ไม่อโหสิกรรม ย้อนไทม์ไลน์ "คดีน้องปอนด์" ไขควงปลิดชีวิต 1 ปีเศษจนถึงวันชี้ชะตาคนบาป

 

 

     ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ประชาชนเฝ้ารอคำตัดสินมากที่สุดอีกคดีหนึ่ง กับเหตุการณ์สะเทือนขวัญคดีของนายธีระพงษ์ ฐิตะฐาน หรือ น้องปอนด์ นักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตเพชรบุรี ปี 4 วัย 24 ปี ถูกแก๊งวัยรุ่นนับสิบคน บุกเข้าหอพักทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธไขควง ปักเข้าที่ศีรษะจนเสียชีวิต จากนั้นแก๊งคนร้ายก็บุกเข้าทำร้ายเพื่อนของน้องปอนด์ต่อ ขณะนอนอยู่ในห้องพัก โดยเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดในค่ำคืนของวันที่ 24 ก.พ. ปี 2560 

 

 

       โดยจุดเกิดเหตุอยู่ในพื้นที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ซึ่ง คืนเกิดหตุวันที่ 24 ก.พ. 60 น้องปอนด์ พร้อมกลุ่มเพื่อนประมาณ 5 คน ได้ไปดูคอนเสิร์ตที่ร้านแห่งหนึ่ง โดยคืนนั้นแก๊งผู้ต้องหา ก็อยู่ในร้านด้วย ซึ่งทั้งสองฝ่ายก็ดูเหมือนจะไม่มีเรื่องหรือเกิดเหตุร้ายแรงกันมาก่อนเพราะต่างฝ่ายก็ต่างอยู่ ทั้งนี้มาทราบภายหลังว่าแก๊งผู้ก่อเหตุมีเรื่องผิดใจกับ 1 ในเพื่อนของน้องปอนด์มาก่อนจากปมเรื่องชู้สาว แต่ตอนนั้นยังไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงตามมาภายหลัง

 

      หลังจากนั้นประมาณเที่ยงคืน กลุ่มเพื่อนของน้องปอนด์ ออกจากร้านเพื่อกลับหอพักบ้านเกรียงไกร โดยที่ไม่สังหรณ์ใจว่าเรื่องร้ายจะเกิดขึ้นกับตัวในอีกไม่กี่ชั่วโมง ต่อมาในเวลาประมาณตี 1 แก๊งผู้ต้องหาในคดีนี้ได้บุกเข้าไปในหอพักบ้านเกรียงไกร ที่พักของน้องปอนด์ เพื่อหาคู่อริ แต่ประจวบเหมาะกับตอนนั้นหาคู่อริไม่พบ แต่มาเจอกลุ่มน้องปอนด์เข้าแทน จึงได้บุกเข้าทำร้ายน้องปอนด์และกลุ่มเพื่อนของน้องปอนด์แทน โดยกลุ่มผู้ต้องหาใช้เวลาลงมือเพียง 3-5 นาที เท่านั้นในการก่อเหตุอุกอาจครั้งนี้โดยที่เพื่อนๆ ที่อยู่ในห้องทั้ง 4 คน ไม่มีใครตั้งตัวมาก่อน เพื่อนๆ ของน้องปอนด์ต่างมีบาดแผลเป็นรอยมีดฟันเข้าที่ใบหน้าหลายแผล

 

 

     ทั้งนี้น้องปอนด์ คือเหยื่อของความโชคร้ายในเหตุการณ์เพราะน้องปอนด์ไม่มีแม้แต่โอกาสที่ได้ต่อสู้เนื่องจากในขณะนั้นน้องปอนด์ได้นอนหลับอยู่ในห้อง เมื่อหนึ่งในแก๊งคนร้ายหยิบไขควงปักเข้าที่ขมับของน้องปอนด์ เหล็กไขควงเจาะลึกเข้าไปถึงเนื้อสมอง จนทำให้น้องปอนด์ทนพิษบาดแผลไม่ไหวถึงแก่ชีวิต ขณะที่แก๊งคนร้ายกลับเดินจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งๆ ที่เพิ่งจะทำร้ายและฆ่าคนตายกับมือ ถือเป็นพฤติกรรมโหดเหี้ยมเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะกระทำเมื่อฆ่าคนเสร็จ แถมยังเป็นการเย้ยกฎหมายทางอ้อมทั้งนี้ น้องปอนด์ ได้เสียชีวิตในวันที่ 25 ก.พ. 2560

 

 

 

 ถัดมาเช้าวันที่ 26 ก.พ. 60 ผู้เสียหายที่รอดชีวิตทั้ง 4 คน พร้อมครอบครัวน้องปอนด์ เข้าแจ้งความที่ สภ.ชะอำ โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานสำคัญเผยให้เห็นแก๊งคนร้ายวัยรุ่นแก๊งนี้ กำลังกรูเข้ามาที่หอพัก คือหลักฐานเด็ดชิ้นแรก ที่ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ติดตามแก๊งวัยรุ่นผู้ก่อเหตุ นอกจากนี้ยังปรากฏภาพจากร้านเหล้าที่อยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ ซึ่งได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดหน้าร้าน 2 ตัว โดยภาพที่ปรากฎคือ แก๊งวัยรุ่นที่ก่อเหตุกำลังมาตามหาเพื่อนน้องปอนด์ ที่เคยมีเรื่องหมางใจกันมาก่อนแต่ไม่พบ ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดตัวนี้เป็นหลักฐานมัดตัวผู้ก่อเหตุอย่างชัดเจน
 


     หลังจากนั้นวันที่ 1 มี.ค. 60 ตำรวจขอหมายศาลจังหวัดเพชรบุรี เพื่อออกหมายจับ และเข้าจับกุมนายกรกนก วรัญญสาธิต หรืออาร์ท  วัย  23 ปี ในข้อหาบุกรุกยามวิกาล และร่วมกันฆ่าคนตายโดยเจตนา ส่วนผู้ก่อเหตุคนอื่นๆ ทยอยรายงานตัวรวมทั้งหมด 18 คน และได้รับการประกันตัวในเวลาต่อมา

     ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยคดีของน้องปอนด์ทำให้ พ.ต.อ.ภคิน ศิวเมธากุล ผกก.สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี  ถูกย้ายไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 7 โดยคาดว่าผู้ก่อเหตุคดีของน้องปอนด์ จะเป็นลูกหลานผู้มีอิทธิพล ผู้เสียหายจึงมีความกังวลว่าคดีจะไม่ได้รับความเป็นธรรมต่อคดี ในตอนนั้นทาง พ.ต.อ.ภคิน ขอสงวนความเห็นในเรื่องนี้ และพร้อมรับปฏิบัติตามคำสั่ง และย้ำว่าเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์

 

 

   โดยในวันที่ 8  มี.ค. 60 นางอรุณี ดีสุวรรณ ป้าผู้ตายพร้อมด้วยทนายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติศาสนา พระมหากษัตริย์ และในฐานะทนายความ ได้เข้าพบ พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอโอนคดีจาก สถานีตำรวจภูธรชะอำมาอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม 

     ทั้งนี้ตำรวจสถานีตำรวจภูธรชะอำ ได้รวบรวมพยานหลักฐาน พยานบุคคล ภาพจากกล้องวงจรปิดและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ทราบตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมด พร้อมทั้งขอให้คุ้มครองพยานและเร่งรัดการเยียวยาผู้เสียหายซึ่งคดีนี้ได้รับการโอนย้ายตามที่ผู้เสียหายร้องขอ และเริ่มดำเนินการสอบสวนทันที จนสามารถแจ้งข้อหาเพิ่มได้อีก1คน รวมคดีนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 19 คน

 

   อนึ่งในใบมรณบัตรของน้องปอนด์ ระบุถึงสาเหตุการเสียชีวิตว่าเกิดจาก เนื้อสมองด้านขวาฉีกขาด เนื่องจากถูกของแข็งแทงบริเวณขมับขวา แต่แม่เชื่อว่าลูกชายอาจมีอาการบาดเจ็บส่วนอื่นอีก จึงเตรียมนำศพมาชันสูตรที่โรงพยาบาลตำรวจในวันที่ 12 มี.ค. 60  และยืนยันจะไม่เผา จนกว่าจะจับคนผิดมารับโทษได้


      ล่วงเลยมาเป็นเวลา 1 ปีเศษ คดีของน้องปอนด์ จนมาถึงวันที่ 24 ต.ค. 61 นี้ ภายในห้องพิจารณาคดี หมายเลย 701 ณ ศาลอาญา ถ.รัชดา ได้อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.1756/2560 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายกรกนก วรัญญสาธิต หรือ นายอาร์ท กับพวกรวม 14 คน ที่ตกเป็นจำเลยในฐานความผิดร่วมกันฆ่า และทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย ตามประมวลกม.อาญามาตรา 288, 290 ฯลฯ โดยมีครอบครัวของนายธีระพงษ์ ฐิตะฐาน หรือ น้องปอนด์ วัย 24 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตเพชรบุรี ปี 4 เป็นผู้เสียหาย โดยมีจำเลยที่ 1, 2, 4, 7 และ 13 ร่วมกันเจตนาฆ่านายธีรพงศ์ ฐิติฐาน หรือ ปอนด์ จากเหตุการเสียชีวิตของน้องปอนด์ เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 60 ทั้งนี้จำเลยที่ 3,5,6,10,12 และ14 ยังร่วมกันทำร้ายร่างกายนายธีรพงศ์ กับเพื่อนๆ อีก 3 คน ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา คงเหลือไว้ที่จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ 

 

    ทั้งนี้ชั้นพิจารณา มีเพียง นายเดชาธร  มูลมณี หรือไบร์ท จำเลยที่ 2 คนเดียว ที่ไม่ได้รับการประกัน จึงถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ซึ่งวันนี้ศาลเบิกตัวมาจากเรือนจำ เพื่อฟังคำพิพากษา พร้อมจำเลยคนอื่นๆ ผู้ร่วมก่อเหตุโดยศาลได้พิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วว่าเห็นประจักษ์ที่อยู่ในห้องเกิดเหตุ ที่หอพัก และผู้บาดเจ็บ รวมทั้งวงจรปิดหน้าหอพัก-สถานที่ตามเส้นทางรถยนต์พวกจำเลยขับผ่าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบิกความสอดคล้องว่า จำเลยที่ 1-13 ร่วมกันบุกรุกเข้าไปในห้องผู้ตาย และรุมทำร้าย โดยจำเลยที่ 1 ล็อกคอผู้ตาย แล้วจำเลยใช้ไขควงแทงขมับจนเสียชีวิต ในเวลาต่อมาขณะถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล

 

  จึงพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต นายกรกนก วรัญญสาธิต หรืออาร์ท จำเลยที่ 1 สถานเดียวฐานฆ่าผู้อื่นและ นายเดชาธร  มูลมณี หรือ ไบร์ท จำเลยที่ 2 ให้ต้องโทษจำคุก 25 ปี 6 เดือน ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น และบุกรุกโดยมีเหตุฉกรรจ์ ส่วน ส.ต.ชรินทร  แก่สาร หรือบิ๊ก จำเลยที่ 3 , นายภาคิน เสือนาค หรือมิค  จำเลยที่ 10, นายอธิบ กุญแจทอง หรือซิม จำเลยที่ 12 ให้จำคุก 1 ปี ฐานบุกรุก และนายญาณวัฒน์ ทิพย์เที่ยงแท้  หรือปาล์ม จำเลยที่ 4 , นายเรวัติ วงศ์ขยาย หรือเต้ย จำเลยที่ 5 , นายกฤตนันท์  เนียมเงิน หรือปาล์ม  ตำเลยที่ 6, นายศุภสิทธิ์  ตีท้วม หรือแป้ง  จำเลยที่ 11 ให้จำคุก 11 ปี ฐานร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนได้รับอันตรายและบุกรุก

 

  ส่วนนายญาณวัฒน์ จำเลยที่ 4 ให้นับโทษคดีที่ศาลหัวหินด้วยอีก 1 เดือนรวมจำคุกเฉพาะ จำเลยที่ 4 เป็นเวลา 11 ปี 1 เดือน พร้อมทั้งให้จำเลยที่ 1-13 ร่วมกันชดใช้เงินค่าเสียหายแก่เจ้าของหอพักโจทก์ร่วมที่ 1 ด้วย 150,000 บาท กับชดใช้ผู้บาดเจ็บโจทก์ร่วมที่ 2 จำนวน 125,000 บาท, โจทก์ที่ 3 จำนวน 95,000 บาท และมารดาผู้ตาย โจทก์ร่วมที่ 4 จำนวน 6,870,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 25 ก.พ.60  

 

 

   ทั้งนี้จากผลการพิจารณาคดีศาลได้พิพากษายกฟ้อง น.ส.มาริสา เงินทอง หรือลูกหมี เพราะวันเกิดเหตุไม่ได้ลงจากรถยนต์พร้อมพวกจำเลยเข้าไปในห้องเกิดเหตุด้วย จึงถือว่าไม่ได้กระทำผิดร่วมในเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยในตอนนี้ทางครอบครัวของน้องปอนด์พึงพอใจกับคำพิพากษาของศาล พร้อมกับเผยว่าจะไม่ยื่นอุทธรณ์คดีต่อ และไม่ขออโหสิกรรมให้ผู้ก่อเหตุ ให้ไปรับโทษตามกฎหมาย โดยทุกวันนี้แม่ของน้องปอนด์ ได้เก็บร่างของน้องปอนด์ไว้ในโลงเย็นที่บ้านจังหวัดชุมพร และกลับมามองหน้าน้องปอนด์ทุกวัน เพราะยังทำใจไม่ได้กับการสญเสียในครั้งนั้น หากชาติหน้ามีจริงให้น้องปอนด์เกิดในครอบครัวเดียวกันอีก และขอให้เหตุการณ์นี้อย่าเกิดขึ้นกับครอบครัวใดหลังจากนี้เลย ส่วนการฌาปนกิจ น้องปอนด์  ทางครอบครัวจะมีการพิจารณาต่อไป

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
ไปรยา เปลี่ยนสมัย


HASTAG : ปอนด์ไขควงปักหัว  ย้อนคดีดัง  เจาะทีนิวส์  คดีน้องปอนด์ 

ติดตามข่าวอื่นๆ