ยกโขยงโกง!!ป.ป.ช.ชี้มูล"นายกอบจ.พะเยา"ร่วมพวกทุจริตซื้อท่อคอนกรีต เจ้าตัวโบ้ยแค่ผิดระเบียบ

ถือเป็นภารกิจสำคัญในการขจัดผู้มีพฤติการณ์ทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)    ล่าสุด  นางสาวลัดดา เดือนสว่าง ผู้อำนวยการ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพะเยา ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ลงนามในหนังสือด่วน ที่ปช 0034 (พย) / 0503   เมื่อวันที่ 26  ก.ย. 2561  เรื่อง  แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

นำส่งถึง  นายเจนพนากรณ์ ฟูแสง  ระบุสาระสำคัญว่า  ตามหนังสือที่อ้างถึง สำนักงาน ป.ป.ช.จ.พะเยา ลับ ด่วน ที่ ปช. 0037/0521 ลงวันที่ 30 ส.ค.2560  ได้แจ้งให้ท่านทราบคำสังแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน เพื่อดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงว่า ท่านกับพวก ประกอบด้วย นายวรวิทย์ บุรณศิริ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด, นายอดุลย์ วงศ์ช่างเงิน ผู้อำนวยการกองช่าง ,  นายยงยุทธ ทองคำเกิด นักบริหารงานช่าง และนายนำชัย สิทธิ นักบริหารงานช่าง ได้กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

นายวรวิทย์ บุรณศิริ

 

กรณีร่วมกันทุจริตในการจัดซื้อท่อคอนกรีตเสริมเหล็ก เส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร จำนวน 129 ท่อน งบประมาณ 241,800 บาท ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้รับไว้พิจารณาและดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง โดยมอบหมายคณะอนุกรรมการไต่ส่วน ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมทั้งจัดทำสำนวนการไต่สวนขอ้เท็จจริงเสนอต่อคณะกรรมการการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณา


ทั้งนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้ว มีมติว่าการกระทำของท่าน มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสาร หรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำรับรองเป็นหลักฐานว่า ตนได้กระทำอย่างใดขึ้น หรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อตนอันเป็นความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4)


และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่ง หรือ หน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุรจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ.2555 มาตรา 123/1 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันการทุจริต พ.ศ.2561มาตรา 192 และมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของรัฐบาล อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง  ตามประกาศคณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวนการลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์และการร้องทุกข์ลงวันที่1ตุลาคม2544และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 6 วรรคสอง

 

 

 

ล่าสุดจากการสอบถาม นายวรวิทย์บุรณศิริ นายก อบจ.พะเยา ได้ชี้แจงผ่านข้อความทางโทรศัพท์  ว่า  เนื่องจากตอนนี้ยังไม่ได้รับสำนวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. จึงยังไม่ทราบรายละเอียดมติของ ป.ป.ช.ดังกล่าว  แต่เท่าทีทราบอย่างไม่เป็นทางการ  เป็นการชี้มูลในเรื่องไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ไม่ได้เป็นการทุจริต  และสำนวนการไต่สวนของ ป.ป.ช.ยังเป็นความลับ จึงไม่ควรนำไปเปิดเผยต่อสาธารณชน ซึ่งอาจจะเข้าข่ายความผิดทางอาญาได้ ส่วนการดำเนินการต่อไป ต้องเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยจะได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการต่อไป

 

นายวรวิทย์ บุรณศิริ


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
วิลาสินี แววคุ้ม


HASTAG : อบจ.พะเยา  ป.ป.ช. 

ติดตามข่าวอื่นๆ