ชื่นชม! หญิงแกร่งกล้าจับข้าราชการ พกปืนเผชิญหน้าไม่กลัวแก๊งล่าสัตว์ ตำแหน่งไม่ธรรมดา?

จากกรณีชุดเฉพาะกิจพญาเสือและเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี นำโดยนายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค นางสาวเนตรนภา งามเนตร ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค ได้เข้าตรวจสอบ บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติไทรโยค ที่ ทย.6 (เขาพูล) หลังทางอุทยานฯ หลังได้รับแจ้งมีคนลักลอบเข้าไปในเขตอุทยาน เป็นกลุ่มออฟโรดจำนวน 6 คัน จึงวางแผนเข้าไปตรวจสอบ

 

ทั้งนี้คันที่ 5 พบ 1.อาวุธปืนไรเฟิล ติดกล้องและอุปกรณ์เก็บเสียง พร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง 2.อาวุธปืนพก จำนวน 2 กระบอก เครื่องกระสุน 3.ซากสัตว์ป่า (อุ้งเท้าหมีขอ 4 เท้า) โดยกลุ่มออฟโรดดังกล่าวนำทีมโดยปลัดอำเภอแห่งหนึ่ง นั่นคือ นายวัชรชัย สมีรักษ์ ปลัดฝ่ายป้องกันอำเภอด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี หรือ ปลัดแมน โดยเบื้องต้น นายวัชรชัย ไม่ยินยอมให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯ แตะต้องตัว และขู่จะฟ้องกลับด้วย

 

 

 

 


 

ล่าสุด (9 ต.ค.61) นางสาว เนตรนภา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม และร่องรอยของการกระทำผิดต่างๆ ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 8 ต.ค.61 ตามที่ผู้ต้องหาให้การ ซึ่งการเดินทางต้องใช้รถโฟวิลเท่านั้น เนื่องจากเส้นทางยากลำบาก เป็นทางลาดชันขึ้นลงเขา และข้ามล้ำห้วยเป็นระยะๆ ตลอดเส้นทาง จึงทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างทุลักทุเล

 

 

ต่อมาเวลา 15.00 น. คณะเจ้าหน้าที่ได้เดินทางเข้าไปถึงจุดแรกที่บริเวณพิกัด UTM_WGS 1984 ZONE 47 P0479485E 1574422N ป่าเขาพลู หมู่ที่ 8 ตำบลวังกระแจะ อำเภอไทรโยค ภายในป่าสงวนแห่งชาติป่าวังใหญ่และป่าแม่น้ำน้อย ห่างจากแนวเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค 1.289 กิโลเมตร ซึ่งเป็นจุดที่พบขบวนรถออฟโรด จำนวน 6 คัน โดยเดินเท้าค้นหาเป็นระยะทางประมาณ 2 กม. ใช้เวลาประมาณ 30 นาที พบปลอกกระปืนขนาด 9 มม. จำนวนหนึ่ง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยยังไม่เปิดเผยรายละเอียด

 

 

จากนั้นเวลา 16.30 น. คณะเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปถึงจุดที่สอง เป็นจุดที่ปลัดอำเภอและคณะพักแรมภายในสำนักสงฆ์เต่าดำ โดยมี นายต้าต้า ไม่มีนามสกุล ชาวมอญ เป็นผู้ดูแลสำนักสงฆ์ ออกมาพบเจ้าหน้าที่ พร้อมกับให้การว่า "เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา คณะออฟโรดได้เข้ามาพักค้างแรมในช่วงกลางดึกไม่ได้มีผู้ใดแยกตัวออกไปนอกเขตสำนักสงฆ์ กระทั่งรุ่งเช้าของวันที่ 7 ต.ค.61 จึงเดินทางกลับออกไป" เจ้าหน้าที่จึงทำการบันทึกไว้เป็นหลักฐานจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังกันออกค้นหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมบริเวณโดยรอบทั้งหมด กระทั่งพบร่องรอยของการก่อไฟ เพื่อใช้ในการประกอบอาหารและห่างไปเล็กน้อย พบเศษซากชิ้นเนื้อ ขนสัตว์ และกรามล่างของสัตว์ไม่ทราบชนิด รวมทั้งเศษกระดูกจำนวนหนึ่ง กระจายอยู่รอบๆ บริเวณที่ก่อกองไฟ

 

 

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
ศิริพงษ์ หนูแก้ว


HASTAG : หมีขอ  หมี  อุทยาน 

ติดตามข่าวอื่นๆ