เปิดประโยชน์ความสำคัญ "กังหันลมยักษ์" 25 ปีแห่งการก่อตั้งแจ็คพอตครั้งแรก

 

    จากเหตุการณ์ระทึกเมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2561 ที่ผ่านมา กรณีกังหันลมเพื่อการไฟฟ้าของบริษัทเอกชน ระเบิดบริเวณบ้านเกาะแหลม หมู่ 3-6 ต.บึงปรือ อ.เทพารักษ์ จ.นครราชสีมา โดยในพื้นที่เกิดเหตุมีกังหันลมทั้งหมด 60 ต้น ทุกต้นมีน้ำหนักประมาณ 60 ตัน มีกำลังการผลิตติดตั้ง รวมทั้งสิ้นจำนวน 180 เมกะวัตต์ และต้นที่เกิดระเบิดขึ้นเป็นต้นที่ T2-001 สูง 227 เมตร จากข้อมูลเบื้องต้นไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
 

 

    ทั้งนี้ทางบริษัทได้ดำเนินตามมาตรการรักษาความปลอดภัยด้วยการกันพื้นที่ห้ามบุคคลภายนอกรวมถึงหน่วยงานราชการเข้าไปในบริเวณดังกล่าว อาศัยอ้างสิทธิ์รอทางทีมประกันและวิศวกรเข้าตรวจโดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของทางบริษัทเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
 

 

    มีข้อมูลเพิ่มเติมจากชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่า ช่วงเวลาประมาณ 12.00 น. ได้ยินเสียงระเบิดอย่างรุนแรงจากฟากฝั่งตรงข้ามบ้าน จึงขับรถไปทางต้นตอของเสียงระยะทางห่างประมาณ 5 กม. พบว่าเห็นเสากังหันลมไม่มีใบพัดพร้อมเจ้าหน้าที่เฝ้าทางเข้า ทำให้เข้าใจว่ากังหันลมระเบิด 

 

 


 

 

    ความคืบหน้าล่าสุด 31 ต.ค. 2561 มีรายงานว่า กังหันลมดังกล่าวและพื้นที่บริเวณรอบเป็นของบริษัทวินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัดโดยทาง ผู้บริหารคือนางเอมม่า ลูอิส คอลลินส์ ได้ส่งผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการนายณัฐพงศ์ บุญนิธิวรกุล มาชี้แจงรายละเอียดเบื้องต้นพร้อมให้ความกระจ่างถึงอุบัติเหตุระทึกขวัญว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

    เบื้องต้นทราบว่าเหตุระเบิดเกิดจากการขัดข้องภายในโครงสร้างกังหันลม และทางบริษัทได้ดำเนินการตรวจสอบ เฝ้าระวัง และแก้ไขเหตุขัดข้องไปตามขั้นตอนการปฏิบัติงานตามมาตรฐานสากลเรียบร้อยแล้ว พร้อมกล่าวว่าตั้งแต่เริ่มกิจการด้านนี้มากว่า 25 ปี การเกิดระเบิดในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้น

 

    สำหรับกังหันลมนั้น เป็นเครื่องจักรกลอย่างหนึ่งที่สามารถรับพลังงานจลน์จากการเคลื่อนที่ของลม ให้เป็นพลังงานกลได้ จากนั้นนำพลังงานกลมาใช้ประโยชน์โดยตรง เช่น การบดสีเมล็ดพืช การสูบน้ำ หรือในปัจจุบันใช้ผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า ด้วยลักษณะจำเพาะของประเทศไทยที่มีศักยภาพลมในพื้นราบที่ความเร็วลมต่ำจจึงมีความเหมาะสมกับ การใช้กังหันลมขนาดเล็กที่สามารถใช้แรงลมต่ำ ในการผลิตกระแสไฟฟ้า นับว่าเป็นนวัตกรรมที่เหมาะสมต่อประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือการออกแบบการทำงานผสมผสานกันระหว่างกังหันลมขนาดใหญ่ หรือเทคโนโลยีพลังงานทดแทนแบบผสมผสาน จึงเป็นการเปิดช่องทางและโอกาสให้เอกชนเข้ามาเช่าพื้นที่ อีกประการเพื่อส่งเสริมพลังงานทดแทนของประเทศไทย

 

 


 

 

    ก่อนหน้านี้ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีความประสงค์เปิดโอกาสให้บริษัทเอกชนผู้ชนะการประกวดราคาเข้ามาดำเนินธุรกิจกังหันลม ซึ่งโครงการดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นจากนโยบายภาครัฐ ที่ต้องการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ โดยการกระจายสัดส่วนเชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้าให้มีความสมดุล โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้ส่งเสริมการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นอย่างเต็มศักยภาพ


    อย่างไรก็ตามทางด้าน นางสาวนฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) เผยว่าหลังจากเกิดเหตุได้ตรวจสอบข้อมูลกับทางบริษัทฯ พร้อมทั้งได้ส่งเจ้าหน้าที่สำนักงาน กกพ. เขต 6 นครราชสีมา เข้าพื้นที่เพื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่ามีกังหันลมที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าจำนวน 1 เครื่องได้มีการชำรุดในชุดใบพัด และเครื่องยนต์ และหลุดร่วงลงด้านล่างโคนเสา และไม่ได้มีการปลิวกระจาย หรือสร้างความเสียหายแก่ชุมชุนแต่อย่างใด ที่สำคัญคือไม่ส่งผลกระทบต่อการจ่ายกระแสไฟฟ้าในภาพรวม
 

 

    ทั้งนี้ทางบริษัทได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขท้ายประกอบการอนุญาตการประกอบกิจการผลิตไฟฟ้า โดยรายงานการเกิดอุบัติเหตุและสถานการณ์มายังสำนักงาน กกพ.แล้วภายใน 72 ชั่วโมงนับจากเวลาเกิดอุบัติเหตุ โดยทาง กกพ. ได้สั่งการให้หยุดเดินเครื่องกังหันลมทุกเครื่องเป็นการชั่วคราวก่อน เพื่อตรวจสอบสาเหตุที่แน่ชัดและเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก การดำเนินการจะอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงาน 2550 และเงื่อนไขประกาศหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติ โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม เกี่ยวกับที่ตั้งของโครงการ จะต้องดำเนินการโดยคำนึงถึงด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียงสถานประกอบกิจการพลังงาน

 

 

 

    สาระสำคัญหลักคือการกำหนดระยะห่างระหว่างกังหันลมกับเขตชุนไว้ โดยให้มีระยะห่างจากโคนเสากังหันลมไม่น้อยกว่า 3 เท่าของความสูงเสากังหันลมบวกกับรัศมีใบพัด ถึงเขตที่ดินของบ้านหรือที่อยู่อาศัยหลังที่ใกล้ที่สุดของเขตชุมชน รวมไปถึงผลกระทบทางเสียง ต้องไม่เกิน 10 เดซิเบลเอ ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และชุมชนในพื้นที่ ว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากโครงการในลักษณะเดียวในทุกพื้นที่ที่ได้รับการอนุญาตจาก กกพ.
 

    อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กกพ. และทางบริษัทจะมีการแจ้งผลการตรวจสอบกรณีที่เกิดขึ้น ตลอดจนความคืบหน้าในการดำเนินการเพื่อให้ทราบโดยทั่วกันต่อไป

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 
- นอภ.ด่านขุนทด เรียกประชุมหาข้อยุติการเยียวยาผลกระทบจากกังหันลม "ห้วยบง"
- ล่มกลางเจ้าพระยา!!! เจ้าท่าเร่งตรวจสอบเรือบรรทุกกังหันลม คนขับเผยดูดเรือเข้าน้ำพลาด ทำให้เรือจม! คาดต้องใช้เวลาพอสมควรในการกู้เรือ..

 


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
เอกชัย เรืองฉาย


HASTAG : กังหันลม  พลังงานไฟฟ้า  ประโยชน์  จ.นครราชสีมา 

ติดตามข่าวอื่นๆ