องบินลำใหม่ ของบริษัทโบอิ้ง มีฐานผลิต ในเมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา และเพิ่งนำมาใช้งานได้เพียงสองเดือน คือตั้งแต่เดือน ส.ค. 2561 ที่ผ่านมา จดทะเบียนในรหัส PK-LQP  ถือเป็นรุ่นล่าสุดที่ออกมาแทนที่ 737-800 ชื่อรุ่น 737 MAX 8 (7M8) และยังได้รับความนิยมอย่างสูงในหลายสายการบินมาตรฐานสากล

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
เอกชัย เรืองฉาย


HASTAG : เจาะทีนิวส์  ไลออนแอร์  เครื่องบินตก 

ติดตามข่าวอื่นๆ