ไขรหัสทำไมต้อง โบอิ้ง 737 MAX สู่โศกนาฏกรรมบนฟากฟ้า "ไลอ้อน แอร์" ลูกค้ารายใหญ่ยอดสั่งจองกว่า 200 ลำ

    ถือเป็นโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญจากอุบัติเหตุบนท้องฟ้า กรณีเครื่องบินโบอิ้ง 737 เที่ยวบิน JT-610 ของ สายการบิน Lion Air เกิดขัดข้อง หอบเอาทั้ง 188 ชีวิตบนเครื่อง หมุนเคว้งตกทะเลนอกชายฝั่งเกาะสุมาตรา ภายหลังบินขึ้นจากสนามบินได้เพียง 13 นาที  เหลือไว้เพียงเศษซากของชิ้นส่วนเครื่องบิน พร้อมเมมโมรี่การ์ดจากโทรศัพท์มือถือของผู้โดยสารที่ปรากฏฉากสุดท้ายของชีวิต ผ่านคลิปวิดิโอก่อนเครื่องบินจะตกลงกลางทะเล ที่ระงมด้วยเสียงสวดภาวนาอันชวนสังเวชนำมาซึ่งความสลดหดหู่แก่ผู้อยู่เบื้องหลังยิ่ง

 

 

 


 

 

    จากรายงานระบุว่า หลังจากนักบินทำการเทคออฟไต่ขึ้นระดับความสูง 5,000 ฟุต (1,524 เมตร) นักบินได้ทำการติดต่อมาที่หอบังคับการเพื่อขออนุญาตนำเครื่องกลับมาลงจอด ทว่าหลังจากนั้นเครื่องบินลำดังกล่าวได้หายไปจากจอเรดาห์อย่างไม่ทราบสาเหตุ และหอบังคับการไม่สามารถทำการติดต่อได้นับแต่นั้น ทางการอินโดนีเซียยืนยันว่าจะดำเนินปฏิบัติการเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พร้อมระดมสรรพกำลังทหารกว่า 300 นายร่วมด้วยตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัย โดยจะทำการกู้ภัยอย่างน้อย 7 วัน

 

    วันเดียวกัน 29 ต.ค. 2561 ทาง flightradar24 เว็บไซต์ติดตามเส้นทางบิน ได้เผยข้อมูลอันเป็นสาธารณะที่น่าสนใจว่า เครื่องบินลำดังกล่าวเป็นเครื่องบินลำใหม่ ของบริษัทโบอิ้ง มีฐานผลิต ในเมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา และเพิ่งนำมาใช้งานได้เพียงสองเดือน คือตั้งแต่เดือน ส.ค. 2561 ที่ผ่านมา จดทะเบียนในรหัส PK-LQP  ถือเป็นรุ่นล่าสุดที่ออกมาแทนที่ 737-800 ชื่อรุ่น 737 MAX 8 (7M8) 

 

 


 

 

ถือเป็นเครื่องที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง โดยสายการบินตามมาตรฐานสากล ที่ใช้เครื่อง โบอิ้ง 737 MAX 8 (7M8) ประจำการนั้น ประกอบไปด้วย

1. สายการบิน Silkair ประเทศสิงคโปร์

2. สายการบิน Air China ประเทศจีน

3. สายการบิน Air Canada ประเทศแคนนาดา

4. สายการบิน Lion Air ประเทศอินโดนีเซีย

    ก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยว่า  Lion Air เป็นสายการบินแรกที่นำเครื่องบินโบอิ้ง 737 MAX 8 มาใช้ และถือเป็นลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทโบอิ้ง จากการ สั่งจองเครื่องบินโบอิ้ง 737 MAX รวม 200 ลำ ทำให้กลายเป็นสายการบินที่มีเครื่องบินในตระกูล 737 มากที่สุดในโลก ขณะที่ นายเควิน แมคอัลลิสเตอร์ ประธานโบอิ้ง คอมเมอร์เชียล แอร์เพลน กล่าวว่า สายการบิน  Lion Air ถือเป็นสายการบินตัวอย่างที่เลือกใช้เครื่องบินในตระกูล 737 MAX ทั้งหมดสำหรับการให้บริการในเส้นทางที่ใช้เครื่องบินแบบทางเดินเดียว เพราะเครื่องดังกล่าวมีสมรรถนะที่สูงอีกทั้งด้านพิสัยบินที่ได้เปรียบกว่าเครื่องประเภทอื่น มีต้นทุนต่อหัวต่ำ และยังสามารถบินได้ไกลมากขึ้น

 

    เอกลักษณ์ของเครื่องรุ่นนี้ คือ การติดตั้งเครื่องยนต์ CFM International รุ่น LEAP-1B ล่าสุด ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ปลายปีก (Winglets) เหล่านี้จึงทำให้ โบอิ้ง 737 MAX เป็นเครื่องบินรุ่นยอดนิยม ขายดีที่สุดเป็นประวัติการณ์ เห็นได้ชัดจากคำสั่งซื้อที่มากกว่า 4,000 รายการ จากฐานลูกค้า 95 ราย นับตั้งแต่เริ่มผลิต


    อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์สลดที่เกิดขึ้น นายเอ็ดเวิร์ด ซีเรต ซีอีโอของไลอ้อนแอร์ ได้ออกมาเปิดเผยกับเอเอฟพีว่า เครื่องบินลำที่เกิดเหตุ เพิ่งมีปัญหาด้านเทคนิค และถูกซ่อมที่ท่าอากาศยานที่บาหลีก่อนจะบินมาที่กรุงจาการ์ตา แต่กลับมีแจ้งเตือนให้วิศวกรที่จาการ์ตาซ่อมเครื่องนี้อีกครั้ง ซึ่งหมายความว่าเครื่องบินถูกซ่อมทั้งหมดสองครั้ง แต่นายเอ็ดเวิร์ดกล่าวว่าการซ่อมก่อนขึ้นบินเป็นขั้นตอนปกติของเครื่องบินทุกลำ 
 โดยปกติแล้วการซ่อมหรือตรวจเช็คเครื่องก่อนขึ้นบินนั้นจะเป็นการตรวจเช็คตามรอบที่ต้องทำเมื่อผ่านการใช้งานครบระยะเวลา

 

 

 

 

    ในกรณีดังกล่าวก่อนนำเครื่องขึ้น อาจเป็นการตรวจเช็คที่เรียกว่า A-Check คือการตรวจสอบทั่วๆ ไป ซึ่งจะทำเมื่อเครื่องบินมีระยะเวลาการบินครบ 400-600 ชั่วโมง โดยการตรวจเช็คจะใช้เวลาอย่างน้อย 10 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่การเปลี่ยนยาง เปลี่ยนเบรค ตรวจวัดระดับและเติมน้ำมันต่างๆ เป็นต้น ซึ่งหากมีปัญหาภายในตัวเครื่องระดับเล็กน้อย เช่น ประตูห้องน้ำมีปัญหา อาจสามารถนำเครื่องขึ้นได้ตามความเหมาะสมแต่หากพบปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระทบต่อความปลอดภัยของผู้โดยสารจะระงับการบินโดยทันที
 

 

    สำหรับสาเหตุของโศกนาฏกรรมในครั้งนี้ ต้องอาศัย Black Box หรือกล่องดำบันทึกเสียงสนทนาในห้องนักบิน รวมถึงข้อมูลการบินในเที่ยวนั้น ที่ทางการอินโดนีเซียพุ่งเป้าเร่งค้นหาอย่างเร่งด่วน โดยจะมีการเปิดเผยต่อสาธารณะหรือไม่นั้นต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
เอกชัย เรืองฉาย


HASTAG : เจาะทีนิวส์  ไลออนแอร์  เครื่องบินตก 

ติดตามข่าวอื่นๆ