แปลก..ประชาธิปัตย์ จ้างบ.ทำแอพฯล่ม สัมพันธ์แนบชิดทักษิณ? ไม่กลัวข้อมูลสมาชิกพรรครั่วไหลหรือไง?

สืบเนื่องจากการที่ พรรคประชาธิปัตย์ ได้เปิดให้สมาชิก ใช้สิทธิ์ลงคะแนนหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรค เป็นผู้เปิดศูนย์บัญชาการการหยั่งเสียง และใช้สิทธิ์เป็นคนแรก แต่ปรากฎว่า ระบบลงคะแนนที่คูหา มีปัญหาขัดข้องทางเทคนิคล่ม ทำให้ไม่สามารถเปิดลงคะแนนได้  เนื่องจาก ยังไม่มีการเซ็ตเวลาไทม์โซน เวลาจากอังกฤษเป็นเวลาไทย ซึ่งช้ากว่า 7 ชั่วโมง  ให้เป็นเวลาของประเทศไทย และยังมีการระบุว่า มีทีมผู้สมัครบางรายเกิดความไม่ไว้วางใจในระบบ ทำให้ระบบที่วางไว้ไม่ทำงานจนเป็นเหตุให้ไม่สามารถเชื่อมต่อระบบได้ ทางกกต.พรรค จึงสั่งทำเลื่อนการลงคะแนนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ภาคเหนือ และภาคกลาง ต้องเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 9 พ.ย.นั้น

นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว กกต.พรรค ในฐานะตัวแทนฝ่ายสนับสนุน น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ผู้สมัครเข้ารับการหยั่งเสียงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคฯ หมายเลข 2 แถลงชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า ตนขอยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง และขอความเป็นธรรมให้กับน.พ.วรงค์ด้วย เพราะเมื่อสื่อรายงานออกไปเช่นนี้ อาจทำให้สมาชิกพรรคเชื่อว่าเป็นการกระทำของ น.พ.วรงค์และกระทบต่อความเชื่อถือจนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งได้ และกกต.เองก็ไม่ได้เป็นผู้กำหนดหรือตัดสินในการที่จะให้บริษัทได้มาทำแอพพิเคชั่น

 

“ผมเชื่อว่าที่มีข่าวออกมาเช่นนี้เพราะมีคนพยายามดิสเครดิตหมอวรงค์ และเรื่องนี้ทางนายชุมพล กาญจนะ ประธาน กกต. พรรค ได้บอกแล้วว่าเป็นการแข่งขันกันแบบพี่แบบน้อง เราเชื่อมั่นในความเป็นประชาธิปัตย์ ยืนยันว่าการเลือกตั้งครั้งมีความโปรงใสตามหลักของการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม”

 

ส่วนจะมีการออกใบเหลืองใบแดงให้กับผู้สมัครที่มีพฤติกรรมทุจริตหรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ผู้สมัครทั้ง3 มีวุฒิภาวะรู้ระบบการเลือกตั้งอยู่แล้ว และมีดุลยพินิจพอ เพราะกกต.พรรคได้กำชับทุกคนให้กระทำตามกรอบระเบียบที่วางไว้อย่างเคร่งครัดอยู่แล้ว

 

เมื่อถามว่ากกต.เป็นผู้อนุมัติให้ว่าจ้างบริษัทดังกล่าวมาทำแอ็พพิเคชั่นหรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่ากกต.ไม่มีส่วนรับรู้ด้วย หากอยากทราบว่าเป็นบริษัทของใครให้ไปสอบถามนายศิริโชค โสภา รองเลขาธิการพรรคฯ ดูได้

 

ด้านตัวแทนทีมไอทีของทีม น.พ.วรงค์ กล่าวว่า บริษัทที่เข้ามาดำเนินการเรื่องแอพพิเคชั่น มีก่อนที่จะมีการแต่งตั้งกกต. และเมื่อตัวแทนไอทีของทั้งสามฝ่ายเข้ามาทำงานจะเสนอให้มีการปรับหรือลดอย่างไร ก็ไม่สามารถทำได้เพราะบริษัทได้เซ็ตระบบไว้แล้ว และเครื่องดังกล่าวเพิ่งนำมาติดตั้งเมื่อ 3 วันที่แล้ว ซึ่งทำผิดสัญญา และหากตรวจสอบว่า บริษัทดังกล่าวเป็นของใครก็จะเข้าใจว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

 


ต่อมาทาง ด้านนายศิริโชค กล่าวว่า การที่นายชัยวุฒิระบุว่าตนเป็นคนไปหาบริษัทมาทำโปรแกรมแอปพลิเคชันสำหรับการหยั่งเสียงครั้งนี้ ตนขอชี้แจงว่าได้จัดหาบริษัทดังกล่าวล่วงหน้าก่อน 1 ปี ขณะนั้นยังไม่มีการประกาศว่าจะมีการหยั่งเสียงดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และยังไม่รู้ว่าใครจะลงสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคบ้าง กระทั่งเมื่อเข้าสู่กระบวนการต่างๆ ในการหยั่งเสียงเลือกตั้งหัวหน้าพรรค บริษัทดังกล่าวได้ดำเนินการเขียนโปรแกรมขึ้นมา และกรรมการไอทีที่มีตัวแทนผู้สมัครทั้งสามคนรวมอยู่ด้วย ได้ทำโปรแกรมดังกล่าวไปเขียนเพิ่มเติมต่อยอดเอง หนึ่งในนั้นก็มีเรื่องการตั้งไทม์โซนของระบบ โดยได้ไม่ให้บริษัทเข้ามายุ่งเกี่ยว จึงจะมากล่าวโทษว่าตนหรือบริษัทดังกล่าวมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่ได้

 

 

“ปัญหาเรื่องของไทม์โซนในวันนี้เกิดจากการที่กรรมการไอทีตัวแทนของทีม นพ.วรงค์เกรงว่าควรจะให้ออฟไลน์หรือยังไม่เชื่อมต่อระบบจนกว่าจะถึงวันหยั่งเสียงจริง เพราะเกรงว่าหากเชื่อมต่อก่อนวันจริง เกรงจะมีคนไปลักลอบแก้ไขเซิร์ฟเวอร์ ก็จะมีผลต่อการลงคะแนนได้ จึงซักซ้อมได้เพียงการยิงระบบส่วนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเครื่องลงคะแนน ซึ่งทางกรรมการส่วนที่เหลือก็เห็นว่าเมื่อมีความกังวลดังกล่าว เพื่อความสบายใจของทั้งหมดจึงให้มีการออฟไลน์ตามที่ร้องขอ”

 

นายศิริโชคกล่าวว่า ส่วนเรื่องของแอปพลิเคชันของระบบปฏิบัติการ IOS ที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติให้ได้ใช้งานในวันนี้นั้น ตนไม่ทราบเพราะตัวแทนของหมายเลข 1 เป็นผู้ตรวจสอบระบบแอปพลิเคชันที่ใช้กับระบบแอนดรอยด์ แต่ตัวแทนของหมายเลข 2 เป็นผู้ตรวจสอบระบบ IOS จึงไม่ทราบว่าทำไมระบบนี้จึงมีความล่าช้าและไม่พร้อมที่จะใช้งานในวันนี้ อย่างไรก็ตาม กรรมการทั้งสามฝ่ายอยู่ในความดูแลของ กกต.พรรค ซึ่งทาง กกต.พรรคก็ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อปัญหาดังกล่าวแล้ว

 

อย่างไรก็ตามได้รับรายงานข่าวระบุว่า นายศิริโชค เป็นผู้ติดต่อว่าจ้างบริษัทแห่งหนึ่ง ที่ประกอบกิจการประเภทกิจกรรมการจัดทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตามวัตถุประสงค์ของผู้ใช้ มาทำแอปพลิเคชันครั้งนี้ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ นาย อภิสิทธิ์   แต่ประเด็นที่น่าตกใจก็คือรายงานข่าวดังกล่าวยังระบุด้วยว่า เป็นบริษัทแห่งนี้เป็นหนึ่งในเครือระบอบ ทักษิณ และหากเป็นเช่นนั้นจริง อาจจะส่งผลให้ข้อมูลสมาชิกพรรคประชาธิปัตน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ อายุ เพศ  กว่าสองล้านคน รั่วไหลตกไปอยู่ในมือพรรคฝ่ายตรงข้ามก็เป็นไปได้  ซึ่งในทางการเมืองถือว่ามีนัยยะสำคัญ ดังสุภาษิตจีนที่ว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งก็ชนะร้อยครั้ง

 

จากตรวจสอบเชิงลึกยังพบชื่อที่ปรากฏตามนามบัตร คือ “หงษ์ลัดดา พงศ์สุวรรณ”  พบว่าเคยดำรงตำแหน่ง “กรรมการ” ในบริษัท อยุธยา อินเตอร์เนต จำกัด จดทะเบียนวันที่ 27 ธันวาคม 2543 ซึ่งธุรกิจให้บริการอินเตอร์เน็ต ที่สำคัญ มีเจ้าของเป็น “วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ” อดีต พิธีกรรายการทีวีช่อง 11 ที่จัดรายการโดยให้ชาวนาจำนวนหนึ่งในจ.พระนครศรีอยุธยาแสดงความคิดเห็นคัดค้านการชุมนุมของ กปปส. เคยเป็นที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ในยุคของทักษิณ เป็นหัวหน้าพรรค


ติดตามข่าวสารทาง Line



ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
วิลาสินี แววคุ้ม


HASTAG : หยั่งเสียง  หัวหน้าพรรค  ประชาธิปัตย์ 

ติดตามข่าวอื่นๆ