กะไม่ให้ใครได้ผุดได้เกิด 7-11 เอาอีกดันธุรกิจรับ-ส่งพัสดุ ซักผ้ายังได้ ผู้ประกอบการอื่นๆ เตรียมร้องขอชีวิตกันให้ดี

 

    ยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดลงง่ายๆ กับกลยุทธ์การตลาดแบบกินรวบ ตามฉบับนายทุนยักษ์ใหญ่ CP Group ที่ก่อนหน้านี้ได้เริ่มทดลองการให้บริการรูปแบบใหม่ โดยการส่งของแบบ Delivery เมื่อสั่งซื้อสินค้าจาก 7-Eleven 100 บาทขึ้นไป อ่านต่อเพิ่มเติม : ไม่จบไม่สิ้นกินรวบทั้งประเทศ "นายทุนยักษ์ใหญ่" เจ้าเดิมเปิดแผนการตลาด "เดลิเวอรี่" วันสิ้นสุดร้านโชห่วย เอาทุกทาง 

 

    ด้วยพฤติการณ์ที่ปรากฏ จะเห็นได้ว่าเป็นลักษณะการรุกคืบทีละนิดโดยมีเป้าหมายผูกขาดทางการค้าอย่างชัดเจน และจากสถานการณ์ล่าสุดที่ธุรกิจขนส่งอาจต้องมีหนาวๆ ร้อนๆ ไปตามๆ กัน เมื่อ 7-Eleven ได้เปิดให้บริการรับ-ส่งพัสดุด่วน ภายใต้แนวคิด "สปีด-ดี รับ-ส่งพัสดุด่วน 24 ชั่วโมง ส่งง่าย รับสะดวก" โดยให้เหตุผลว่า เพื่ออำนวยความสะดวกในการรับส่งพัสดุ พร้อมรองรับอัตราการเติบโตที่ก้าวกระโดดของธุรกิจอีคอมเมิร์ซซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในยุค 4.0 ช่วยส่งสินค้าสะดวกมากขึ้น

 

    และลูกค้าสามารถรับ รับสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง เช่นกัน เป็นจุดเด่นที่พร้อมจะเกทับไปรษณีย์ไทยหรือ kerry ที่มีกำหนดเวลาการเปิด-ปิดทำการ ขณะนี้บริการสปีด-ดี กำลังทะยอยเปิดในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ เป็นจำนวนกว่า 3,700 สาขา

 

    ไม่เพียงแต่เท่านี้ เพราะรูปแบบการให้บริการของ 7-Eleven ได้มีการพัฒนาปรับเปลี่ยนให้ทันสมัย สอดคล้องกับสภาพสังคมและวิถีชีวิตชุมชนอยู่ตลอดเวลาไม่ได้มีแค่การวางขายสินค้าตามชั้นวาง แต่ถูกเพิ่มเติมด้วยบริการอำนวยความสะดวกครบวงจร ทั้งศูนย์อาหารเสมือนในห้างสรรพสินค้า พร้อมกับเมนูใหม่ๆ ยิ่งกว่านั้นยังพบว่าบางสาขาอย่างประชาสงเคราะห์ 23 มีบริการขายอาหารตามสั่ง

 

 

    หากมีนัยแอบแฝงที่ควรนำมาขบคิด เพราะในบริเวณดังกล่าวมี 7-Eleven อยู่สองสาขา ที่ห่างเพียงฟากถนนตรงข้าม โดยสาขาที่มีขนาดเล็กกว่าสินค้าน้อยกว่าเป็นของแฟรนไชส์ ต่างกับสาขาใหญ่ที่มีตั้งแต่สินค้าละลานตายันอาหารตามสั่ง พฤติการณ์เช่นว่านี้ คล้ายจะเป็นการขายแฟรนไชส์เพื่อเป็นการชิมลางหรือปล่อยหนูลองยาเพื่อทำการทดลองตลาดว่ามีกระแสตอบรับที่ดีหรือไม่ ก่อนที่สาขาของนายทุนจะมาเปิดในละแวกใกล้เคียงแบบชนิดที่ว่าพร้อม "ฆ่า" คู่แข่งทางการค้าให้มอดม้วยมรณา

 

    นอกจากนี้สำหรับบางสาขาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ยังมีบริการซักผ้าครบวงจร ทั้งซัก อบ รีด และซักแห้ง ตลอด 24 ชั่วโมง โดยให้ธุรกิจ SME มืออาชีพที่เชี่ยวชาญธุรกิจด้านนี้มาเช่าพื้นที่ แน่นอนว่าขณะนี้เป็นเพียงการทดลองซึ่งหากได้รับความนิยมจะมีการขยับขยายเดินหน้าแบบเต็มตัว ต่างจากเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญตามร้านขายของชำอย่างสิ้นเชิง เพราะ เครื่องซักผ้าในร้านสะดวกซื้อยักษ์ใหญ่ ใช้ เทคโนโลยีซิลิโคน จากประเทศญี่ปุ่น ช่วยทำความสะอาดเสื้อผ้า ในเวลาอันรวดรวดเร็ว ประมาณ 45-50 นาทีต่อรอบ และยังสามารถซักผ้าได้ถึง 18 กิโลกรัมต่อครั้ง อีกทั้งยังไม่ทำลายเนื้อผ้าหรือเกิดการระคายเคืองกับผู้สวมใส่ ทำให้ให้บริการได้อย่างรวดเร็ว เป็นที่ถูกอกถูกใจสอดคล้องกับวิถีชาวกรุงที่เร่งรีบยิ่งนัก

 

 


    เหล่านี้ล้วนเป็นการสะท้อนถึงความกระหายที่จะประสบความสำเร็จในสนามการค้าแบบไม่เลือกวิธี โดยใช้วิธีควบคุมตลาดเปิด 7-Eleven แบบหว่านแห ไม่เหลือช่องทางการแข่งขันให้กับคนท้องถิ่นที่อยากประกอบธุรกิจ และไม่เว้นแม้แต่แฟรนไซส์บางเจ้าที่ต้องก้มหน้ารับกรรมเพราะทนสู้แรงกดดันไม่ไหว 
 

 

    จะเห็นได้ว่าอำนาจทางการเงินที่ล้นเหลือของ CP นั้นสามารถกำหนดทิศทางตลาดจนผู้แข่งขันเหลือน้อยหรือเลวร้ายกว่านั้นคือหายสาบสูญ หากเป็นเช่นนี้ต่อไปผลบั้นปลายก็ไม่ใช่เรื่องที่คาดเดายาก เพราะท้ายสุดแล้วการผูกขาดทางการค้าแบบเบ็ดเสร็จก็จะไม่ใช่ใครอื่นหากเป็นบริษัททุกยักษ์ใหญ่ที่ไร้ซึ่งการควบคุม อย่าง CP นั้นแล

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
เอกชัย เรืองฉาย


HASTAG : เจาะทีนิวส์  7-Eleven  ซีพี 

ติดตามข่าวอื่นๆ