เจาะแผนพัฒนาซิ่ง 2 ล้ออาชีพ แนวทางยกระดับก้าวสู่เวทีโลก

        วงการมอเตอร์ไทยกำลังได้รับกระแสความนิยมอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะในปีนี้ประเทศไทยจะได้รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ “โมโตจีพี 2018” สนามที่ 15 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ยิ่งเป็นการโหมกระแสให้วงการแข่งขันรถจักรยานต์อาชีพไทยคึกคักมากขึ้นอีกด้วย

ขณะที่พระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 ได้ประกาศรับรองให้กีฬาแข่งรถจักรยานยนต์ เป็น 1 ใน 13 ชนิดกีฬาอาชีพ เมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา ทำให้วงการแข่งรถจักรยานยนต์ไทยเริ่มวางมาตรฐานยกระดับการพัฒนาไปสู่การเป็นกีฬาอาชีพในทิศทางที่ดีขึ้น

สำหรับกีฬาแข่งรถจักรยานยนต์ที่ได้รับการบรรจุเป็นชนิดกีฬาอาชีพมีจำนวนทั้งสิ้น 3 รายการ ประกอบด้วย การแข่งขันจักรยานยนต์โมโตครอสชิงแชมป์โลก รายการ “เอฟไอเอ็ม โมโตครอส เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ออฟ ไทยแลนด์”, การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก รายการ “เอฟไอเอ็ม เวิลด์ ซุปเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ” และรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์เอเชีย รายการ “เอฟไอเอ็ม เอเชียโรด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ”

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการแข่งขันกีฬาแข่งรถจักรยานยนต์ทั้ง 3 รายการ เริ่มมีพัฒนาการต่อเนื่องตามลำดับทุกๆ ปี จนเริ่มก้าวย่างพัฒนาไปสู่การเป็นกีฬาอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ให้กับนักกีฬาที่เข้าร่วมแข่งขัน รวมทั้งสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันได้อีกด้วย

 

ศึกเอฟไอเอ็ม โมโตครอส เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ออฟ ไทยแลนด์ เริ่มจัดการแข่งขันในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2013 โดยปีแรกจัดการแข่งขันที่ศรีราชา จ.ชลบุรี ก่อนหมุนเวียนไปที่ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม และที่ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งแต่ละปีมีนักบิดโมโตครอสระดับโลกจำนวนมากมาร่วมชิงชัยกันอย่างคับคั่ง และได้รับกระความนิยมจากแฟนโมโตครอส รวมทั้งผู้ชมทั่วไปเข้ามาชมอย่างหนาตา จนทำให้สร้างเม็ดเงินให้กับประเทศในแต่ละปีได้เป็นจำนวนมาก

ขณะที่ศึกเอฟไอเอ็ม เวิลด์ ซุปเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ ประเทศไทยนับเป็นชาติที่ 24 ที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรายการนี้ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2015 และจัดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นรายการที่ได้รับความสนใจจากแฟนสองล้อทั่วโลก

ความน่าสนใจอยู่ที่รถที่ใช้ในการแข่งขันเป็นรถซุปเปอร์ไบค์ ที่เป็นชื่นชอบแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกแต่ละค่ายนำมาปรับแต่งจากเหล่าบรรดาทีมแข่ง เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านมอเตอร์สปอร์ตจากค่ายรถจักรยานยนต์ทุกค่าย รวมทั้งยังเป็นเวทีในการวัดมาตรฐานของค่ายผู้ผลิตอุปกรณ์ตกแต่งรถได้มาประชันกัน ทำให้สร้างสีสันให้ผู้ชมหลั่งใหลเข้ามาชมการแข่งขันเป็นจำนวนมาก และสร้างมูลค่าสร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างมากมาย

ปิดท้ายที่ศึกเอฟไอเอ็ม เอเชียโรด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ จัดการแข่งขันที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ตั้งแต่เมื่อปี 2015 เช่นกัน ซึ่งในแต่ละปีต่างมีพัฒนาการ ทั้งในด้านสนามแข่งขัน นักบิดระดับโลกที่เข้าร่วมการแข่งขัน และจำนวนผู้ชมที่ค่อนข้างหนาตาเพิ่มขึ้นตามลำดับ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงกระแสความนิยมของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยที่กระโดดพัฒนาขึ้นมาอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

สำหรับการแข่งขันรถจักรยนต์ได้รับผลมาจากการถูกคัดเลือกเข้าเป็น 1 ใน 13 ชนิดกีฬาอาชีพ ทำให้ได้รับการสนับสนุนส่งเสริมในหลายด้าน รวมทั้งยังมีภาคเอกชนอีกหลายส่วนที่เข้ามาร่วมวงในการร่วมพัฒนาการแข่งขันรถจักรยนต์ให้กลายเป็นกระแสนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนถือเป็นส่วนสำคัญที่ส่งเสริมให้ประเทศไทยได้รับโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ “โมโตจีพี” ตั้งแต่ปี 2018-2020 อีกด้วย

เชื่อว่าด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่ายจะมีส่วนผักดันให้กีฬาแข่งรถจักรยานยนต์ก้าวไปสู่การเป็นกีฬาอาชีพได้อย่างแท้จริง และในอนาคตวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยจะก้าวไปเขย่าบัลลังก์ในเวทีระดับโลกได้อย่างแน่นอน!


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
อนันต์ คนกาญจน์


HASTAG : Sport  กีฬาอาชีพ  กกท 

ติดตามข่าวอื่นๆ